แนะนำจังหวัดมหาสารคาม

จังหวัดมหาสารคาม มีพื้นที่ ๕,๒๒๕.๒๙ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓.๓๑ ล้านไร่ อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๔๗๐ กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณตอนกลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือบริเวณจุดศูนย์กลางของภาคอีสาน หรือบริเวณสะดืออีสาน (สะดืออีสาน เป็นชื่อที่ สภาวัฒนธรรมจังหวัดมหาสารคามตั้งขึ้น เพื่อใช้เรียกบริเวณจุดศูนย์กลางของภาคอีสาน ด้วย เหตุผล ถ้าเปรียบแผ่นดินอีสานทั้งภาคเป็นเสมือนร่างกายมนุษย์ และจุดศูนย์กลางที่มองเห็นใน ร่างกายของมนุษย์ คือ สะดือ )
จุดศูนย์กลางของภาคอีสานอยู่เส้นรุ้งที่ ๑๖ องศา ๑๒ ลิปดาเหนือ ตัดกับเส้นแวงที่ ๑๐๓ องศา ๔ ลิปดาตะวันออก  

อาณาเขตการติดต่อ

ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอห้วยเม็ก อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด จังหวัด กาฬสินธุ์ กิ่งอำเภอซำสูง จังหวัดขอนแก่น ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์ อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ อำเภอพล อำเภอเปือยน้อย อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่นทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอจังหาร อำเภอปทุมรัตน์ อำเภอศรีสมเด็จ อำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอกระนวน อำเภอบ้านแแฮด อำเภอบ้านไผ่ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
 
 การคมนาคม

ใน จังหวัดมหาสารคามมีเส้นทางถนนสายรองติดต่อภายในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้การเดินทางภายในพื้นที่จังหวัดมีความสะดวก นอกจากนี้ยังมีเส้นทางถนนที่ติดต่อกับกับบริเวณใกล้เคียงถนนสายหลัก จำนวน ๕ สาย ได้แก่

    ๑. ถนนหมายเลข ๒๓ ออกจากอำเภอเมืองมหาสารคามไปสู่จังหวัดร้อยเอ็ด
    ๒. ถนนหมายเลข ๒๐๘ ออกจากอำเภอโกสุมพิสัยไปสู่จังหวัดขอนแก่น
    ๓. ถนนหมายเลข ๒๐๙ ออกจากอำเภอเชียงยืน ไปสู่จังหวัดกาฬสินธุ์และจังหวัดขอนแก่น
    ๔. ถนนหมายเลข ๒๑๓ ออกจากอำเภอเมืองมหาสารคามไปสู่จังหวัด กาฬสินธุ์๕. ถนนหมายเลข ๒๑๙ ออกจากอำเภอพยัคฆภูมิพิสัยไปสู่จังหวัดบุรีรัมย์

 
 เศรษฐกิจ

โครงสร้างเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดมหาสารคามพึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก รองลงมาเป็นการค้าและภาคบริการ มูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่ำกว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคเล็กน้อย เกษตรกรรมถือเป็นอาชีพหลักของประชากรชาวมหาสารคาม คิดเป็นร้อยละ ๘๙.๓๔ ของประชากรทั้งจังหวัด พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว มันแกวตะเภา และกะหล่ำปลี สัตว์เลี้ยงที่สำคัญ ได้แก่ โค กระบือ สุกร เป็ด และไก่พื้นบ้าน
 

 
 ประวัติความเป็นมาของจังหวัดมหาสารคาม

เมืองมหาสารคามเมื่อแรกตั้งอยู่ที่บ้านลาดกุดยางใหญ่ ที่ตั้งเมืองแห่งนี้เป็นที่ดอนน้ำท่วมไม่ถึง ส่วนหน้าแล้งก็ยังอาศัยน้ำในกุดได้ จึงเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมแก่การตั้งบ้านเมือง ดังนั้น เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๐๘ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านลาดกุดยางใหญ่ ขึ้นเป็นเมือง โดยแยกจากร้อยเอ็ด และให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมืองคนแรก และได้
พระราชทานชื่อเมืองว่า “มหาสารคาม” หมายถึง ถิ่นฐานที่อุดมสมบูรณ์ด้วยความดีงามทั้งปวง

 
 มหาสารคามในวันนี้

นับจากวันแรกที่ก่อตั้งเมืองจนกระทั่งปัจจุบันนี้มีการพัฒนามาเป็นศูนย์ราชการ จังหวัดมหาสารคาม ในพื้นที่ ๑๖๗ ไร่ ๑ งาน บริเวณสี่แยกเลี่ยงเมืองมหาสารคาม – ร้อยเอ็ด ตำบลแวงน่าง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

 
ตราสัญลักษณ์

ตราจังหวัดมหาสารคาม มีลักษณะเป็นรูปครุฑ ต้นไม้และตาราง สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีความหมายว่า จังหวัดมหาสารคามเป็นแผ่นดิน ที่มีความร่มเย็น เป็นสุขและมีแหล่งเกษตรกรรมที่อุดมสมบูรณ์ ครุฑ คือ ตราแผ่นดินและเครื่องหมายทางราชการ หมายถึง ผืนแผ่นดิน ต้นไม้ คือ ต้นไฮ (ภาษาถิ่น) เมื่อผลสุกจะมีสีส้มอมแดง หมายถึง ความร่มเย็น เป็นสุข ตารางสี่เหลี่ยม คือ ท้องนา ที่ยกคันดินขึ้นแบ่งที่นาให้เป็นกระทง จนเต็มผืนนา หมายถึง ความอุดมสมบูรณ์

 
 คำขวัญจังหวัด

พุทธมณฑลอีสาน ถิ่นฐานวัฒนธรรม ผ้าไหมล้ำเลอค่า ตักสิลานคร

 

ต้นไม้ประจำจังหวัด

ต้นพฤกษ์
ชื่ออื่น มะขามโคก มะรุมป่า
เป็นไม้ยืนต้น ผลัดใบ สูง ๑๕ - ๒๕ เมตร เปลือกสีเทาเข้มหรือน้ำตาลอมเหลือง ขรุขระ เปลือกในสีแสด ใบรูปขนนกสองชั้น เรียงสลับ มีก้านแขนงออกตรงข้ามกัน ๔ - ๙ คู่ มีดอกเล็กสีขาว กลิ่นหอมออกเป็น กลุ่มกลมที่ปลายก้านช่อ

 

สิ่งศักดิ์สิทธ์ประจำจังหวัด

ศาลหลักเมือง

สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๔๕๕ เป็นเพียงศาลไม้เก่า ๆ ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๒๗ มีการบูรณะศาลหลักเมืองอีกครั้งหนึ่ง โดยให้กรมศิลปากรออกแบบให้ถูกต้อง ตามจารีตประเพณีโบราณ ปัจจุบันนี้ มีลักษณะเป็นเป็นอาคารจตุรมุข มีทางขึ้นทั้ง ๔ ทิศ เสาหลักเมือง ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ มีการแกะสลักลงรักปิดทองอย่าง สวยงาม ซึ่งตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนหลักเมือง

 

พระธาตุนาดูน

ตั้งอยู่ตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน เป็นแหล่งศูนย์กลางทางพุทธศาสนา คณะรัฐมนตรีมีมติให้พระธาตุนาดูนเป็นพุทธมณฑลอีสาน เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๓๐ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหา วชิราลงกรณ์ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินมาทรงประกอบพิธ ีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ เข้าบรรจุในองค์เจดีย์พระธาตุนาดูน นับว่าพระธาตุนาดูนเป็นศรีสง่าและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดอีกแห่งหนึ่ง

พระกันทรวิชัย

เป็นพระปางสมาธิเพชร ในสมัยศิลปะปาลวะหรือคุปตะตอนปลาย มีความเก่าแก่ประมาณประมาณ ๑,๓๐๐ ปี ขุดพบที่อำเภอโคกพระ ปัจจุบัน คือ อำเภอกันทรวิชัย เป็นพระพิมพ์ที่มีคุณค่าทางศิลปะและปรัชญาธรรมอย่างสูงยิ่ง กล่าวคือ มีลักษณะแสดงถึงเชื้อชาติความเป็นชาวพื้นเมืองอย่างเด่นชัด มีพระพักตร์อิ่มเอิบบริสุทธิ์ แสดงถึงความหลุดพ้นจากกาลเวลา

ผ้าไหมประจำจังหวัด

ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมาก เป็นการนำ ผ้าไหมลายโคมห้า และลายโคมเก้ามาซ้อนเข้าด้วยกัน และมีการโอบหมี่แลเงาให้ลายแน่น และละเอียดมากขึ้น ทำให้เกิดเป็นเงางดงาม มองดูระยับ จังหวัดมหาสารคามได้กำหนดให้ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมากเป็นผ้าไหมประจำจังหวัดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ ผ้าไหมลายสร้อยดอกหมาก เป็น “จุดขาย” ให้เป็นที่รู้จัก แพร่หลายยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน

 

เอกลักษณ์ประจำจังหวัด

ปูทูลกระหม่อม หรือ ปูจุฬาภรณ์ (ปูแป้ง) เป็นปูน้ำจืดอาศัยอยู่ในป่าดูนลำพัน (หมายถึง สภาพของพื้นที่ป่าที่มีต้นธูปฤาษี เป็นพืชตระกูลกก และน้ำซึมซับตลอดปี ) พบเพียงแห่งเดียวในโลกที่อำเภอนาเชือก พบครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔ จากการศึกษาของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าเป็นปูที่หายากในโลก ดังนั้น ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงถือโอกาสที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 36 พระชันษา จึงได้ขอพระราชทาน พระบรมราชานุญาต อัญเชิญพระนามของพระองค์เป็นนามของปูน้ำจืดชนิดนี้