การจัดกิจกรรมเนื่องในวันมาฆะบูชาและวันศิลปินแห่งชาติของจังหวัดเชียงราย ประจำปี ๒๕๔๘

         ด้วยในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ เป็นวันมาฆะบูชา และวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ เป็นวันศิลปินแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดกิจกรรมในวันสำคัญดังกล่าว ดังต่อไปนี้

๑. การจัดกิจกรรมเนื่องในวันมาฆะบูชา จังหวัดเชียงราย ประจำปี ๒๕๔๘

ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

      วันมาฆะบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ "มาฆะ" เป็นชื่อของเดือน ๓ มาฆบูชานั้น ย่อมาจากคำว่า"มาฆบุรณมี" แปลว่าการบูชาพระในวันเพ็ญ เดือน ๓ วันมาฆบูชาจึงตรงกับวันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ แต่ถ้าปีใดมีเดือน อธิกมาส คือมีเดือน ๘ สองครั้ง วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ เป็นวันสำคัญวันหนึ่ง ในวันพุทธศาสนา คือวันที่มีการประชุมสังฆสันนิบาตครั้งใหญ่ในพุทธศาสนา ที่เรียกว่า "จาตุรงคสันนิบาต" และเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรง แสดงโอวาทปฎิโมกข์ แก่พระสงฆ์สาวกเป็นครั้งแรก ณ เวฬุวันวิหารกรุงราชคฤห์เพื่อให้พระสงฆ์นำไปประพฤติปฏิบัติ เพื่อจะยังพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป

คำว่า "จาตุรงคสันนิบาต" แยกศัพท์ได้ดังนี้ คือ "จาตุร" แปลว่า ๔ "องค์" แปลว่า ส่วน "สันนิบาต" แปลว่า ประชุม ฉะนั้นจาตุรงคสันนิบาตจึงหมายความว่า "การประชุมด้วยองค์ ๔" กล่าวคือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ คือ

๑. เป็นวันที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหาร ในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
๒. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น "เอหิภิกขุอุปสัมปทา" คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจาก พระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
๓. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผุ้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุก ๆองค์
๔. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ

Web Link เพิ่มเติมเกี่ยวกับวันมาฆะบูชา

http://www.duangden.com/ImportantDay/3-Maghapuja.html
http://www.learntripitaka.com/History/MakhaBucha.html
http://www.dhammathai.org/day/maka.php
http://mail.rint.ac.th/~plan/sura/link/maka.html
http://www.ybat.org/ybat_news/maka.html

การจัดกิจกรรมเนื่องในวันมาฆะบูชา ของจังหวัดเชียงราย ประจำปี ๒๕๔๘

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย ร่วมกับพุทธสมาคมจังหวัดเชียงราย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย แฃะศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดเจ็ดยอด
กำหนดจัดกิจกรรมวันมาฆบูชา ประจำปี ๒๕๔๘ ในวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ณ วัดเจ็ดยอด(พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ดังนี้

๑ . กิจกรรมในพระอุโบสถ จุดที่ ๑
๑ . ๑ การทำบุญตักบาตร
๑ . ๒ เจริญจิตภาวนา
๑ . ๓ การตอบปัญหาธรรมะ
๑ . ๔ การสวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ (ทีมที่ชนะเลิศจากการประกวดสวดมนต์หมู่ในโซน ๑(อำเภอเมือง อำเภอแม่ลาว อำเภอเวียงชัยและกิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง)
๑ . ๕ การฝึกอาราธนาศาสนพิธี
๑ . ๖ การสนทนาธรรม

๒ . กิจกรรมมารยาทไทย จุดที่ ๒
๒ . ๑ การกราบแบบเบญจาคประดิษฐ์
๒ . ๒ การเคารพพระบรมสาทิสลักษณ์
๒ . ๓ การเคารพผู้ใหญ่

๓ . กิจกรรมการประกวด
๓ . ๑ การประกวดวาดภาพวันมาฆบูชา จ
ุดที่ ๓
ประเภท ๑ . ประถมศึกษา ๒ . มัธยมศึกษาตอนต้น ๓ . มัธยมศึกษาตอนปลาย
รางวัล ชนะเลิศ ๕๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
รองชนะเลิศ อันดับหนึ่ง ๓๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
รองชนะเลิศอันดับสอง ๒๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
ผู้เข้าร่วมประกวดให้นำสีเทียนและอุปกรณ์การวาดมาด้วย

๓ . ๒ การประกวดเรียงความ จุดที่ ๔
ประเภท ๑ . ประถมศึกษา ๒ . มัธยมศึกษาตอนต้น ๓ . มัธยมศึกษาตอนปลาย
รางวัล ชนะเลิศ ๕๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
รองชนะเลิศ อันดับหนึ่ง ๓๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร
รองชนะเลิศอันดับสอง ๒๐๐ บาท พร้อมเกียรติบัตร

 
กำหนดการการจัดกิจกรรมวันมาฆะบูชา วันพุธ ที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ฯ ณ วัดเจ็ดยอด (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.เชียงราย

เวลา ๐๗ . ๐๐ น . – ๐๘ . ๓๐ น .                 พิธีทำบุญตักบาตร

๐๙ . ๐๐ น .                                                  พิธีเปิดการจัดกิจกรรม (กิจกรรมวาดภาพ การประกวดเรียงความ มารยาทไทย)

๐๙ . ๓๐ น .                                                  การเจริญจิตภาวนา

๑๐ . ๐๐ น .                                                   ตอบปัญหาธรรมะ

๑๒ . ๐๐ น .                                                  รับประทานอาหาร

๑๓ . ๐๐ น . – ๑๓ . ๓๐ น .                          สวดมนต์หมู่ทำนองสรภัญญะ

๑๓ . ๓๐ น . – ๑๕ . ๐๐ น .                          ฝึกอาราธนาศาสนพิธี

๑๕ . ๐๐ น .- ๑๖ . ๓๐ น .                             สนทนาธรรม

๑๖ . ๓๐ น.                                                    ประธานในพิธีนำผู้เข้าร่วมกิจกรรมเวียนเทียนรอบพระอุโบสถ

หมายเหต
                 - การแต่งกายชุดขาวปฏิบัติธรรม / ชุดล้านนา / ชุดสุภาพ


๒. การจัดกิจกรรมเนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ จังหวัดเชียงราย ประจำปี ๒๕๔๘

ประวัติความเป็นมาและความสำคัญ

 

ทุกๆ ปีนับตั้งแต่เริ่มโครงการศิลปินแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๗ และได้มีการประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นศิลปินแห่งชาติปีแรก ในพ.ศ. ๒๕๒๘ เป็นต้นมา คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติก็ได้นำศิลปินแห่งชาติเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ผู้แทนพระองค์เพื่อรับพระราชทานเข็มและโล่เชิดชูเกียรติในวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ของแต่ละปี ซึ่งในวันนี้เราถือว่าเป็น “ วันศิลปินแห่งชาติ ”

การที่กำหนดให้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ของทุกปี เป็น “ วันศิลปินแห่งชาติ ” ก็ด้วยว่าวันดังกล่าวเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงเป็นพระปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ และทรงพระปรีชาสามารถล้ำเลิศในศิลปกรรมด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านกวีนิพนธ์ ด้านประติมากรรม และด้านดนตรี เป็นต้น คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ ประกาศให้วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ เป็นวันศิลปินแห่งชาติ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนศิลปินให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท และเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคลผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะของชาติให้เป็นที่ปรากฏต่อสาธารณชน

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงเป็นพระราชโอรสของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ ๑มีพระนามเดิมว่า “ ฉิม ” ประสูติเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๓๑๐ (ปีที่เสียกรุงครั้งที่ ๒) ซึ่งเวลานั้นรัชกาลที่ ๑ ยังดำรงตำแหน่งหลวงยกบัตรเมืองราชบุรี เมื่อพระเจ้าตากสินมหาราชกู้กรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยซึ่งมีพระชันษาได้ ๒ พรรษาได้ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเข้ามาอยู่ในกรุงธนบุรีด้วย ต่อมาก็ได้ศึกษาในสำนักพระวันรัตน์ (ทองอยู่) วัดบางว้าใหญ่หรือวัดระฆังโฆษิตารามในปัจจุบัน เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จขึ้นเสวยราชสมบัติ พระองค์มีพระชนมายุได้ ๑๕ ปี ทรงได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ครั้นปีพ.ศ. ๒๓๓๑ ได้ทรงผนวชอยู่หนึ่งพรรษา แล้วก็ทรงลาผนวชมาดูแลงานต่างพระเนตรพระกรรณตลอดมา ซึ่งตั้งแต่พระราชบิดายังมิได้ทรงครองราชย์ ต้องทำศึกติดพันนั้น พระองค์ได้ตามเสด็จไปหลายครั้ง คือ ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี เมื่อพ.ศ. ๒๓๑๗ ขณะมีพระชนม์เพียง ๘ พรรษา คราวตีเมืองเชียงใหม่ ครั้งที่ ๒ และคราวรบพม่าที่บางแก้ว เป็นต้น พระองค์ได้เสวยราชย์สืบต่อจากสมเด็จพระบรมชนกนาถเมื่อพ.ศ. ๒๓๕๒ ขณะมีพระชนมายุ ๔๓ พรรษา และเสด็จสวรรคตในพ.ศ. ๒๓๖๗ พระชนมายุ ๕๘ พรรษาอยู่ในราชสมบัติ ๑๕ ปี ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดา รวม ๗๓ พระองค์

ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยนี้ บ้านเมืองค่อนข้างสงบเรียบร้อย การศึกสงครามที่มีมาแต่เสียกรุงเริ่มเบาบางลงไป ทำให้มีเวลาที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะมากขึ้น ดังจะขอยกตัวอย่างต่อไปนี้

ด้านกวีนิพนธ์ ในรัชสมัยของพระองค์ ได้รับการยกย่องว่า เป็นยุคทองของวรรณคดี สมัยหนึ่งเลยทีเดียว ด้านกาพย์กลอนเจริญสูงสุด จนมีคำกล่าวว่า “ ในรัชกาลที่ ๒ นั้น ใครเป็นกวีก็เป็นคนโปรด ” กวีที่มีชื่อเสียงนอกจากพระองค์เองแล้ว ยังมีกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ (รัชกาลที่ ๓) สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส สุนทรภู่ พระยาตรัง และนายนรินทรธิเบศร์ (อินทร์) เป็นต้น พระองค์มีพระราชนิพนธ์ที่เป็นบทกลอนมากมาย ทรงเป็นยอดกวีด้านการแต่งบทละครทั้งละครในและละครนอก มีหลายเรื่องที่มีอยู่เดิมและทรงนำมาแต่งใหม่เพื่อให้ใช้ในการแสดงได้ เช่น รามเกียรติ์ อุณรุท และ อิเหนา โดยเรื่องอิเหนานี้ เรื่องเดิมมีความยาวมาก ได้ทรงพระราชนิพนธ์ใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นเรื่องยาวที่สุดของพระองค์ วรรณคดีสโมสรในรัชกาลที่ ๖ ได้ ยกย่องให้เป็นยอดบทละครรำที่แต่งดี ยอดเยี่ยมทั้งเนื้อความ ทำนองกลอนและกระบวนการเล่นทั้งร้องและรำ นอกจากนี้ยังมีละครนอกอื่นๆ เช่น ไกรทอง สังข์ทอง ไชยเชษฐ์ คาวี มณีพิชัย ได้ทรงเลือกเอาของเก่ามาทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นใหม่บางตอน และยังทรงพระราชนิพนธ์บทพากย์โขนอีกหลายชุด เช่น ชุดนางลอย ชุดนาคบาศ และชุดพรหมาสตร์ ซึ่งล้วนมีความไพเราะซาบซึ้งเป็นอมตะใช้แสดงมาจนทุกวันนี้

ด้านปฏิมากรรม /ประติมากรรม นอกจากจะทรงส่งเสริมงานช่างด้านหล่อพระพุทธรูปแล้ว พระองค์ยังได้ทรงพระราชอุตสาหะปั้นหุ่นพระพักตร์ของพระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลก พระประธานในพระอุโบสถวัดอรุณราชวราราม อันเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญยิ่งองค์หนึ่งไทยด้วยพระองค์เอง ซึ่งลักษณะและทรวดทรงของพระพุทธรูปองค์นี้เป็นแบบอย่างที่ประดิษฐ์คิดค้นขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ ๒ นี้เอง ส่วนด้านการช่างฝีมือและการแกะสลักลวดลายในรัชกาลของพระองค์ได้มีความเจริญก้าวหน้าไปอย่างมาก และพระองค์เองก็ทรงเป็นช่างทั้งการปั้นและการแกะสลักที่เชี่ยวชาญยิ่งพระองค์หนึ่งอย่างยากที่จะหาผู้ใดทัดเทียมได้ นอกจากฝีพระหัตถ์ในการปั้นพระพักตร์พระพุทธธรรมิศรราชโลกธาตุดิลกแล้ว ยังทรงแกะสลักบานประตูพระวิหารพระศรีศากยมุนี วัดสุทัศน์ฯคู่หน้าด้วยพระองค์เองคู่กับกรมหมื่นจิตรภักดี และทรงแกะหน้าหุ่นหน้าพระใหญ่และพระน้อยที่ทำจากไม้รักคู่หนึ่งที่เรียกว่า พระยารักใหญ่ และ พระยารักน้อย ไว้ด้วย

ด้านดนตรี กล่าวได้ว่าทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านนี้ไม่น้อยไปกว่าด้านละครและฟ้อนรำ เครื่องดนตรีที่ทรงถนัดและโปรดปรานคือ ซอสามสาย ซึ่งซอคู่พระหัตถ์ที่สำคัญได้พระราชทานนามว่า “ ซอสายฟ้าฟาด ” และเพลงพระราชนิพนธ์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีคือ “ เพลงบุหลันลอยเลื่อน ” หรือ “ บุหลัน(เลื่อน)ลอยฟ้า ” แต่ต่อมามักจะเรียกว่า “ เพลงทรงพระสุบิน ” เพราะเพลงมีนี้มีกำเนิดมาจากพระสุบิน(ฝัน)ของพระองค์เอง โดยเล่ากันว่าคืนหนึ่งหลังจากได้ทรงซอสามสายจนดึก ก็เสด็จเข้าที่บรรทมแล้วทรงพระสุบินว่า ได้เสด็จไปยังดินแดนที่สวยงามดุจสวรรค์ ณ ที่นั่น มีพระจันทร์อันกระจ่างได้ลอยมาใกล้พระองค์ พร้อมกับมีเสียงทิพยดนตรีอันไพเราะยิ่ง ประทับแน่นในพระราชหฤทัย ครั้นทรงตื่นบรรทมก็ยังทรงจดจำเพลงนั้นได้ จึงได้เรียกพนักงานดนตรีมาต่อเพลงนั้นไว้ และทรงอนุญาตให้นำออกเผยแพร่ได้ เพลงนี้จึงเป็นที่แพร่หลายและรู้จักกันกว้างขวางมาจนทุกวันนี้

อนึ่ง ในปีนี้ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ได้ ประกาศ ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๗ จำนวน ๘ ท่าน คือ สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่ คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ นายชาติ กอบจิตติ สาขาทัศนศิลป์ ได้แก่ นายไพบูลย์ มุสิกโปดก นายสันต์ สารากรบริรักษ์ สาขาสถาปัตยกรรม ได้แก่นายจุลทัศน์ กิติบุตร สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่ นายไพรัช สังวริบุตร นายราฆพ โพธิเวส และนางจินตนา สุขสถิตย์

การจัดกิจกรรมเนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ของจังหวัดเชียงราย ประจำปี ๒๕๔๘  วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘

กิจกรรม สถานที่ เวลา
การเสวนา “ศิลปินให้อะไรกับสังคม ห้องประชุมสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน
๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น.
การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมบนเวที และลายบายศรีสู่ขวัญ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย
๑๘.๓๐ เป็นต้นไป
พิธีบายศรีฮ้องขวัญศิลปิน สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย
๑๗.๐๐ น.
การแสดงผลงานศิลปิน (ศิลปะบนลานดิน) สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย
ตลอดวัน
การจำหน่ายสินค้าทางวัฒนธรรม สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย
ตลอดวัน

ศิลปินเชียงรายที่จะมาร่วมงาน วันศิลปินแห่งชาติ อาทิ พ่อครูศรีทวน สอนน้อย (พ่อครูศิลปินช่างปี่ช่างซอ) แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ (แม่ครูฟ้อนสาวไหม) คุณธัญญาทิพย์ นครเชียงราย คุณสร้อยสุดา ภิราษร ช่างซอ คุณสุนันทา แต้มทอง ผู้ชนะเลิศร้องเพลงกล่อมลูกระดับภาค คุณ สมพงษ์ สารทรัพย์ คุณทรงเดช ทิพย์ทอง คุณสมพล ยารังษี คุณพรมา อินยาศรี และศิลปินพื้นบ้านเชียงรายมากมาย

 กำหนดการงาน “ศิลปินเชียงรายสานใจให้ท้องถิ่น” เนื่องในวันศิลปินแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๔๘
             วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘ ณ สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป                             ชมกิจกรรม ศิลปะบนลานดิน ของเครือข่ายศิลปินทุกสาขา , เครือข่ายสภาวัฒนธรรมตำบล/อำเภอ
                                                                    บริเวณสวนตุง และโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย

เวลา ๑๓.๐๐–๑๓.๓๐ น.                             ผู้เข้าร่วมเสวนา ลงทะเบียน ณ ห้องประชุมสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน

เวลา ๑๓.๓๐ น.                                            พิธีเปิดการเสวนา

                                                                    -นายสมพงษ์ สารทรัพย์ กล่าวรายงาน

                                                                    -นายสนอง สมินทรปัญญา ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวเปิดการเสวนา

                                                                    -การเสวนา “ ศิลปินให้อะไรกับสังคม ” ผู้ดำเนินการเสวนา นายอภิรักษ์ ปันมูลศิลป์

เวลา ๑๖.๓๐ น.                                            ผู้มีเกียรติ พร้อมกัน ณ ณ ลานหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ชนเผ่าชาวเชียงราย สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงราย

เวลา ๑๗.๐๐ น.                                 พิธีเปิดงาน “ศิลปินเชียงรายสานใจให้ท้องถิ่น”

                                                                    - ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีฯ เดินทางมาถึงบริเวณพิธีฯ

                                                                    -ประธานในพิธีฯ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

                                                                    -เจ้าหน้าที่กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาศีล

                                                                    -ประธานสงฆ์ให้ศีล

                                                                    -เจ้าหน้าที่อาราธนาพระปริตร

                                                                    -พระสงฆ์ ๙ รูป เจริญพระพุทธมนต์

                                                                    -เจ้าหน้าที่กล่าวโอกาสเวนทานอุทิศส่วนกุศลแด่ศิลปินผู้ล่วงลับ

                                                                    -ประธานในพิธีฯและผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์

                                                                   -พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธีฯ กรวดน้ำ

                                                                   -ประธานในพิธีฯ เดินไปยังเวที

                                                                    -ประธานในพิธีฯ วางพานพุ่มสักการะ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ ๒

                                                                     -ประธานในพิธีฯ กล่าวสดุดีองค์ปฐมบรมศิลปิน

                                                                     -นายมงคล    สิทธิหล่อ ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน

                                                                     -ประธานในพิธีฯ กล่าวเปิดงานฯ

                                                                      -ประธานในพิธีฯ ลั่นฆ้องชัย ๓ ครั้ง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา

                                                                      - พิธีบายศรีฮ้องขวัญศิลปิน เสร็จแล้วผู้มีเกียรติและผู้เฒ่าผู้แก่ผูกข้อมือแด่ศิลปิน

                                                                      -ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ประธานในพิธีฯ มอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแด่ศิลปินเชียงรายที่ได้รับรางวัล และประกาศเกียรติคุณจากสถาบันต่าง ๆ

                      - การแสดงทางศิลปวัฒนธรรมบนเวที โดยเครือข่ายศิลปินสาขาการแสดง

 

หมายเหตุ  แต่งกายชุดพื้นเมือง                                                               


จัดทำโดย สำนักงานวัฒนธรรม จังหวัดเชียงราย
อาคารศาลากลางจังหวัดหลังเก่า ถ.สิงหไคล ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐
โทร ๐-๕๓๗๑-๗๒๔๐ โทรสาร ๐-๕๓๗๑-๗๔๕๔ E-mail : chiangrai@m-culture.go.th
ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุดเมื่อ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๘