บันทึกการเดินทาง “ อิ่มบุญ สักการะพระธาตุ ๙ จอม เชียงราย ”
โดย นายพิสันต์ จันทร์ศิลป์ นักวิชาการวัฒนธรรม ๗ ว สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย
หน้าแรก

สายฝนโปรยปรายลงมาบางๆ ในเช้ามืดเวลา ๐๕ . ๐๐ น . ของวันอาทิตย์ที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๔๗ พวกเรานัดเจอกันที่ลานวัด
พระธาตุดอยจอมทอง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระธาตุดอยจอมทอง จุดเริ่มต้นของขบวนรถที่จะเดินทางไปร่วมกิจกรรม “ อิ่มบุญ สักการะพระธาตุ ๙ จอม เชียงราย ” เสียงขับซอ เกี่ยวกับพระธาตุ ๙ จอม ของ แม่ครูสุนันทา แต้มทอง ฉายา “ จั๋นตา ศาลาล่ม ” ช่างซอ บ้านห้วยส้านยาว อำเภอแม่ลาว คลอด้วยเสียงซึงของน้องเด่น
วชิรพันธ์ อินต๊ะพรม
นักดนตรีพื้นเมืองบ้านดอยสะเก็น อำเภอเมืองเชียงราย ช่วยสร้างบรรยากาศของเช้าวันนี้สดชื่นขึ้นอย่างมาก บรรดาผู้เข้าร่วมกิจกรรมเริ่มทยอยมาลงทะเบียน โดยมีพี่น้องชุมชนดอยทองอำนวยความสะดวกจัดการเรื่องจอดรถ ชาวสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และน้องๆ จากสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย ช่วยกันแจกเอกสารแผ่นพับรายละเอียดการเดินทาง ประวัติและคำไหว้พระธาตุ ทั้ง ๙ จอม รวมทั้งการจำหน่าย เสื้อที่ระลึกด้วย ผู้เข้าร่วมกิจกรรม

หน้าสอง

ทั้ง ๓๐ คันรถมากันพร้อมเพรียง แต่ปรากฏว่ามีผู้ที่จะขอเดินทาง ร่วมไปอีกเกือบ ๓๐ คัน รวมผู้ที่เดินทางไปในวันนี้ประมาณ ๓๐๐ คน ซึ่งเป็นคณะที่ใหญ่มากจนพวกเราอดจะกังวลไม่ได้ว่า ขบวนรถยาวเหยียดนี้จะเกิดอุปสรรคในการเดินทาง เพราะเราเตรียมวางแผนกันว่าจะจำกัดรถไว้ไม่เกิน ๓๐ คันในตอนแรก ซึ่งก็เต็มมาก่อนหน้าตั้ง ๑ สัปดาห์ก่อนวันเดินทาง แต่ด้วยลักษณะนิสัยของคนไทยว่า “ ไม่เป็นไร ” คุณสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย จึงตัดสินใจประกาศว่ายินดีให้ผู้ที่ประสงค์จะเดินทางร่วมไปกับขบวนนี้ไปได้หมด ทุกคน ยังความพอใจให้กับสมาชิกทุกคน รวมแล้วมีรถเข้าร่วมขบวนเพิ่มขึ้นอีกเกือบ ๖๐ คน จึงเกิดเป็นขบวนยาวเหยียดสุดลูกหูลูกตาทีเดียว
พอเวลา ๐๖ . ๐๐ น . ทุกคนเข้าไปนั่งยังวิหารวัดพระธาตุ ดอยจอมทองเชียงราย ท่านดิเรก ก้อนกลีบ รองผู้ว่าราชการจังหวัด ประธานในพิธีฯ เป็นประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยและอาราธนาศีล พระเดชพระคุณ พระธรรมราชานุวัตร รองเจ้าคณะภาค ๖ เจ้าอาวาสวัดพระแก้ว ( พระอารามหลวง ) ให้ศีล จากนั้นรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ เสร็จแล้วพระเดชพระคุณ พระธรรม ราชานุวัตร ได้กล่าวสัมโมทนียกถา มีใจความสรุปว่า ” เชียงรายเป็นเมืองแห่ง พระพุทธศาสนา จึงได้มีผู้สร้างพุทธศาสนสถานต่าง ๆ ไว้มากมาย เมื่อปี พ . ศ . ๒๕๓๖ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

หน้าสาม

ได้เสด็จมาสักการะพระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้ ท่านได้ถวายการต้อนรับพร้อมทั้ง นายคำรณ บุญเชิด ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายในสมัยนั้น พระองค์ได้ถามถึงความเป็นมาถึงประวัติความเป็นมาของพระธาตุดอยจอมทองแห่งนี้ พระธรรมราชานุวัตรก็ได้ทูลว่า พระธาตุดอยจอมทอง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระภิกษุชื่อพระพุทธโกษา ชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี ( สะเทิม ) รามัญประเทศ ท่านได้นำประไตรปิฎกแต่ลังกาทวีปมาสู่รามัญประเทศและพุกามประเทศ แล้วท่านได้เดินทางมายังแคว้นโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสน เมื่อวันจันทร์ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๖ ปีชวด มหาศักราชได้ ๓๓๕ ( พ . ศ . ๑๔๘๓ ) ได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุจำนวน ๑๖ องค์ นำมาถวายพระเจ้า พังคราช กษัตริย์แห่งอาณาจักโยนกนครไชยบุรีศรีช้างแสน พระองค์จึงได้ปัน พระบรมสารีริกธาตุจำนวน ๓ องค์ให้ พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ ( เชียงราย ) พญาเรือนแก้วพร้อมด้วยพระมหายานเถระ ได้สร้างพระธาตุเจดีย์ไว้ ณ ท่ามกลางเมืองไชยนารายณ์ ตั้งชื่อว่า “ วัดพระธาตุดอยจอมทอง ” เป็นมงคลนามของเมือง มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันเพ็ญ เดือน ๕ เหนือ แบ่งไปประดิษฐาน ณ พระธาตุดอย จอมกิติ อำเภอเชียงแสน และพระธาตุดอยจอมสักอำเภอเมืองเชียงราย พระธาตุทั้งสามนี้จึงถือได้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกัน พระองค์ท่านได้ถวายข้อคิดว่า ควรจะได้ รวบรวมประวัดของพระธาตุที่มีชื่อ “ จอม ” ต่าง ๆ ไว้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้ศึกษาและเดินทางไปสักการะ และจะได้ส่งเสริมการ

หน้าสี่

ท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง นายคำรณ บุญเชิด จึงได้ถวายภาระนี้ให้พระเดชพระคุณ พระธรรมราชานุวัตร ในการ รวบรวมข้อมูล จุดเริ่มต้นในการสักการะพระธาตุ ๙ จอมนี้มาจากประเทศพม่า เรียกว่า “ ส่วยต่อเลสู่ ” มีพระธาตุทั้งหมด ๙ องค์ เริ่มต้นที่พระธาตุเจดีย์อานันทะ และสุดท้ายที่ พระธาตุเจดีย์ ชเวซิกอง เนื่องจากพื้นที่ของเมืองพุกามซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเจดีย์สี่หมื่นองค์เพื่อให้คนไดมีโอกาสไปสักการะหมู่พระธาตุเจดีย์ที่สำคัญๆเหล่านี้ ทางการพม่าจึงเรียกว่า “ ส่วยต่อเลสู่ ” ท่านได้มีโอกาส เดินทางไปสักการะที่เมืองพุกามหลายครั้งจึงเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดีที่พุทธศาสนิกชนจะได้รับความรู้ด้านภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ในวันนี้เป็นวันเข้าพรรษาจึงเป็นการเริ่มต้นที่ดี ฝนฟ้าในวันนี้ก็ตกต้องตาม ฤดูกาลเพราะเป็นหน้าฝน พุทธศาสนิกชนทุกท่านก็อย่าได้คิดว่าเป็นอุปสรรค คิดเสียว่าเทวดาช่วยมาโปรยปรายสิ่งที่เป็นสิริมงคลช่วยให้การเดินทางครั้งนี้ราบรื่น ในนามของพระสงค์จึงขออนุโมทนาสาธุการที่ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ผู้อำนวยการสำนักงาน การการท่องท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงาน ภาคเหนือเขต ๒ เชียงราย ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการ นายกสมาคม ท่องเที่ยวเชียงราย สมาคมสื่อมวลชนและ นักประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย ตลอดจนพุทธศาสนิกชนทุกท่านที่ได้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในพระพุทธศาสนาและพระธาตุดอยจอมทองนี้

หน้าห้า

จงอำนวยอวยพรให้ทุกท่านจงเดินทางไปโดยสวัสดิภาพมีโชคมีชัยทุกที่ทุกสถาน และขอจงประกอบด้วยจตุรพิธพรชัยทั้งสี่ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ ปฏิภาณ ทุนสารสมบัติจงทุกประการ เทอญ ” เสร็จแล้วพระสงฆ์ทั้งหมดอนุโมทนา
จากนั้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้จุดธูปเทียนสักการะพระธาตุดอยจอมทองนำอ่านคำสักการะพระธาตุและสรงน้ำพระธาตุ ดอยจอมทอง นายมงคล สิทธิหล่อ กล่าวรายงานถึง วัตถุประสงค์ในการจัด กิจกรรมในครั้งนี้ เสร็จแล้วประธานในพิธีฯ กล่าวเปิดกิจกรรมฯ และลั่นฆ้องชัย ๓ หน คานกระดกป้ายกิจกรรมประดับด้วยดอกไม้พื้นเมืองโดยประธานชุมชน ดอยทองและสมาชิกชุมชนช่วยกันทำก็กระดกขึ้นให้ขบวนรถทั้งหมดเคลื่อนออกจากวัดดอยทองในเวลา ๐๗ . ๐๐ น . โดยมีรถตำรวจท่องเที่ยวนำขบวน ไปตามถนนสายเด่นห้า – ดงมะดะ ระยะทางจากเชียงราย ๒๗ กิโลเมตร ขบวนรถเดินทางไปถึงพระธาตุดอยจอมหมอกแก้ว เวลา ๐๗ . ๓๐ น . องค์พระธาตุตั้งอยู่บนม่อนดอยไม่สูงมากนัก มีบันไดขึ้นไปสะดวก ท่านพระครูอรุณสวัสดิ์ มุนีวโส เจ้าอาวาสวัดจอมหมอกแก้ว พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล กลุ่มคนเฒ่าคนแก่ กลุ่มสตรีแม่บ้านได้รอต้อนรับ รวมทั้งคุณเพ็ญศรี ศิริเขียว นักวิชาการวัฒนธรรม ผู้ประสานงานวัฒนธรรมอำเภอแม่ลาว คอยอำนวยความสะดวก จัดดอกไม้ธูปเทียน น้ำขมิ้นส้มป่อย ให้พวกเราได้บูชาพระธาตุดอยจอมหมอกแก้ว ที่นี่ คุณมงคล สิทธิหล่อ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย

หน้าหก

เป็นผู้แทนคณะฯ กล่าวคำบูชาพระธาตุฯ ตามประวัติพระธาตุสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ ราว พ . ศ . ๒๔๗๓ โดยครูบากัญเจนะ วัดเจริญเมือง อำเภอพาน ลูกศิษย์ของครูบาศรีวิชัย เป็นประธานนำพุทธศาสนิกชน มาช่วยกันบริจาคเงินรวมแล้วได้ ๑๗๖ . ๗๖ บาท บูรณะพระธาตุ เดิมชื่อว่า “ พระธาตุจอมหมอกแก้ววังควาย ” คนเฒ่าคนแก่เล่าว่า ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ และ แรม ๑๕ ค่ำ มักจะมีผู้พบเห็นดวงแก้วสว่างสุกใสลอยขึ้นจากองค์พระธาตุ พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าลอยไปทางแดนแห่งพุทธภูมิ ทิศพายัพ ( ทิศตะวันตก เฉียงเหนือ ) เป็นที่อัศจรรย์ยิ่งนัก ชาวจอมหมอกแก้วได้เตรียมน้ำดื่ม น้ำชากาแฟและน้ำสมุนไพรไว้ต้อนรับคณะเดินทาง นอกจากนี้ยังมีสินค้าของที่ระลึกจำหน่ายด้วย ที่ขึ้นชื่อของแม่ลาวคือกล้วยตากน้ำผึ้ง แสนอร่อยนั่นเอง เราใช้เวลาสักการะพระธาตุดอยจอมหมอกแก้วและชมบริเวณวัดประมาณ ๓๐ นาที ก็ออกเดินทางไปอำเภอเวียงป่าเป้า และยังมีรถของสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่ลาวนำหน้าขบวนไปส่งจนถึงเขตอำเภอแม่สรวยรถของสถานีตำรวจภูธรอำเภอแม่สรวยก็รับช่วงต่อจนถึงท่าก๊อเขตต่ออำเภอเวียงป่าเป้า แล้วส่งให้รถของสถานีตำรวจภูธรอำเภอ เวียงป่าเป้ารับต่อไปจนถึงพระธาตุดอยจอมผ่อ วัดอรัญวิเวกคีรี ใช้เวลาดินทางจากอำเภอแม่ลาว ๑ ชั่วโมง ๓๐ นาที องค์พระธาตุตั้งอยู่บนม่อนดอยไม่สูงนัก บริเวณวัดร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ มีสวนสมุนไพรในวัดด้วย วัดนี้สร้างในราว พ . ศ . ๒๒๖๓ ชาวบ้านให้ความเคารพสักการะ เชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์ของ

หน้าเจ็ด

พระธาตุมาแต่โบราณ ถ้าปีใดฝนแล้งไม่ตกต้องตามฤดูกาลก็จะทำพิธีขอฝน เมื่อเสร็จพิธีก็พากันกลับยังไม่ทันถึงบ้านฝนก็จะตกตามหลังมา หรืออย่างช้าไม่เกิน ๓ วัน เป็นที่อัศจรรย์ ทางคณะศรัทธาจะมีประเพณีสักการะสรงน้ำพระธาตุในวันเพ็ญเดือน ๖ เหนือ และพิธี ขอฝน เทศน์ธรรมปลาช่อน ในแรม ๘ ค่ำ เดือน ๑๑ เหนือที่นี่ ท่านพระครูปฏิภาณธรรมทิน เจ้าอาวาส พร้อมด้วยคณะศรัทธา โดยมีคุณชินวัฒน์ เบี้ยจันตา นักวิชาการวัฒนธรรม ผู้ประสานงานวัฒนธรรมอำเภอ เวียงป่าเป้า ได้รอต้อนรับมากมาย จัดเตรียมธูปเทียนดอกไม้ น้ำขมิ้นส้มป่อย ให้พวกเราบูชา พระธาตุ คุณสมเกียรติ ชื่นธีระวงศ์ นายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย เป็นผู้แทนอ่านคำบูชาพระธาตุ นอกจากนี้ทางวัดยังจัดให้มีการ หล่อเทียนพรรรษาโดยเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นเจ้าภาพด้วย กลุ่มแม่บ้านก็ได้จัดเตรียมน้ำชากาแฟ อาหารกลางวัน รวมทั้ง ส้ม ลำไย ผลไม้มากมายไว้ต้อนรับคณะของเราเป็นที่ประทับใจยิ่ง นอกจากนี้ยังมีสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์มาจำหน่าย ได้แก่เมล็ดมะม่วงหิมพานต์แปรรูป นำพริก ผ้าห่ม เป็นต้น ชาวคณะ ก็อุดหนุนกันมากมาย
เราออกเดินทางจากเวียงป่าเป้าเวลา ๐๙ . ๓๐ น . ย้อนกลับมายัง อำเภอแม่สรวย เข้าสักการะพระธาตุดอยจอมแจ้ง พระธาตุแห่งนี้ชาวบ้านก็เชื่อในความศักดิ์ในการช่วยบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาลเช่นกัน ตามประวัติของ พระธาตุกล่าวว่า ได้มีพระมหาเถระรูปหนึ่งได้เที่ยวจาริกเทศนาสั่งสอนประชาชน

หน้าแปด

เพื่อประกาศพระพุทธศาสนา และได้เดินธุดงค์ผ่านมาถึงสถานที่แห่งนี้ในเวลา รุ่งอรุณ ( ภาษาคำเมืองเรียกว่า “ แจ้ง ”) จึงได้ขอให้คนเฒ่าลงไปตักน้ำในแม่น้ำ มาเพื่อใช้ล้างหน้า ( ภาษาคำเมืองเรียกว่า “ ซ่วยหน้า ” ต่อมาจึงเรียก ” น้ำแม่ซ่วย ” และเพี้ยนเสียงเป็น “ น้ำแม่สรวย ” ในปัจจุบัน ) พักอยู่ ๗ วัน ก่อนที่ท่านจะจาริกต่อไป ท่านได้มอบพระสารีริกธาตุให้คนเฒ่าเพื่อบรรจุไว้ในองค์พระธาตุต่อไป วัดพระธาตุดอยจอมแจ้ง ปรากฏหลักฐานในการสร้างประมาณ พ . ศ . ๑๘๐๐ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เคยธุดงค์มาจำพรรษา ๑ พรรษา องค์พระธาตุได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาหลายครั้ง เป็นเจดีย์ทรงล้านนาผสมพม่า ย่อมุมไม้สิบสอง มี ๕ ยอด รูปทรงสวยงาม ในพระวิหารยังประดิษฐานพระเจ้าทองทิพย์อีกด้วย พระครูอดุลย์สีหวัตร เจ้าคณะอำเภอแม่สรวยและเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอย จอมแจ้ง พร้อมด้วยนายอำเภอแม่สรวย และประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอ แม่สรวย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะศรัทธารอต้อนรับ รวมทั้งจัดเตรียมนำสมุนไพรบริการด้วย ดอกไม้ธูปเทียนที่เตรียมไว้ถูกชาวคณะเดินทางบูชาหมดอย่างรวดเร็ว รวมทั้งสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ชาวาวี น้ำพริกลาบ กระเทียมเจียว ขนมต่าง ลำไย และหน่อต้มโป่ง ( หน่อไม้ที่นำไปต้มที่บ่อน้ำร้อนธรรมชาติซึ่งจะให้รสชาติหวานกรอบ ) จุดนี้ คุณอุดม อ่อนนวล ผู้อำนวยการสำนักงานท่องเที่ยว กีฬา และนันทนาการจังหวัดเชียงราย นำกล่าว คำบูชาพระธาตุ ท่านนายอำเภอก็ได้กล่าวต้อนรับชาวคณะด้วย และนายกสมาคมท่องเที่ยวเชียงรายได้มอบ

หน้าเก้า

เสื้อที่ระลึกให้ท่านนายอำเภอด้วย จากนั้น เวลาเที่ยงกว่า ๆ เราก็ออกเดินทางไปอำเภอพาน เพื่อสักการะพระธาตุดอยจอมแว่ การเดินทางก็ได้รับความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอพานเป็นอย่างดี พระครูพิมลพิพัฒนคุณ เจ้าอาวาสวัดพร้อมด้วยพี่น้องชาวเมืองพานรอต้อนรับอย่างมากมาย มีพิธีไหว้พระรับศีลอีกรอบหนึ่ง จากนั้น คุณธัญภา นิโครธานนท์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือเขต ๒ เชียงราย เป็นผู้นำกล่าวคำบูชาพระธาตุ เสร็จแล้วพ่ออินทร์ สุใจ ได้เล่าประวัติของพระธาตุดอยจอมแว่ว่า เดิมดอยจอมแว่มีชื่อว่า “ ดอยซางคำ ” สร้างโดยพญางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว ซึ่งพระองค์เป็นผู้สร้างพระธาตุเจดีย์หลายแห่ง เช่น พระธาตุจอมรุ่ง พระธาตุจอมแจ้ง พระธาตุจอมแว่พระกลับ และพระก๋าย เป็นต้น ในองค์พระธาตุได้บรรจุ พระเกศาธาตุและแก้วแหวนเงินทองต่าง ๆ ต่อมาพระธาตุจอมแว่ก็ถูกทิ้งร้างไปและชำรุดทรุดโทรมจนถึง จ . ศ . ๑๑๙๗ ( พ . ศ . ๒๓๘๐ ) เจ้าพญาหาญเจ้าเมือง องค์แรกของเมืองพาน ซึ่งมีเชื้อสายชาวยองจาก เมืองลำพูน ได้มาบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุ รวมถึงพญาไชย เจ้าเมืององค์ที่สองและพญาชัยชนะสงคราม เจ้าเมืององค์ที่สาม ต้นตระกูลเชื้อเมืองพาน ก็ได้ทำนุบำรุงพระธาตุ ดอยจอมแว่สืบมา องค์เจดีย์เป็นแบบล้านนาทรงย่อมุมไม้สิบสองทาสีขาวเด่น ทางวัดได้ทำรอกชักน้ำสรงให้ลอยขึ้นไป สรงน้ำถึงยอดพระธาตุด้วย ภายในวัด มีวิหารหลังใหญ่ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นองค์ใหญ่พุทธลักษณะสวยงาม

หน้าสิบ

ด้านหน้าวิหารมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางลีลาองค์ใหญ่มีชื่อว่า “ พระพุทธมังคลานุสรณ์ ” วัดพระธาตุดอยจอมแว่มีประเพณีสรงนำในวันเพ็ญเดือนแปดเหนือ ( แปดเป็ง )
และประเพณีตักบาตร เทโวโรหนะ ในวันออกพรรษาเป็นประจำทุกปี ที่นี่ก็ได้จัดเตรียมน้ำดื่ม น้ำบ๊วย รวมทั้งลำใยไว้ต้อนรับชาวคณะอย่างมากมาย
ก่อนออกเดินทางจากวัดพระธาตุดอยจอมแว่ ชาวคณะก็ได้รับ อาหารกลางวันและน้ำดื่ม จากพี่น้องชาวสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และครัวอารมณ์ดี โดยจัดเป็นอาหารกล่องทานกันตามสะดวกในรถนั่นเองเพื่อ จะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง ออกเดินทางจากเมืองพานเวลา ๑๒ . ๐๐ น . ไปตาม เส้นทางสายพาน – ป่าแดด ผ่านวัดถ้ำผาจรุย แล้วเลี้ยวขวาที่แยกเชียงเคี่ยน มุ่งหน้าสู่อำเภอเทิง ถึงวัดพระธาตุดอยจอมจ้อเวลา ๑๓ . ๐๐ น . ตามที่เรากำหนดพอดี พระธาตุดอยจอมจ้อ ตั้งอยู่บนดอยจอมจ้อ เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่คู่เมืองเทิงมาแต่โบราณ ตามประวัติได้กล่าวไว้ว่า พระพุทธเจ้าได้เสด็จมายังดินแดนสุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตนหนึ่งไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้นำจ้อคำ ( ช่อทองคำ ) สามผืน จ้อเงินสามผืน และจ้อแก้วสามผืนถวายพระพุทธเจ้า พระอานนท์จึงทูลขอพระธาตุจากพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงเอาพระหัตถ์ลูบพระเศียร ได้พระเกศาธาตุเส้นหนึ่งให้พญานาคไว้ พญานาคจึงแจ้งให้เจ้าเมืองสร้างพระธาตุไว้ที่กลางดอยบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า และเรียนขานนามพระธาตุว่าพระธาตุดอยจอมจ้อ มีตำนานกล่าวไว้ว่า

หน้าสิบเอ็ด

ราว พ . ศ . ๑๘๒๙ – ๑๘๓๐ พญาร่วงเทิง เจ้าผู้ครองเวียงเทิงได้ร่วมกับชาว เวียงเทิงสร้าง “ ชัยภูมิเมือง ” บนดอยจอมจ้ออีกด้วย ในปี พ . ศ . ๒๕๓๒ มีการบูรณะองค์พระธาตุ ได้พบก้อนอิฐขนาดใหญ่ปรากฏอักษรภาษาล้านนาจารึกว่า “ พ . ศ . ๑๒๐๙ “ แสดงว่าพระธาตุองค์นี้มีอายุถึงพันกว่าปีล่วงมาแล้ว เนื่องจากถนนขึ้นสู่วัดพระธาตุค่อนข้างชันและแคบรถไม่สามารถวิ่งสวนกันได้ จึงค่อนข้างลำบากกับขบวนรถอันยาวเหยียดของเรา ที่จอดรถก่อนถึงองค์พระธาตุมีจำกัด รถส่วนหนึ่งจึงต้องจอดบริเวณหน้าบันไดทางขึ้นพระธาตุ พวกเราจึงตัดสินใจเดินขึ้นบันไดอันสูงชันระยะทาง ๖๐๐ เมตร ทำเอาขาสั่น และเหงื่อแตกพลั่ก บางคนถึงกับต้องสาวราวบันไดขึ้นไปก็มี แต่พอขึ้นไปถึงลานพระธาตุก็รู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเพราะเมื่อมองลงมาเบื้องล่างทางทิศตะวันออกจะเห็นทิวทัศน์ที่ สวยงาม เห็นแม่น้ำลาวไหลมาบรรจบกับแม่น้ำอิง และเห็นตัวอำเภอเทิง รวมทั้งทุ่งนาที่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตาทีเดียว พระมหาชูศักดิ์ เจ้าอาวาสวัด ต้อนรับญาติโยม พร้อมทั้ง นายอำเภอเทิง ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอเทิง และพ่อแม่พี่น้องชาวเทิงรอต้อนรับ โดยมีคุณสุนทร ดวงแก้ว คุณณัฐธัญญลักษณ์ เกศสุวรรณลักษณ์ และคุณกรวรรณ สุ่มมาตย์ นักวิชาการวัฒนธรรมคอยอำนวยความสะดวก เราได้รับประทานลำใยเช่นเดียวกับทุกพระธาตุที่ผ่านมาเมื่อสักการะและสรงน้ำพระธาตุเสร็จแล้วเราก็ต้องเดินลงมายังที่จอดรถด้านล่างหน้าบันได ทางขึ้นเช่นเดิม แต่คราวนี้เราเดินลงมาตามถนน ขาลงนั้นไม่ค่อยเหนื่อยเท่าไหร่

หน้าสิบสอง

แต่ต้องทรงตัวให้ดีเพราะหยุดไม่ได้ถนนก็ลื่นเนื่องจากฝนพรำลงมาเล็กน้อย เวลา ๑๓ . ๓๐ น . รถนำขบวนของสถานีตำรวจภูธรอำเภอเทิง และตำรวจท่องเที่ยวเชียงราย ได้มาจอดรอ ตั้งขบวนให้พร้อมเพรียงกันบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเทิง โดยทีมงานจากสมาคมท่องเที่ยวเชียงราย คอยประสานงานจัดขบวนรถ เมื่อครบแล้วก็ออกเดินทางโดยใช้เส้นทางเทิง - เชียงของ เลี้ยวซ้ายแยกบ้านต้า อำเภอขุนตาล ผ่านพื้นที่ของอำเภอพญาเม็งราย และอำเภอเชียงของ แล้วเลี้ยวไปทางกิ่งอำเภอ ดอยหลวง ใช้เส้นทางหมายเลข ๑๐๘๙ เลี้ยวขวาผ่านหน้าที่ว่าการกิ่งอำเภอดอยหลวง เส้นทาง หมายเลข ๑๒๗๑ พอถึงแยกบ้านแซวเลี้ยวซ้ายไปอำเภอเชียงแสน ผ่าวัดพระธาตุผาเงามุ่งไปที่วัดพระธาตุจอมกิตติ ตลอด เส้นทางรถของตำรวจท้องที่ทุกอำเภอที่กล่าวมา ก็จะรับช่วงนำขบวนโดยตลอด เป็นที่ประทับใจแก่พวกเรามาก ถึงวัดพระธาตุดอยจอมกิตติอำเภอเชียงแสน เวลา ๑๕ . ๓๐ น . พระครูวิกรมสมาธิคุณ เจ้าอาวาสวัด พร้อมญาติโยมและคุณสถิตย์ ตนาวรรณ รอต้อนรับชาวคณะ พระธาตุดอยจอมกิตติ ตั้งอยู่บนดอยกิตินอกเขตกำแพงเมืองเชียงแสน ตามพงศาวดารโยนก กล่าวว่า พระเจ้าพังคราช โปรดให้สร้างเมื่อ พ . ศ . ๑๔๘๓ สมัยเดียวกับการสร้างพระธาตุดอยจอมทอง และพระธาตุดอยจอมสัก อำเภอเมืองเชียงราย บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระพุทธโกษาจารย์นำมาจากลังกา พระธาตุสร้างเป็นรูปย่อเหลี่ยมไม้สิบสองสมัยเชียงแสนหุ้มทอง จังโกฏิ์ มีพระพุทธรูปปูนปั้นประทับยืนอยู่ในซุ้ม สี่ทิศกลางองค์พระธาตุ ในสมัย

หน้าสิบสาม

พระเจ้าสุวรรณคำล้านได้เสริมและปฏิสังขรณ์มีความสูง ๑๓ เมตร ฐานกว้าง ๖ เมตร พระธาตุจอมกิตติมีความศักดิ์มากใครมาอธิษฐานจิตขอสิ่งใดมักจะ สมความปรารถนาเสมอทุกวันจำมีผู้แสวงบุญขึ้นมาสักการะองค์พระธาตุมากมาย บรเวณโดยรอบก็ร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดใหญ่ มีทางเดินขึ้นดอยอย่างสะดวก ผ่านซุ้มประตูโขงสองซุ้ม มีพระอุโบสถสวยงาม หน้าพระอุโบสถ ทำเป็นลานกว้างมองเห็นทิวทัศน์แม่น้ำโขงและสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวอย่างชัดเจนอีกด้วย เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ถึงหนึ่งชั่วโมงเนื่องจากสมาชิกบางส่วนต้องเดินขึ้นสู่องค์พระธาตุต้องให้เวลาพอสมควร
เวลา ๑๖ . ๓๐ ขบวนก็ออกเดินทางไปพระธาตุจอมจัน อำเภอแม่จัน ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ถึงวัดพระธาตุดอยจอมจัน ตามประวัติกล่าวว่าในราว พ . ศ . ๒๔๕๘ ครูบาทิพย์ คันโธ เจ้าอาวาส วัดบ้านแหลว ในคืนวันหนึ่ง ท่านได้มองเห็นแสงสีเขียวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าส่องแสงระยิบระยับสวยงามมากพอรุ่งเช้าท่านได้ ไปดูยังจุดที่เห็นแสงพุ่งขึ้นนั้นและพบว่าภูมิประเทศมีความเหมาะสมในการสร้าง พระธาตุ มีคูน้ำล้อมรอบยอดดอยนั้นโดยการขุดของคนโบราณ ท่านจึงได้เริ่มการก่อสร้างพระธาตุ แล้วเสร็จในปี พ . ศ . ๒๔๖๘ ปัจจุบันมีวิหารทรงล้านนาเก่าแก่อยู่หนึ่งหลัง และกำลังก่อสร้างอุโบสถ

หน้าสิบสี่

เราออกจากพระธาตุดอยจอมจันเวลา ๑๗ . ๓๐ น . เดินทางเข้าสู่อำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาตรงซอย ๖ บ้านขัวแคร่ ตำบลบ้านดู่ ไปยังวัดพระธาตุดอย จอมสัก ซึ่งตั้งอยู่ในชัยภูมิที่สวยงามมาก มีบันไดนาคขึ้นสู่องค์ พระธาตุด้านหน้าวัดทางทิศตะวันออก แต่ขบวรรถของเราอ้อมไปตามถนนดิน ลูกรังเข้าประตูทางทิศเหนือซึ่งมีบริเวณจอดรถภายในวัดอย่างกว้างขวาง ท่าน พระครูขันติพลาธร เจ้าคณะอำเภอเมือง พร้อมด้วยพระอธิการอภิเดช เจ้าอาวาส และท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายศรีพรหม หอมยก พร้อมด้วยคุณสนอง สมินทรปัญญา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย คุณสมมิตร เตชะตน ประธาน สภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองเชียงราย คุณจุฬาภรณ์ ทองสุทธิ นักวิชาการวัฒนธรรม ผู้นำชุมชนและพ่อเฒ่าแม่เฒ่าต่างรอต้อนรับคณะของเรา พร้อมทั้งยังได้เตรียมก๋วยเตี๋ยวผัดและน้ำใบเตยหอมชื่นใจให้คณะของเราได้อิ่มกันอีกด้วย ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีฯ ได้จุดธูปเทียนบูชาพระธาตุดอยจอมสัก และนำกล่าวคำบูชาพระธาตุ จากนั้นผู้เข้าร่วมกิจกรรม ทุกคนก็เข้าสู่ธรรมศาลา บูชาพระรัตนตรัย ท่านพระครูขันติพลาธรให้ศีล ประธานในพิธีฯ ถวายทุนทรัพย์บำรุงพระธาตุ ท่านพระครูขันติพลาธรกล่าวสัมโมทนียกถา พอสรุปได้ว่า “ วันนี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่เราได้มากราบสักการะพระธาตุ ๙ จอม ถือเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ ในนามของคณะสงฆ์ขออนุโมทนาในกิจกรรมครั้งนี้ ”

หน้าสุดท้าย

ต่อจากนั้นท่าน ก็ได้นำชาวคณะนั่งสมาธิและแผ่เมตตา พระสงฆ์อนุโมทนา เสร็จแล้วคุณมงคล สิทธิหล่อ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ได้กล่าวรายงานผลการจัดกิจกรรม “ อิ่มบุญสักการะพระธาตุ ๙ จอม เชียงราย ” แล้วเชิญประธาน ในพิธีมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และกล่าวปิดกิจกรรม ชาวคณะก็ เดินทางกลับยังภูมิลำเนาด้วยความอิ่มใจ อิ่มท้อง และอิ่มบุญ โดยหวังว่าโอกาสหน้าคงจะได้ร่วมกิจกรรมที่แสนประทับใจเช่นนี้ด้วยกันอีกและสิ่งที่ ตามมาคือการเปิดกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบครอบครัวเดินทางไปทำบุญยังสถานที่สำคัญของเชียงราย ขอกราบขอบพระคุณ พระภิกษุ สามเณร ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในกิจกรรมนี้ทุก ๆ ท่าน ที่ได้ช่วยกันดำเนินกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

 

+

 

 


จัดทำโดย สำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดเชียงราย
อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถ.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐
โทร ๐-๕๓๗๑-๗๒๔๐ โทรสาร ๐-๕๓๗๑-๗๔๕๔ E-mail : chiangrai@m-culture.go.th
ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อ ๒๗ กันยายน ๒๕๔๗