<-- น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบรูณ์ธรรมชาติ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี . . .
     
  แผนที่ทางวัฒนธรรม
  ข้อมูลประจำจังหวัด
  ประวัติศาสตร์จันทบุรี
  สถานที่สำคัญของจังหวัด
  ของดีประจำท้องถิ่น
  วิถีชีวิตชาวจันท์
  ธรรมชาติวิทยา
  บุคคลสำคัญของท้องถิ่น
  ภูมิปัญญาชาวบ้าน
 



      การละเล่นและการแสดงพื้นบ้านของชาวจันท์

    การละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรี เป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจันทบุรีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน
    การละเล่นพื้นบ้านของจังหวัดจันทบุรีในปัจจุบัน มีทั้งที่เป็นการละเล่นแบบดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากบรรพชนชาวจันทบุรี และ
    รูปแบบที่พัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาและที่ได้ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ โดยให้สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่และ
    สภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงแต่ยังมีเอกลักษณ์เฉพาะของชาวจันทบุรีไว้อย่างเด่นชัด

    การเล่นสะบ้าล้อ จังหวัดจันทบุรีมีการละเล่นสะบ้าล้อกันมานาน เดิมที่นั้นนิยมเล่นกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มักเล่นกันในช่วง
    เทศกาลตรุษสงกรานต์ นอกจากจะเล่นเพื่อความสนุกสนานแล้ว ยังมีการแข่งขันเอาแพ้เอาชนะกันว่าบ้านใดตำบลใดเป็นผู้มี
    ฝีมือในการเล่นมากกว่ากัน แต่ในปัจจุบันหามีผู้เล่นได้น้อยเต็มที เด็ก ๆ ก็ไม่นิยมเล่น การเล่นสะบ้าล้อนี้จึงไม่แพร่หลาย แต่
    จังหวัดจันทบุรี โดยเทศบาลเมืองจันทบุรีได้พยายามอนุรักษ์ไว้ โดยมีการจัดให้มีแข่งขันเป็นประจำทุกปี ในช่วงของเทศกาล
    ตรุษสงกรานต์

   อุปกรณ์ในการเล่น และ วิธีการเล่นสะบ้าล้อ - ->
   1. ลูกสะบ้า (เป็นไม้กลึง มีลักษณะเป็นทรงกลมแบน ด้านหนึ่งมีลวดลาย ด้านหนึ่งผิวเรียบ ขนาดแล้วแต่ความถนัด
   ของผู้เล่น)
   2. แก่น ( หรือไม้ตั้งก็เรียก )
   วิธีการเล่น ผู้เล่นจะแบ่งเป็น ๒ ฝ่าย มักนิยมเล่นฝ่ายละ ๕ คนขึ้นไป โดยจะผลัดกันเล่นเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งแพ้ และจะ
   มีท่าต่าง ๆ ในการเล่นมากมาย ซึ่งในแต่ละท่าจะมีกฏเกณฑ์เป็นของ ตนเองหากฝ่ายใดสามารถเล่นผ่านท่าแต่ละท่า
   จนครบทุกท่าที่กำหนดในการเล่นแต่ละครั้งก่อน จะเป็นผู้ชนะระยะที่ตั้งแก่นกับจุดเริ่มต้นต้องห่างกันประมาณ ๑๖
   เมตร ( หรือแล้วแต่กำหนดขึ้นในแต่ละครั้งที่เล่น ) ท่าต่าง ๆ ที่นิยมใช้เล่นกันโดยทั่วไป ได้แก่

   ท่าที่ 1 เทกระทะ คือการเอาลูกสะบ้าวางไว้บนหลังเท้า แล้วดีดเท้าที่มีลูกสะบ้านั้นออกไปกระทบแก่น
   ท่าที่ 2 ล้อกระทอก คือตั้งลูกสะบ้าที่จะเริ่มต้นเมื่อลูกสะบ้าล้อไปแล้ว ใช้เท้าข้างหนึ่งกระทอก ( เตะ ) ลูกสะบ้าให้ไป
   กระทบแก่น
   ท่าที่ 3 ล้อเน่า ใช้มือล้อลูกสะบ้าให้ไปอยู่ด้านหลังแก่น เวลาล้อต้องให้ลูกสะบ้าผ่านช่องระหว่างแก่นที่ตั้งอยู่ใช้เท้า
   ปาดลูกสะบ้าให้อยู่ใกล้กับด้านหลังแก่นของตัวเอง แล้วใช้นิ้วมือยิงลูกสะบ้าให้ถูกแก่น
   ท่าที่ 4 อีเปิด เล่นคล้ายเทกระทะ แต่ต้องให้ลูกสะบ้าออกจากเท้า ท่านี้สามารถเตะลูกได้ใช้เท้าปาดไป หน้าแก่น
   และขึ้นเข่ายิงได้
   ท่าที่ 5 อีปิด ใช้ลูกสะบ้าวางไว้บนหลังเท้าข้างหนึ่ง และเอาเท้าอีกข้างหนึ่งมาเหยียบปิดไว้บนลูกสะบ้า ( เท้าทั้ง ๒ จะ
   ไขว้ากัน ) แล้วกระโดดให้ลูกสะบ้าออกทางนิ้วก้อย สามารถแต่งลูกและใช้เท้าปาดลูก สะบ้าได้ แล้วยิงสะบ้าให้ถูกแก่น
   ท่าที่ 6 อีด้ามไม้กวาด เล่นคล้ายอีเปิด คือต้องโยนลูกสะบ้า แล้วยิงให้ถูกแก่นถึง ๓ ครั้ง แต่ไม่สามารถแต่ลูกสะบ้า
   ตามต้องการได้

   นอกจากท่าที่นิยมเล่นกันทั้ง ๖ ท่าแล้ว ยังมีอีกหลายท่า อาทิเช่น ท่าอีเท อีตาตุ่ม อีเข่า อีหนีบ อีหก อีหาบ เป็นต้น
   ซึ่งจะกำหนดขึ้นเล่นกันในแต่ละบ่อนสะบ้าของหมู่บ้าน
   ประโยชน์ที่ได้รับจากการเล่น สร้างความสามัตคีในหมู่คณะ


    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง ยันแย่ -

     การแสดงพื้นบ้าน - ยันแย่ - เป็นการแสดงของชาวชองซึ่งเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิม ที่อาศัยอยู่แถบตำบลตะเคียนทอง
     และ ตำบลคลองพลู อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี แต่เดิมนั้นเพลงยันแย่ จะใช้สำหรับร้องกล่อมเด็ก ผู้ร้องจะร้องเป็น
     ภาษาของชอง เนื้อหาของบทร้องจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ การทำมาหากินพร้อมทั้งสอดแทรกข้อคิด ปรัชญา
     ความเชื่อถือในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เขานับถือ ไม่มีการแต่งบทร้องไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ผู้ร้องจะร้องด้นสด ๆ ตามประสบการณ์
     และ จินตนาการของตนเอง ใช้คำง่ายๆ ต่อมาได้มีการนำเอาทำนองเพลงยันแย่ มาแต่งบทร้องให้เป็นบทโต้ตอบ และเกี้ยว
     พาราสีกันของหนุ่มสาวเพื่อใช้แสดง
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง อาไย -

     การแสดงพื้นบ้าน - อาไย - ความเป็นมาของประเพณีการเล่นอาไยถ การเล่นอาไย เป็นการละเล่นพื้นบ้านของหมู่บ้าน
     ตามูล ชาวบ้านแห่งนี้ใช้ภาษาเขมรเป็นภาษาพูด ฉะนั้นการเล่นอาไยจึงมีสำเนียงเนื้อร้องเป็นภาษาเขมร การเล่นอาไยนี้มี
     มานานหลายปีแล้ว ซึ่งได้รับการเผยแพร่มาจากเขมรโดยทิดฮัมกับทิดบุน ได้ศึกษาร่ำเรียนวิชาการละเล่นและได้นำมาเผย
     แพร่ต่อ ๆ กันมาถึงทุกวันนี้ จนกลายมาเป็นการละเล่นพื้นบ้านของ ชาวตามูลล่าง หมู่ที่ ๓ ตำบลทรายขาว อำเภอสอยดาว
     จังหวัดจันทบุรี

  ก่อนจะมีการเล่นอาไย จะต้องมีการทำพิธีไหว้ครูซึ่งมีการจัดตั้งพิธี ประกอบไปด้วยบายศรี
  หัวหมู เหล้า ดอกไม้ ธูป เทียน เมื่อทำพิธีไหว้ครูเสร็จจะมีการเล่นละครคล้ายละครนอกของ
  ไทยเรื่องที่เล่นก็คล้ายคลึงกัน เช่น พระทินวงศ์ ลักษณวงศ์ สุวรรณหงส์ ล้วนแต่เป็นเรื่อง
  เกี่ยวกับจักร ๆ วงศ์ ๆ เหมือนกับของไทยเรา ใช้ตัวละครมากน้อยแล้วแต่เรื่องที่เล่น การ
  ร้องใช้สำเนียงการ้องภาษาเขมร ตอนจบจะมีการเล่นอาไยทุกครั้ง แต่ปัจจุบันนี้คงเหลือแต่
  การเล่นอาไยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เครื่องดนตรีใช้ ซออู้ ซอด้วง กลอง ( ภาษาเขมร
  เรียก สะกอน) ฉิ่ง ขิม โมงเชถ ( ลักษณะคล้ายกีต้าร์ )


     ลักษณะการเล่นคล้ายกับการเล่นลำตัดของไทยทางภาคกลาง โดยมีการร้องโต้ตอบกันระหว่างชายและหญิง คำร้องจะเป็น
     กลอนสดใช้วิธีด้นเพลงเอาไม่มีตำรา เนื้อร้องส่วนมากจะเป็นบทเกี้ยวพาราสีกัน หรือโต้ตอบว่ากล่าวกันระหว่างฝ่ายหญิง
     และฝ่ายชาย ทำนองที่ใช้ในการร้องเป็นทำนองพิสมัยสักวา และอาไย เนื้อร้องทั้งหมดใช้ภาษาเขมร ซึ่งประกอบด้วยผู้เล่น
     เครื่องดนตรีกับผู้ร้อง ในการเล่นผู้เล่นเครื่องดนตรีจะนั่งล้อมกลอง ผู้ร้องใช้ประมาณ ชาย ๑ คน และหญิง ๑ คน เป็นอย่าง
     น้อยขณะร้องจะต้องรำประกอบด้วย การละเล่นจะเล่นในพิธต่าง ๆ เพื่อความสนุกสนานหรือเล่นตามงานที่เจ้าภาพว่าจ้าง
     การเล่นอาไยนี้เล่นสืบกันมานานจนมาเป็นการละเล่นพื้นบ้านของชาวบ้านตามูลล่างจนทุกวันนี้
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง เท่งตุ๊ก -

     การแสดงละครเท่งตุ๊ก ( เท่งกรุ๊ก ) ที่เรียกว่า ละคร เพราะเป็นการแสดงที่เป็นเรื่องราว มีประวัติอยู่หลาย ๆ ทาง เมื่อ
     พิจารณาแล้ว ก็ถือว่าเป็นการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านอย่างหนึ่งของจังหวัดจันทบุรีที่มีมานานหลายสิบปีแล้ว ลักษณะของชื่อ
     การแสดงที่เรียกว่าแท่งตุ๊กน่าจะมาจากเสียงกลองเท่งตุ๊ก เวลาที่ใช้ตีประกอบการแสดง

     ผู้แสดง ส่วนใหญ่ใช้ผู้หญิงแสดง ยกเว้นตัวตลกอาจใช้ผู้ชายแสดงก็ได้

     เรื่องที่ใช้แสดง ส่วนมากนำเรื่องเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านหรือเรื่องจักร ๆ วงศ์ ๆ มาแสดงในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนเป็นเรื่องราว
     อิงชีวิตประจำวันเกี่ยวกับการอิจฉาริษยา ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวบ้าน หรืออาจดัดแปลงเนื้อร้องให้เป็นไปตามบุคคลหรือ
     ตามความต้องการของผู้จัดหาไปแสดง

เครื่องแต่งกาย - ตัวพระ นุ่งสลับเพลา นุ่งผ้าโจงหางหงส์ มีห้อยหน้าห้อยข้าง สวมเสื้อ
ใส่กรองคอ ประดับด้วยเครื่องประดับ ได้แก่ สังวาลย์ ทับทรวง เข็มขัด กำไลข้อมือ กำไล
ข้อเท้าสวมถุงเท้าขาว ศีรษะสวมชฎา

- ตัวนาง นุ่งผ้ายกจีบหน้านาง ห่มผ้าห่มนาง ใส่กรองคอ ประดับด้วยเครื่องประดับ
ได้แก่ จี้นาง เข็มขัด กำไลข้อมือ กำไลข้อเท้า ศีรษะสวมมงกุฎ หรือใส่กะบังหน้า หรือ
ใส่เกี้ยว ตามฐานะของตัวละคร ถ้าเป็นตัวนางกษัตริย์สวมมงกุฎ แต้ถ้าฐานะลดหลั่น
ลงไปจะใส่กะบังหน้าหรือ ใส่เกี้ยว  

     เครื่องดนตรีที่ใชกลองเท่งตุ๊ก โทน ฉิ่ง ฉาบเล็ก กรับ ปัจจุบันมีการนำระนาดเข้ามาร่วม บรรเลงด้วย โอกาสที่ใช้ในการ
     แสดง แสดงได้ทุกโอกาสตามแต่จะมีผู้ว่าจ้างไปแสดง งานทำบุญขึ้นบ้านใหม่บวชนาค งานแก้บนหรืองานประจำปีต่าง ๆ

     คณะที่แสดง ปัจจุบันละครเท่งตุ๊กยังมีอยู่หลายคณะ ซึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ที่แถบบ้านบางกะไชยและบ้านชำห้าน เขตอำเภอ
     แหลมสิงห์ ได้แก่

     1. คณะ ส.บัวน้อย 2. คณะชวนชื่น 3. คณะ ส.แจ่มจำรัส 4. คณะสำราญศิลป์ 5. คณะถนอมจิต ศิษย์เจริญ
     6. คณะเปรมฤทัย วัยรุ่น 7. คณะ น.นาคเจริญ 8. คณะขวัญใจเจริญศิลป์ 9. คณะชัยเจริญพร 10. คณะไชยเจริญศิลป์


       เข้าชมข้อมูลเพิ่มเติม ศิลปการแสดงเท่งตุ๊ก..  
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง รำเก็บพริกไทย -

      การแสดงพื้นบ้าน - ระบำเก็บพริกไทย - แนวคิดในการประดิษฐ์ท่ารำระบำเก็บพริกไทย เนื่องจาก วิทยาลัยนาฏศิลป
     จันทบุรีมีหน้าที่จะต้องอนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมทางด้านนาฏศิลป์ไทยและดนตรีไทย รวมถึงการอนุรักษ์และการ
     แสดงศิลปพื้นเมืองทางภาคตะวันออก แต่เนื่องจากการแสดงศิลปพื้นเมืองภาคตะวันออก ไม่ค่อยมีเด่นชัดนัก ทางคณะครู
     อาจารย์สายนาฏศิลป์ไทย วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี จึงได้ประดิษฐ์ชุดการแสดงขึ้นตามสภาพความเป็นอยู่ของท้องถิ่นใน
     จังหวัดจันทบุรี

     จากคำขวัญของจังหวัดจันทบุรีที่ว่า " น้ำตกลือเลื่อง เมืองผลไม้ พริกไทยพันธุ์ดี อัญมณีมากเหลือ เสื่อจันทบูร สมบูรณ์ธรรมชาติ
     สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รวมญาติกู้ชาติที่จันทบุรี " นั้นจะเห็นว่า จังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์จังหวัด
     หนึ่ง มีทั้งน้ำตกที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม มีอัญมณีที่มีหลายชนิด มีเสื่อที่เป็นหัตถกรรมที่เป็นที่รู้จักกัน
     แพร่หลาย มีผลไม้และพริกไทยซึ่งเป็นสินค้าที่เป็นรายได้ให้แก่ประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีได้อย่างดียิ่ง ชาวจังหวัดจันทบุรี
     ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักคือการทำเกษตร ได้แก่ การทำสวนผลไม้และการทำสวนพริกไทย ทางคณาจารย์สายนาฏศิลป์ไทย
     วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี เห็นว่าพริกไทยเป็นพืชเศรษฐกิจของจันทบุรีอย่างหนึ่งและมีขั้นตอนวิธีการที่น่าสนใจ จึงได้นำ
     ขั้นตอนการผลิตพริกไทยมาประดิษฐ์เป็นท่ารำ โดยนำมาดัดแปลงให้เข้ากับวิธีการผลิตดังกล่าว ระบำเก็บพริกไทยใช้ผู้แสดง
     เป็นหญิงล้วน ประมาณ ๖-๘ คน

    การแต่งกาย วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรีได้ดัดแปลงการแต่งกายของผู้แสดง เพื่อ
    ให้เกิดความสวยงาม โดยผู้แสดงนุ่งผ้าซิ่นยาวกรอมเท้า ห่มผ้าแถบแล้วนำชายผ้า
    พาดไหล่ขวา ( ทำคล้ายลักษณะแขนเสื้อ ) ปล่อยผมทัดดอกไม้และประดับด้วย
    เครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ ต่างหู กำไล และเข็มขัด เป็นต้น

    อุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการแสดง

    1. กระบุงใช้สำหรับใส่พริกไทยเมื่อเก็บจากต้นแล้วนำไปตาก
    2. กระด้งใช้สำหรับยีเอาเม็ดพริกไทยออกจากก้านงวง

     ดนตรี ดนตรีที่ใช้บรรเลงในการแสดงชุดระบำเก็บพริกไทยเป็นวงปี่พาทย์ไม้นวมนายฐิระพล น้อยนิตย์ อาจารย์วิทยาลัย
     นาฏศิลป ได้ประดิษฐ์ทำนองเพลงให้เมื่อครั้งมาช่วยราชการที่วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี เมื่อปีการศึกษา ๒๕๒๗ - ๒๕๒๘
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง ระบำทอเสื่อ -

      ระบำทอเสื่อ เสื่อ เป็นหัตถกรรมพื้นบ้านของชาวจังหวัดจันทบุรี โดยสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีใน
     รัชกาลที่ ๗ ทรงฟื้นฟูการทอเสื่อขึ้น เมื่อครั้งประทับอยู่ ณ วังสวนบ้านแก้วทรงหากรรมวิธีย้อมสีเสื่อ ออกแบบลาย และออก
     แบบรูปทรงต่าง ๆ ของวัสดุที่ทำด้วยเสื่อจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขึ้นหน้าตาของจังหวัดจันทบุรี

    คณาจารย์ของวิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี ได้นำวิธีการทอเสื่อมาประดิษฐ์เป็นท่ารำ
    โดยเริ่มจากการตัดกก จักกก ย้อมสีกก ตลอดจนการทองเป็นผืนเสื่อ ทั้งนี้โดยได้
    รับการแนะนำจากอาจารย์สิริวิภาทิพย์สมบัติบุญ สถาบันราชภัฏรำไพพรรณี

    ผู้แสดงเป็นหญิงล้วนประมาณ ๖-๙ คน

     การแต่งกาย สวมเสื้อแขนกระบอกผ่าหน้า นุ่งผ้าถุงกรอมเท้า ผมเกล้าทำมวยสูงกลางศีรษะ ทัดดอกไม้ เครื่องประดับได้แก่
     ต่างหู สร้อยข้อมือ เข็มขัดถ อุปกรณ์ที่ใช้ในการประกอบการแสดง ๑. มีด ใช้สำหรับตัดต้นกกถ ๒. ผืนเสื่อถ ดนตรี ดนตรีที่
     ใช้ในการแสดงระบำทอเสื่อ คือ วงปี่พาทย์ไม้แข็ง เพลงและจังหวะใช้จินตนาการไปตามลีลาท่ารำ ทำนองเพลงมีสำเนียงเขมร
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง ระบำเริงนทีบูรพา -

      ระบำเริงนทีบูรพา ระบำชุดนี้สร้างสรรค์จากจินตนาการ โดยนำรูปแบบของการดำรงชีวิตของสัตว์ทะเลประเภทต่าง ๆ
      เช่น กุ้ง หอยปู ปลา และปลาหมึก ที่เวียนว่ายอยู่ในท้องทะเล บางชีวิตอาจจะต้องถูกชาวประมงจับไป

    การแต่งกาย ผู้แสดงแต่งตัวเป็นสัตว์ทะเลแต่ละชนิด และสวมศีรษะเป็นสัตว์ทะเล
    ประเภทนั้น ๆ โดยมีชาวประมงชายและหญิงแต่งชุดประมง ฝ่ายชายใส่เสื้อม่อฮ่อม
    นุ่งกางเกงขาก๊วย ฝ่ายหญิงสวมเสื้อแขนกระบอก นุ่งผ้าถุงถ ดนตรี

    ดนตรีที่ใช้ในการแสดง ใช้วงปี่พาทย์ไม้นวม ประกอบด้วยระนาดเอก ระนาดทุ้ม
    ฆ้องวงใหญ่ ตะโพน กลองทัด ขลุ่ย และซออู้

      ท่วงทำนองเพลง เป็นไปตามลักษณะอากัปกิริยาเคลื่อนไหว ของสัตว์ทะเลแต่ละชนิด โดยผู้ประพันธ์สร้างสรรค์จาก
      จินตนาการ ผู้ประพันธ์เพลงได้แก่ อาจารย์ฤทธิเดช แสงทอง วิทยาลัยนาฏศิลปจันทบุรี
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง ระบำควนคราบุรี -

      ระบำควนคราบุร " ควนคราบุรี " หมายถึง ชื่อเมืองจันทบุรี ตามหนังสืออักขรานุกรมภูมิศาสตร์ไทยกล่าวว่า มองซิเออร์
      เอเตียนน์ เอ โมนิเออร์ (Etienne Aymonier) ได้เขียนเรื่องราวไว้ในหนังสือ " แคมโบช " (Le Cambodage) เมื่อ ค.ศ. ๑๙๐๑
      มีบาทหลวงคนหนึ่งได้พบศิลาจารึกอักษรสันสกฤตที่บริเวณเขาสระบาป ( ปัจจุบันเขาสระบาปอยู่ในเขตอำเภอเมืองจังหวัด
      จันทบุรี ) มีข้อความว่าเมืองจันทบุรีได้ตั้งมาช้านาน ๑,๐๐๐ กว่าปีมาแล้ว ในเวลานั้นเรียกว่า " ควนคราบุร ี" ผู้สร้างเมืองชื่อ
      หาง หรือแหง คนพื้นเมืองเป็นพวกชอง

      อนึ่ง มีคำกล่าวกันว่า ไทยกับเขมรได้รบกันเมื่อ ค.ศ.๑๒๗๓ - ๑๓๙๓ ( พ.ศ. ๑๙๑๖ - ๑๙๓๖ ) เพื่อแย่งการครอบครองเมือง
      จันทบุรี ซึ่งบางทีเรียก จันทบุรี เขียนเป็นภาษาอังกฤษ CANDRAPURIการที่ CANDRAPURI ( คานคราบุรี ) กลายเป็น
      ควนคราบุรีไปนั้น สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการออกเสียงของภาษาไทยแล้วนำไปเขียนเป็นภาษาอังกฤษ หรือจากการฟัง
      ภาษาอังกฤษแล้วนำมาพูดภาษาไทย

      แนวความคิดในการประดิษฐ์ระบำควนคราบุรี เนื่องจากจังหวัดจันทบุรีได้รับอิทธิพลทางศิลปะจากขอม มีหลักฐานทางศิลปะ
      วัฒนธรรมของขอมเหลืออยู่ เช่น ซากกำแพงเมืองเก่า ศิลาแกะสลักเทวรูป ศิลาจารึก ภาษาขอมและภาษาขอม เป็นต้นภาษา
      ขอม - ชื่อตำบลปัถวี อำเภอมะขาม มาจากคำเขมร " ปฐวี " แปลว่าแผ่นดิน

    บ้านวังสรรพรส อำเภอขลุง เพี้ยนมาจากภาษาเขมร " สปปุรส " ข.สับโปะรอะส์
    หมายถึง ฆราวาส ผู้มีศรัทธาในศาสนา เป็นต้น จึงทำให้ผู้ประดิษฐ์มีแนวคิด
    ในการประดิษฐ์ท่ารำ การแต่งกาย ทำนองเพลง โดยใช้ศิลปะไทยผสมศิลปะ
    ของขอม

    ความหมายของระบำควนคราบุรี ระบำควนคราบุรี สมมุติถึงการร่ายรำของชาย
    หญิงชาวควนคราบุรี แสดงความสนุกสนานรื่นเริงในงานนักขัตฤกษ์ต่าง ๆ
    โดยร่วมกลุ่มกันจับระบำรำฟ้อน

     โอกาสที่ใช้แสดงระบำควนคราบุร ระบำควนคราบุรีนั้นสามารถใช้แสดงได้หลายโอกาส แบ่งตามจุดประสงค์ได้ดังนี้
     1. เป็นการแสดงให้เห็นถึงศิลปะของไทยผสมศิลปะขอม
     2. เป็นการแสดงให้เห็นว่าจังหวัดจันทบุรีเป็นแหล่งอารยธรรมเก่าแก่แห่งหนึ่งของไทย
     3. เพื่อให้แขกผู้มาเยือนหรือผู้อื่นรู้จักจังหวัดจันทบุรียิ่งขึ้น
     4. เพื่อให้เกิดความบันเทิง

     แนวคิดประดิษฐ การแต่งกายระบำควนคราบุรี การแต่งกายได้ประดิษฐ์ขึ้นโดยอาศัยศิลปะการแต่งกายของสมัยลพบุรี ซึ่งมี
     ลักษณะคล้ายคลึงกับศิลปะของขอมเป็นหลักมีส่วนที่ดัดแปลงบ้างเล็กน้อย สตรีสมัยลพบุรี ไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าให้ชายมาซ้อนกัน
     ตรงหน้าแล้วปล่อยชาย ผ้าออกสองข้าง ใส่กรองคอมีลวดลายเป็นแผ่นใหญ่ มีลวดลายสวยงามปลายทำด้วยเทริด ไม่นิยมใส่
     รองเท้า ชายสมัยลพบุรี ไม่สวมเสื้อ นิยมนุ่งผ้าสูงสั้นเหนือเข่า ทิ้งชายพกออกมาด้านนอกเป็นแผ่นใหญ่ คาดเข็มขัดมีลวดลาย
     ประดับ ใส่ต่างหูและกรองคอ

     การแต่งกายชุดควนคราบุรี หญิง ใส่เสื้อรัดคอ ( สมมุติว่าไม่สวมเสื้อ ) นุ่งผ้าชายซ้อนกันตรงหน้า ใส่กรองคอ ใส่ต่างหู
     คาดเข็มขัดขนาดใหญ่มีลวดลายสวยงาม รัดต้นแขน ใส่กำไลข้อมือและกำไลเท้า แต่งผมเกล้ามุ่นเป็นมวยตรงกลางศรีษะ
     มีเครื่องประดับศรีษะ

     หมายเหตุ สำหรับผู้แสดงเป็นตัวเอก มีเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่วิจิตรงดงามยิ่งขึ้น ชาย ไม่สวมเสื้อ นุ่งผ้าลักษณะ
     โจงกระเบนสูงสั้นเหนือเข่า ทิ้งชายออกมาข้างนอก คาดเข็มขัด มีลวดลายประดับ ใส่ต่างหู กรองคอ รัดต้นแขน กำไลแขน
     และกำไลเท้า ดนตรี ใช้วงปี่พาทย์ไม้แข็ง หรือวงกระจับปี่ โดยเพลงดนตรีมีทำนองคล้ายของเขมร การแสดงชุดนี้ใช้ผู้แสดง
     จำนวน ๙ คน ( ชาย ๔ คน หญิง ๔ คน และตัวเอกเป็นหญิง ๑ คน )
    >> การละเล่น และการแสดงพื้นบ้านของจันทบุรี - การแสดง ระบำชอง -

      การแสดงพื้นบ้าน - ระบำชอง - เป็นระบำที่แสดงถึงความสนุกสนานร่าเริงของชาวชองในจังหวัดจันทบุรี ที่มาจับกลุ่ม
     กันในงานเทศกาลและร่วมเต้นระบำด้วยกัน ผู้แสดงเป็นหญิงล้วน จำนวน ๖ - ๘ คน ( หรือแล้วแต่โอกาส ) จุดมุ่งหมายของ
     การแสดงเพื่อความสนุกสนานและสวยงาม

     การแต่งกาย การแต่งกายนุ่งผ้าถุงสีเขียว สวมเสื้อแขนสั้นสีขาว สวมเครื่องประดับ ต่างหู กำไลข้อมือสีทอง กำไลข้อเท้าเป็น
     ลูกกระพรวนและทัดดอกไม้แดง ดนตรี ดนตรีเป็นวงปี่พาทย์ไม้แข็ง โดยมีทำนองเพลงดนตรีไปทางสำเนียงเขมร


     หากท่านผู้ใดสนใจข้อมูลทางวัฒนธรรมของจังหวัดจันทบุรี ติดต่อสอบถามได้ที่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี
     ฝ่ายงานประชาสัมพันธ์ โทร 039 - 303298 , 303299 ในเวลาราชการ
 
   
กลับไปหน้าแรก วิถีชีวิตของคนจันทบุรี หน้าต่อไป ( ตำนานประจำท้องถิ่นของจันทบุรี )
 
   
 รวบรวม เรียบเรียง และพัฒนาโดย : งานยุทธศาสตร์และแผนงาน
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดจันทบุรี ถนนเลียบเนิน ต.วัดใหม่
อ.เมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี 22000 เบอร์โทรศัพท์ 039 - 303298
ติดต่อผู้ดูแลระบบ
chan_culture@hotmail.com
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ออกแบบโดย    นายธนัฐ  ยังเหลือ....
ปรับปรุงและพัฒนาโดย   นายชวลิต  อยู่รอต....
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -