หน้าบ้านเว็บ แนะนำบุคลากรภายใน สนง.วัฒนธรรม ภารกิจหลักของ สนง.วัฒนธรรม วิสัยทัศน์ของ สนง.วัฒนธรรม นโยบายของ สนง.วัฒนธรรม โครงการต่าง ๆ ของสนง.วัฒนธรรม กระดานข่าว / webboard เซ็นต์สมุดเยี่ยม / guestbook ผู้ดูแลเว็บสนง.วัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 
   
 
สัตว์ท้องถิ่นชนิดต่าง ๆ ภายในจันทบุรี

สัตว์นานาชนิด จังหวัดจันทบุรีมีสภาพภูมิอากาศ และภูมิประเทศที่เอื้ออำนวยให้เกิดความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ มีพื้นดินที่อุดมสมบูรณ์
ไปด้วยป่าไม้ จึงทำให้เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า เพราะมีแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ที่หลบภัยและอื่น ๆ ซึ่งจำเป็นต่อการดำรงชีพของสัตว์
ป่าอย่างครบถ้วน จากการสำรวจของส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ พบว่าสัตว์ป่าในจังหวัดจันทบุรี
มีหลายประเภท ได้แก่

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม พบรวมทั้งหมด 122 ชนิด เช่น กระทิง แมวดาว กระรอกหลากสี ฯลฯ
สัตว์ปีกประเภทนก พบรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 276 ชนิด เช่น ไก่ฟ้าหลังขาวจันทบูร ไก่ฟ้าพญาลอ นกกระทาดงจันทบูร นกอินทรีดำ
นกขมิ้นแดง ฯลฯ

ไก่ฟ้าหลังขาวจันทบูร ในบรรดาไก่ฟ้าชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในเมืองไทยนั้น ไก่ฟ้าหลังขาวหรือไก่ฟ้าสีน้ำเงิน นับว่ามีรูปร่างสีสันสวยงาม
เป็นที่ต้องตาแก่ผู้ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก ไม่ เป็นรองไก่ฟ้าไทยชนิดอื่น จุดเด่นอยู่ที่ลวดลายรูปตัววีวางเรียงอย่างเป็นระเบียบบนปีก
และลำตัวนั้นเอง


ไก่ฟ้าหลังขาว หรือ Silver Pheasant มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Lophuranycthemeraถูกจัดอยู่ใน
สกุล Lophura โดยมีญาติร่วมสกุลอีก 3 ชนิด ได้แก่ ไก่ฟ้าพญาลอ ไก่ฟ้าหลังเทา และไก่ฟ้าหน้า
เขียว สำหรับไก่ฟ้าหลังขาวนี้ นักปักษีวิทยายังได้แบ่งออกเป็น 14 ชนิดย่อย แต่ที่พบในเมืองไทย
นั้นมี 2 ชนิดย่อย ได้แก่ ไก่ฟ้าหลังขาวโจนส์ และไก่ฟ้าหลังขาวเลวิสหรือไก่ฟ้าหลังขาวจันทบุรี
ชนิดย่อยแรกพบกระจายในป่าทางภาคเหนือของไทยส่วนชนิดย่อยหลังพบในป่าชายแดนด้าน
ตะวันออกแถบจังหวัดจันทบุรีและตราด โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว อุทยานแห่งชาติ
เขาคิชฌกูฏ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว ซึ่งมีพื้นที่อยู่ในเขตจังหวัดจันทบุรี ไก่ฟ้าหลัง
ขาวจันทบุรีตัวผู้ มีลำตัวด้านบนเป็นพื้นสีน้ำเงินเข้มอมดำ มีลายเป็นรูปตัววีสีขาวอยู่ทุกเส้นขน


ตลอดปีกจนถึงหาง แนวขนตั้งแต่ใต้คางจนถึงท้องเป็นสีน้ำเงินเข้มอมดำ หน้าสีแดงเข้ม มีขนสีน้ำเงินเข้มอมดำเป็นกระจุกงอกจากหัว
ยาวขนานกับลำตัว ขาสีแดงเข้ม ส่วนตัวเมียมีสีน้ำตาลแดงทั้งตัว บนหัวมีหงอนสีน้ำตาลพาดชี้ยาวไปทางด้านท้ายทอย คอมีลายรูปตัววี
ตั้งแต่ใต้คางไปจนถึงหน้าอกหน้าแดง ขาแดง

ในสภาพธรรมชาตินั้น เราสามารถที่จะพบไก่ฟ้าหลังขาวได้ในป่าที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางระดับ 2,500 ฟุตขึ้นไป เช่น ในป่า
เบญจพรรณและป่าดงดิบเขาที่มีพื้นที่ป่ารกทึบ แม้จะอาศัยในสภาพดังกล่าวแต่ในตอนกลางวันไก่ฟ้าหลังขาวชอบออกหากินบริเวณที่โล่ง
ในป่าหรือตามทางขนาดเล็กในป่าโดยปกติจะพบเป็นคู่ ๆ หรือเป็นฝูงเล็ก ๆ ไก่ฟ้าหลังขาวผสมพันธุ์กันในราวเดือนกุมภาพันธ์จนถึง
เดือนพฤษภาคม แล้วทำรังวางไข่ตามพื้นป่า โดยวางไข่ครั้งละประมาณ 2 - 4 ฟอง ใช้เวลาฟักไข่ประมาณ 23 - 25 วัน
     
     
สัตว์เลื้อยคลาน พบรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 88 ชนิด เช่น เต่าหวาย เต่าเหลือง ตุ๊กแกป่าลายพาดจันทบูร งูลิง งูปี่แก้ว ฯลฯ
สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก พบรวมทั้งหมดไม่น้อยกว่า 29 ชนิด เช่น เขียดนา กบ อึ่ง กบอกหนาม กบหงอน ฯลฯถ ปลาน้ำจืด
พบรวมทั้งหมด 47 ชนิด เช่น ปลาชะโอน ปลาพลวงหิน ปลากระสูบกัด ปลาค้อปลารากกล้วย ฯลฯ


กบ " อกหนาม " กบชนิดใหม่ของโลกที่จันทบุรี

สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำชนิดนี้ นักวิทยาศาสตร์ไทยพบเป็นครั้งแรกที่บริเวณเขาสอยดาวใต้ อำเภอโป่งน้ำร้อน
จันทบุรี เมื่อปี พ.ศ. 2504 ด้วยลักษณะผิวหนังหยาบเป็นปุ่มปมโดยทั่วไป ในครั้งแรก ๆ ผู้ที่พบจึงคิดว่าเป็น
คางคก แต่เมื่อนำมาศึกษาโดยละเอียดจึงพบว่าเป็นกบชนิดหนึ่งที่มีลักษณะแปลกไปกว่ากบชนิดอื่น ต่อมา
การศึกษากบชนิดนี้ได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์ฟิลด์แห่งสหรัฐอเมริกา จึงได้พบว่ากบชนิดนี้เป็นกบ
ชนิดใหม่ของโลกและได้รับการตั้งชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Rana fasciculispina อยู่ในวงศ์ Ranidae มีชื่อทั่วไป
ว่า Spiny-breasted Frog ชื่อนี้ได้มาจากลักษณะที่มีหนามสีดำบนหน้าอกของตัวผู้ที่โตเต็มที่ เป็นข้อแตกต่าง
จากกบชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน

กบอกหนามที่พบบริเวณเขาสอยดาวใต้ ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณป่าดิบชื้น ตามริมลำธารที่มีน้ำไหลแรง
ตลอดปี และวางไข่ใต้ก้อนหินใหญ่ริมลำธาร ลูกกบขนาดเล็ก ชอบเกาะอยู่บนก้อนหินติดกับระดับน้ำ
ว่ายน้ำได้ค่อนข้างว่องไว กบขนาดใหญ่จะอาศัยอยู่สูงขึ้นไป โดยเฉพาะบริเวณใกล้น้ำตกขนาดใหญ่
ที่มีหลายชั้นซ้อนกัน กบอกหนามออกหากินในเวลากลางคืน ผสมพันธุ์ในฤดูหนาวประมาณเดือน
พฤศจิกายนถึงธันวาคม


ปลาบู่มหิดล เป็นปลาน้ำกร่อยมีความยาวไม่เกิน ๘ เซนติเมตร มีลักษณะเด่นต่างจากปลาบู่สกุลอื่นทั้งหมดของโลก คือหัวแบนข้าง
เล็กน้อย ตาโต โปนเล็กน้อย ลำตัวกลมยาว ขากรรไกรยาวมากทำให้ปากมีลักษณะกว้าง และมีมุมปากอยู่ในแนวถัดไปทางท้ายของตา
โดยเฉพาะปลาตัวผู้ที่โตเต็มวัย ฟันมีขนาดเล็กและมีแถวเดียวที่ขากรรไกรบน ที่ขากรรไกรล่างมีฟันหลายแถวในประเทศไทยพบปลา
ชนิดนี้บริเวณอ่าวและปากแม่น้ำ ฝั่งอ่าวไทย พบที่ปากแม่น้ำจันทบุรี ในท้องที่อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี




ปลาพลวงหิน
เป็นปลาที่พบเฉพาะในลำธารน้ำตกและบนภูเขา ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศ ชอบอาศัยอยู่บนผิวน้ำ ว่ายน้ำได้ปราดเปรียวว่องไว เมื่อโตเต็มที่จะยาวประมาณ ๕๐ เซนติเมตร เกล็ดมีขนาดใหญ่ สีเกล็ดบนส่วนหลังเป็นสีน้ำตาลอมเทา ส่วนท้องเป็นสีขาว ชอบกินอาหารพวกใบพืชผัก เมล็ดพืชผลไม้ เนื่องจากปลาชนิดนี้ ชอบกินเมล็ดพืชและผลไม้ ในบางฤดูปลาได้กินพืชผลไม้ที่มีพิษเข้าไปทำให้คนที่บริโภคปลานี้อาจมีอาการมึนเมาพิษได้ จึงไม่นิยมบริโภคปลาชนิดนี้
 
   
 
   
รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....
ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -