ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น

 ฮีตสิบสอง ครองสิบสี่

        จารีตประเพณีที่คนในท้องถิ่นยึดถือปฏิบัติ ชาวมุกดาหารส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สำคัญและปฏิบัติ สืบต่อกันมาเป็นแบบชาวอีสานทั่วไปที่ยึดการดำเนินชีวิตที่เรียกว่า “ ฮีตสิบสิงครองสิบสี่ ” อันถือเป็นจารีตประเพณีของชาวมุกดาหารก็ว่าได้
ฮีตสิบสองครองสิบสี่
         เป็นจารีตประเพณีที่ชาวจังหวัดมุกดาหารถือปฏิบัติสืบติ่กันมาเป็นเวลาช้านาน ถ้าจะพิจารณาตามเนื้อหาแล้ว จะเห็นว่า ฮีตสิบสองครองสิบสี่นี้ เป็นประหนึ่งบทบัญญัติในการควบคุมพฤติกรรมสังคมชาวมุกดาหาร เป็นการกำหนดระเบียบของสังคมที่พึงประพฤติปฏิบัติ ถ้าละเลยมิได้ประพฤติปฏิบัติ ตามฮีตสิบสองครองสิบสี่ เชื่อถือกันว่าจะเกิดอัปมงคล เกิดความพินาศล่มจมแล้วแต่กรณี คำว่า ฮีตสิบสองครองสิบสี่ แยกเป็น ๒ อย่างคือ ฮีตสิบสอง กับ ครอง(หมายถึงครรลอง) สิบสี่ ฮีตสิบสองหมายถึง ขนบธรรมเนียมประเพณี แบบแผน ความกระพฤติที่ดีงามหรือประเพณีทำบุญ ๑๒ เดือน อันได้แก่ บุญเข้ากรรม บุญคูนลาน บุญข้าวจี่ บุญผะเหวด บุญสรงน้ำ(สงกรานต์) บุญบั้งไฟ บุญชำฮะ (ชำระ) บุญเข้าพรรษา บุญกฐินและบุญลอยกระทง ครองสิบสี่ หมายถึง ตัวบทกฎหมายโบราณเริ่มแต่ตั้งผุ้ซึ่อสตย์เป็นผู้มีอำนาจปกครองบ้านเมืองเป็นข้อแรก และคุณสมบัติคูณเมือง ๑๔ อย่างเป็นข้อสุดท้าย ตัวบทกฎหมายโบราณมีไม่มาก แต่คนโบราณก็ปกครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขโดยปกครองแบบพ่อปกครองลูก พี่ปกครองน้อง ในปัจจุบัน ชาวไทยได้ยอมรบนับถือพุทธศาสนาว่าเป็นศาสนาประจำจังหวัด และมีค่านิยมเกี่ยวกับการบวชพระ เมื่อมีอายุ ๒๐ ปี
ฮีตสิบสอง ได้แก่

          บุญเข้ากรรมหรือปริวาสกรรม หมายถึง การอยู่แรมคืนเพื่อชำระศีลของพระภิกษุให้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์โดยเฉพาะ เป็นพิธีกรรมทางศาสนาแห่งหนึ่งในอันที่จะช่วยให้พระภิกษุปราศจากมลทิน และในขณะเดียวกัน ก็ถือเป็นโอกาสดีของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ที่จะได้ถือเอาโอกาสที่บำเพ็ญกุศล โดยการฝึกฝนจิตใจเจริญภาวนากรรมฐาน ซึ่งเป็นแนวทางที่จะนำชีวิตไปสู่ความสงบสุขได้อีกทางหนึ่ง
         เดือนยี่ บุญคูณลาน เป็นการทำบุญเปิดยุ้งข้าวเพื่อเอาเคล็ดตามความเชื่อ ในช่วงนี้ทุกครัวเรือนจนเสร็จจากการเอาข้าวขึ้นยุ้ง มีการเลี้ยงพระแม่โพสพ เป็นการตอบแทนที่ทำให้ตนสามารถทำนาได้ข้าว เมื่อทำการเปิดยุ้งจึงตักข้าวจากยุ้งได้ พิธีนี้เจ้าของยุ้งจะกำหนดวันประกอบพิธีตามความเชื่อของแต่ละครอบครัว
        เดือน ๓บุญข้าวจี่ หลังจากเปิดยุ้งข้าวแล้ว ชาวบ้านก็จะนำข้าวที่เป็นผลผลิตนั้นมาทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว อุทิศให้ผีไร้ญาติจะมีการนำข้าวเหนียวจี่ชุบไข่ แล้วนำมาถวายพระ นอกจากนั้น ยังมีการเพิ่มน้ำอ้อยใส่ในข้าวจี่อีกด้วย
       เดือน ๔ บุญผะเหวด เมื่อถึงเดือน ๔ เป็นฤดูที่มีดอกไม้ตามชายทุ่ง ชายป่า แถวมุกดาหารบานสะพรั่งไปด้วยดอกคูณดอกมันปลา ดอกลำดวน ตามปกติฝนก็มีมาบ้างแล้วจักจั่น เรไรขับร้องตามชายทุ่งและชายป่าฟังเสนาะมาก มีการเขียนไว้ในหนังสือเทศน์พระมาลัยหมื่นมาลัยแสนว่า พรผู้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต คือ พระศรีอริยเมตไตรยใครอยากจะพบเห็นท่าน และร่วมในศาสนาของท่าน จะต้องไม่ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าสมณชีพราหมณ์ ทำลายสงฆ์ให้แตกแยก และจะต้องฟังเทศน์พระเวสสันดรชาดกให้จบสิ้นภายในวันเดียว ดังนั้น ปราชญ์แห่งอีสาน เห็นว่าเป็นเรื่องดี จึงได้บรรจุบุญมหาชาตินี้ไว้ ในฮีตสิบสองครองสิบสี่ การทำบุญนี้ทำอยู่ ๓ วัน วันแรกเป็นวันเตรียมการ ผู้ชายจะช่วยกันสานไม้ไผ่เพื่อนำมาเป็นเรื่อง ผะเหวด(หรือกระแตะ) และช่วยกันมัดฟางให้เป็นนก หนู ไก่ และปลา ส่วนผู้หญิงจะเตรียมสิ่งของที่จะนำไปร่วมพิธี ได้แก่ ข้าวต้มมัด ขนมต่างๆ วันที่ ๒ ชาวบ้าน จะช่วยกันสร้างหอพระอุปคุต แล้วนำกระแตะที่สานไว้ มากั้นทำเป็นบริเวณสำหรับเทศน์มหาชาติ ในเวลาบ่ายยกเสาผะเหวด โดยนำข้าวต้มมัด กล้วย ผูกติดกับเสาไม้ไผ่ที่ลานวัดแล้วพรมน้ำหอม ผูกผืนผ้ายาวเรียกว่า
“ผ้าผะเหวด ”
แล้วเชิญผะเหวดเข้ามาในหมู่บ้าน บูชาด้วยดอกไม้แล้วแห่เข้าเมืองในวันที่ ๓ ตั้งแต่เช้ามืด เวลาประมาณ ๐๓.๐๐ นาฬิกา จะมีพิธีแห่ข้าวพันก้อน ในตอนสายของวันที่ ๓ จะมีการฟังเทศน์มหาชาติ และมีการแห่กัณฑ์หลอน แล้วเทศน์อัศจรรย์ และเช้าวันอันเชิญพระอุปคุต ต่อมามีการทำบุญตักบาจรเป็นเสร็จพิธี
       เดือนที่ ๕ บุญสงกรานต์ เป็นบุญประเพณีที่ชาวจังหวัดมุกดาหารปฏิบัติสืบต่อกันมาทุกปี ตอนเช้ามีพิธีตัดบาตรที่หน้าศาลากลาง เสร็จพิธีแล้วจะสรงน้ำพระพุทธรูปคู่บ้าน คือ พระพุทธสิงห์สอง จากวัดศรีบุญเรืองมาแห่รอบ ๆ เมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จพิธีสรงน้ำพระ ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาวก็จะรดน้ำพระเพื่อความเป็นสิริมงคล เสร็จพิธีสรงน้ำพระ ประชาชน ผู้เฒ่าผู้แก่ คนหนุ่มคนสาวก็จะรดน้ำกันอย่างสนุกสนาน จากนั้นมีการแข่งขันกีฬาพื้นเมืองมุกดาหารต่างๆ เช่น สะบ้าชักเย่อ เป็นต้น
      เดือน ๖ บุญบั้งไฟ เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ชาวบ้านร่วมกันทำ โดยเอาถ่านไฟและดินประสิวมาคั่วผสมกันตามน้ำหนักที่ต้องการ แล้วบดให้ละเอียดและกรอก ใส่กระบอกไม้ไผ่ หรือแป๊บเหล็กขนาดต่าง ๆ ตอกให้แน่น เพื่อเป็นการบูชานมัสการเทพเจ้าตามความเชื่อของชาวอีสานว่าเป็นผู้สร้างฝน หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ แถน ” หรือ “ พญาแถน ” อันได้แก่ พระอินทร์นั่นเอง บุญบั้งไฟมีความสำคัญในชีวิตชาวอีสาน โดยตอนกลางวันจะมีการทำบุญตักบาตร ตอนเย็นวันแรกมีการสวดมนต์ เสร็จพิธีก็เลี้ยงอาหรผู้มาร่วมงาน วันที่สองจะมีการทำบุญตักบาตร เลี้ยงพระอีกเป็นเสร็จพิธี นอกจากนี้ ยังมีพิธีของชาวภูไทย ในเดือน๖ นี้ คือ การเลี้ยงปู่ตา เพื่อให้คุ้มครองชาวผู้ไทยให้อยู่เย็นเป็นสุข และเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล โดยมีหมอเหยาทำหน้าที่เป็นผู้ประกอบพิธี และเสี่ยงทายโดยการดูคางไก่ ถ้าคางไก่ โค้งยาวดีเหมือนเคียว ทายว่าปีนี้ฝนจะดี แต่ถ้าเลี้ยงปู่ตาแล้วฝนยังไม่ตกต้องตามฤดูกาลอีก ชาวผู้ไทยจะจัดงานฉลองกันอีกครั้ง โดยการทำบั้งไฟเล็ก ๆ มาเสี่ยงทายอีก
       เดือน ๗ บุญชำฮะ ชำฮะ คือ ชำระ ในบัญญัติทางประเพณีข้อนี้อันเป็นการชำระสิ่งที่เป็นเสนียดจัญไร ในทำนองเอาของบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์ไล่เสนียด หรือนอกจากนั้น ยังมีพิธีเลี้ยงผีตาแฮกนา เพื่อให้คุ้มครองข้าวในนา ตลอดจนบุคคลในครอบครัวให้อยู่เย็นเป็นสุข
      เดือน ๘ บุญเข้าพรรษา การเข้าพรรษา คือ การอธิษฐานอยู่ประจำของพระภิกษุในที่เดียว ๓ เดือนโดยภายใน ๓ เดือน นั้น จะไปค้างคืนที่อื่นไม่ได้ ถ้าไปจะถือว่าพรรษาขาด ต้องอาบัติไปด้วย ยกเว้นมีความจำเป็นต้องใช้วิธีสัตตาหะ – กรณียะ ซึ่งจะไปได้ ๗ วัน ตามปกติ กำหนดเอาวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ และมีอนุญาตให้อธิษฐานเข้าพรรษาแรกไม่ทัน เช่นนี้เรียกว่า “ ปัจฉิมพรรษา ” คือการเข้าพรรษาหลัง
      เดือน ๙ บุญข้าวประดับดิน เป็นบุญที่ถวายทานแก่พระสงฆ์ หรือ จัดอาหารทิ้งไว้หรือแขวนไว้ตามกิ่งไม้ เพื่อให้วิญญาณหรือผีที่เป็นญาติที่ได้รับความทุกข์ ทรมานในนรก ให้ได้รับการปลดปล่อยให้มารับส่วนกุศลนี้ จะเริ่มทำกันหลังจากที่ทำนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
      เดือน ๑๐ บุญข้าวสาก (ข้าวสารท) บุญข้าวสาก เป็นบุญถวายข้าวสลากแก่พระสงฆ์ จะนำสิ่งของต่าง ๆ ที่เตรียมไว้เขียนเป็นสลากไปถวายพระสงฆ์ เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้วรวมทั้งผีไร้ญาติด้วย
      เดือน ๑๑ บุญออกพรรษา ในส่วนของพระนั้นการปวารณาเป็นกิจกรรมสำคัญของพระสงฆ์ ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับชาวบ้าน การออกจากการจำกัดเขต ๓ เดือน ไปพักค้างคืนนอกเขต ได้ชื่อว่าเป็นการออกพรรษา จะมีการทำบุญตัดบาตรที่วัด เป็นเสร็จพิธี ในเดือน ๑๑ จะมีการทำบุญกฐิน หลังออกพรรษา จะทำในช่วงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ถึง กลาง เดือน ๑๒ ท้ายฤดูเท่านั้น ทำนอกเหนือจากนี้ไม่ได้เพื่อเป็นการทำบุญถวายกฐินในพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ครบสามเดือนอีกด้วย
     เดือน ๑๒ บุญลอยกระทง เป็นการทำบุญและงานรื่นเริง ขึ้น ๑๕ ค่ำ จุดประสงค์ของการทำบุญนี้ เพื่อ ๑. บูชาพระแม่คงคา ๒. ขออภัยต่อพระแม่คงคา ๓. และบูชารอยพระพุทธบาทของพระศาสดา ตอนเช้ามีการทำบุญตักบาตรที่วัดตอนสายหนุ่มสาวจะทำกระทงและนำไปลอยในแม่น้ำในตอนเย็น สังเกตได้ว่าฮีตสิบสองเป็นประเพณีในรอบ ๑๒ เดือน ที่ยังปฏิบัติสืบทอดกันมาจนทุกวันนี้

ครองสิบสี่
        ครอง เป็นคำที่ตรงกับภาษาอีสาน ว่า “ คอง ” หมายถึงแนวทาง หรือ ทำนองคลองธรรม
          สิบสี่ หมายถึง แนวทางที่พึงปฏิบัติ ๑๔ ข้อ
         ครองสิบสี่ หมายถึง แนวทางที่ประชาชนทั่วไปตลอดจนผู้มีหน้าที่ปกครองบ้านเมืองพึงปฏิบัติ ๑๔ ข้อ
                      เพื่อดำรงรักษาไว้ซี่งจารีตประเพณีและทำนองคลองธรรมอันดีงามของท้องถิ่นและของบ้านเมือง ซึ่งจำแนกได้ ดังนี้
ฮีตเจ้าครองขุน เป็นฮีตของพระเจ้าแผ่นดินหรือพระมหากษัตริย์ผู้ครองเมือง ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนที่มีมาแต่โบราณ เช่น การปฏิบัติตามทศพิธราชธรรม                      ปกครองดูแลไพร่ฟ้าประชาชนให้อยู่เย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน
ฮีตเจ้าครองเพีย เป็นฮีตของเจ้านายชั้นผู้ใหญ่แต่โบราณ เพื่อให้ปฏิบัติตามครองขุนหรือจารีตที่เคยปฏิบัติมา โดยยึดหลักธรรมทางศาสนา                       เป็นที่ตั้งอันเป็นแนวทางปกครอง โดยเป็นธรรมแก่ประชาชน
ฮีตไพร่ครองนายเป็นฮีตของประชาชนทั่วไปที่พึงปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมืองและคำสั่งของเจ้านาย ซึ่งเป็นนายจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่และเป็นที่พึ่งของประชาชน
ฮีตบ้านครองเมือง คือ การรู้จักปฏิบัติขนบธรรมเนียมประเพณีที่ปฏิบัติในแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวและมีการเลี้ยงชีพโดยสุจริต
ฮีตผัวครองเมีย คือ แนวทางที่สามีและภรรยาปฏิบัติต่อกันเพื่อให้การอยู่ร่วมกันในครอบครัวเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นปกติสุข
ฮีตพ่อครองแม คือ แนวทางที่ผู้เป็นพ่อและเป็นแม่พึงปฏิบัติต่อลูกในทางที่เป็นประโยชน์แก่ลูก นับตั้งแต่การเลี้ยงดูให้เติบใหญ่
                      และการแนะนำอบรมในสิ่งที่ดีงามห้ามปรามมิให้กระทำชั่ว
ฮีตลูกครองหลาน เป็นแนวทางที่ผู้เป็นลูกและเป็นหลานพึงปฏิบัติ เช่น เคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่ ตลอดจนให้ละเว้นการกระทำชั่ว
                       ประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีงานให้สมกับคำที่เรียกว่าเป็นลูกแก้วหลานแก้ว
ฮีตใภ้ครองเขย เป็นข้อปฏิบัติสำหรับผู้เป็นสะใภ้และลูกเขย ด้วยการปฏิบัติให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียมและหน้าที่ เช่น ลูกสะใภ้ต้องรักและเคารพปู่ ย่า
                     ส่วนลูกเขยต้องรู้จักทำงาน ขยันขันแข็งในการประกอบอาชีพ และทำตนให้เป็นที่รักของพ่อตาและแม่ยาย
ฮีตป้าครองลุง เป็นข้อปฏิบัติของผู้เป็นป้า ลุง น้า อา และพี่ ซึ่งเป็นญาติอาวุโส ด้วยการวางตนให้เหมาะสม มีเมตตากรุณา และเป็นที่พึ่งของญาติพี่น้องและลูกหลาน
ฮีตปู่ครองย่า ตาครองยาย ผู้เป็นปู่ ย่า ตา ยายา นั้น ชาวอีสานเรียกว่า พ่อใหญ่ แม่ใหญ่ พ่อตู้ แม่ตู้ ซึ่งเป็นผู้ที่ลูกหลานให้ความเคารพนบถือ
                     จึงต้องปฏิบัติตนในสิ่งที่งามและมีเมตตาธรรม
ฮีตเฒ่าครองแก เป็นข้อปฏิบัติของคนชราหรือผู้สูงอายุ ด้วยการวางตนให้เหมาะสมกับที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่โดยยึดมั่นในศีลธรรม ประพฤติตนเป็นคนดี
                      ให้เป็นประโยชน์แก่ลูกหลาน
ฮีตครองเดือน ได้แก่ การปฏิบัติตามจารีตประเพณีต่าง ๆ ตามที่นิยมจัดทำกันในรอบ ๑๒ เดือน ซึ่งกำหนดไว้ในฮีต ๑๒ โดยหลักทางศาสนาเป็นสำคัญ
                     และร่วมกันจัดทำมิให้ละเลย นับว่าเป็นการปฏิบัติตามประเพณีและวัฒนธรรมที่ดีงาม
ฮีตไฮ่ครองนา เมื่อถึงฤดูกาลทำไร่ทำนา ก่อนลงมือทำจะมีการเลี้ยงตาแฮก คือ ทำพิธีปลูกข้าวที่ตาแฮก ด้วยการร่วมมือช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ให้ได้ผลดีทันตามฤดูการ
ฮีตวัดครองสงฆ์ เป็นแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับวัดวาอารามและพระภิกษุสามเณร สำหรับชาวบ้านก็ต้องปฏิบัติต่อวัดและพระสงฆ์ ส่วนพระภิกษุ
                       สามเณรก็ถือปฏิบัติให้ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย

ขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น
๑) เสี่ยงทายสองนางกับการเลี้ยงผี (ของรักษา) เสี่ยงทายสองนางกบการเลี้ยงผี เป็นประเพณีที่กระทำสืบเนื่องกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ที่มักจะกระทำเสมอ เพื่อจะให้เจ้าแม่สองนางได้บอกถึงความเป็นไปที่จะเกิดขึ้นกับหมู่บ้านของเรา แม้ปัจจุบัน โลกเจริญก้าวหน้าไปมากแล้วก็ตาม แต่ไม่มีสิ่งใดจะมาลบล้างความเชื่อถืออันนี้ได้เลย
ความมุ่งหมายของประเพณีเลี้ยงผีนี้เพื่อ
                       ๑. ทำการเสี่ยงทายโชคชะตาของหมู่บ้านและของชีวิตประชาชน
                       ๒. เพื่อเป็นโอกาสฉลองวันครบรอบการเลี้ยงผี
                       ๓. เพื่อดำรงซึ่งประเพณีของชาวบ้านอย่างหนึ่ง
                       ๔. เพื่อบวงสรวงดวงวิญญาณและตัดสินดวงวิญญาณเหล่านั้นให้ไปเกิด

๒) พิธีตีช้างน้ำนอง ในเทศกาลออกพรรษาของชาวมุกดาหาร
            จังหวัดมุกดาหาร มีประเพณีอันเก่าแก่ที่ได้ยึดถือสืบทอดกันมาแต่สมัยโบราณ คือ “ การแข่งเรือ ” หรือ “ ประเพณีส่วงเฮือ ” ในลำน้ำโขง โดยถือเป็นประเพณีของชาวเมืองมุกดาหาร และจังหวัดที่ได้อยู่ติดกับลำน้ำโขง ความสำคัญของลำน้ำโขงนั้นถือว่าเป็นสายธารของชีวิตประชาชนแถบนี้ เพราะได้อาศัยเป็นที่ประกอบอาชีพ ใช้อุปโภคบริโภค และเป็นเส้นทางคมนาคมติดต่อค้าขาย วนใหญ่ทุกหลังคาเรือนของหมู่บ้านในแถบนี้ มักจะมีเรือเป็นพาหนะของตนเอง สำหรับการติดต่อค้าขายและคมนาคม ในปีหนึ่ง ๆ สมัยเป็นเมืองมุกดาหาร เจ้าเมืองจะจัดให้มีพิธีดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาปีละ ๒ ครั้ง คือในวันตรุษเดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ผู้รับราชการฉลองพระเดชพระคุณทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลและหัวเมืองน้อยใหญ่จะต้องมาร่วมและประกอบพิธีดังกล่าว จะขาดมิได้เพราะถือว่าเป็นความผิดร้ายแรงยิ่ง ในการเดินทางมาร่วมพิธีนั้น ส่วนใหญ่จะเดินทางมาทางเรือเพราะจะสะดวกกว่าทางบก โดยเฉพาะวันสารทขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๑ ตรงกับวันออกพรรษาพอดี น้ำในลำโขงกำลังเต็มฝั่งปราศจากเกาะแก่ง ประชาชน พลเมืองกำลงว่างจากการทำนา เมื่อทุกหมู่บ้านมารวมกันมาก ๆ จึงได้เกิดมีการจัดเรือที่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางมาแข่งขันพายเรือกันเพื่อความสนุกสนานและเป็นการฉลองสมโภช บวงสรวงบูชาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์พระแม่คงคาพญานาคเทวดา เพื่อให้เกิดความสงบร่มเย็นเป็นสุข และก่อนจะมีการแข่งขันก็จะต้องมีพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ บวงสรวงดวงวิญญาณบรรพบุรุษ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองทั้งบนบกและในน้ำ เพื่อเกิดความเป็นสิริมงคลและไม่มีอุปสรรคในการจัดงาน โดยกระทำพิธีพาเหรดเรือหรือตีช้างน้ำนอง ซึ่งมีที่จังหวัดมุกดาหารเป็นแห่งแรกของประเทศไทย นับต้งแต่นั้นเป็นต้นมาได้ถือเอาวันดังกล่าวเป็นประเพณีจัดแข่งขันเรือในลำแม่น้ำโขง และได้มีการพัฒนาการเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ก่อนทำการแข่งเรือทุกประเภท จะมีพิธีเปิดงาน ณ บริเวณกองอำนวยการศาลาขางท่าน้ำเขื่อนริมโขง ถนนสำราญชายโขง และมีพิธีสำคัญ ๔ อย่าง คือ
            ๑. พิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทางทางบก โดยจัดขบวนแห่อัญเชิญถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมพระฉายาลักษณ์ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในเขตเทศบาลที่กำหนดไว้มีการจัดริ้วขบวนแห่ฝีพายเรือทางบกจากคุ้ม ชุมชนต่าง ๆ ในเขตเทศบาล ร่วมกับขบวนแห่จากแขวงสะหวันนะเขต ประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อกระทำพิธีบวงสรวงสักการะหลักเมือง เจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองและเจ้าแม่สองนางพี่น้องตามลำดับ
            ๒. พิธีเบิกน่านน้ำ ซึ่งกระทำเบิกน่านน้ำโดยอัญเชิญเจ้าพ่อเจ้าฟ้ามุงเมืองลงประทับเรือเจ้าฟ้ามุกดาสวรรค์ ผู้ร่วมลงเรือกระทำพิธีเบิกน่านน้ำ ประกอบไปด้วย (เจ้าเมืองทั้งสองฝั่งโขง คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร และเจ้าแขวงสะหวันนะเขต) นายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกสภาจังหวัด สมาชิกสภาเทศบาล คณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ผู้ทรงคุณวุฒิ และคณะผู้ทรงเจ้ากระทำพิธีเบิกน่านน้ำ
            ๓. พิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทานทางน้ำ โดยจัดขบวนแห่ถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมพระฉายาลักษณ์ ทางน้ำโดยเรือของงานตำรวจน้ำมุกดาหาร เป็นเรืออัญเชิญและเป็นเรือนำขบวนติดตามด้วย เรือนำขบวนอีก ๔ ลำ และต่อท้ายด้วยเรือแข่งขันประเภทความเร็ว ทุกรุ่น ทุกลำ โดยจัดริ้วขบวนกระทำพิธีพาเหรดเรือ เริ่มจากเรือแข่งรุ่นเล็ก รุ่นกลาง รุ่นใหญ่และปิดท้ายด้วยเรืออารักขาจากสถานีเรือ นปข. ที่ ๓ มุกดาหาร ตามลำดับโดยเริ่มต้นจากบริเวณหน้าวัดศรีบุญเรือง (ใต้กองอำนวยการ) พายเรือทวนน้ำไปยังจุดปล่อยเรือ
            ๔. พิธีตีช้างน้ำนอง เดิมพิธีตีช้างน้ำนองนั้นจะจัดเรือแข่งทุกลำทุกรุ่นทำพิธีตีช้างน้ำนองก่อนวันสุดท้ายของการแข่งขัน หรือพาเหรดเรือ ๑ วัน โดยเริ่มต้นจากจุดปล่อยเรือ กระทำพิธีลงมาตามลำแม่น้ำโขงผ่านลงมากองอำนวยการถึงจุดตัดสินเรือแข่ง (ท่าน้ำหน้าวัดศรีบุญเรือง) แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงเพื่อให้ความสะดวกขึ้น จึงปรับมาทำพิธีก่อนการแข่งขัน