ิจังหวัดนครปฐมมีโบราณสถาน ดังนี้
 
ลำดับที่
ชื่อ
ที่ตั้ง
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ
พระราชวังสนามจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๙๘ ตอนที่ ๑๗๗
วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๒๔
เจดีย์วัดประชานารถ อำเภอนครชัยศรี
เล่ม ๑๐๖ ตอนที่ ๒๖
วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
ฐานเจดีย์ที่วัดพระประโทน อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๗ ตอนที่ ๔๐
วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๔๘๓
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๗๘ ตอนที่ ๙๔
วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๔
พระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
ฐานเจดีย์วัดพระงาม อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
ฐานเจดีย์วัดธรรมศาลา อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
สระน้ำจันทร์ อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
เนินพระดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๔ ตอนที่ –
วันที่ ๓ มกราคม ๒๔๘๐
๑๐
ฐานเจดีย์วัดพระประโทน อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๑๑
เมืองกำแพงแสน อำเภอกำแพงแสน
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๑๒
ฐานโบราณสถาน วัดพระเมรุ
อำเภอเมืองนครปฐม
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕
วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘
๑๓
โบสถ์หลังเก่าวัดบางพระ อำเภอนครชัยศรี
-
๑๔
สะพานเจริญศรัทธา อำเภอเมืองนครปฐม
-
๑๕
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม โรงเรียนราชินีบูรณะ
อำเภอเมืองนครปฐม
-
๑๖
ซากฐานศาลาตึก อำเภอกำแพงแสน
-
๑๗
วิหารวัดศรีมหาโพธิ์ อำเภอนครชัยศรี
-
   
  ประเพณีท้องถิ่นที่สำคัญของจังหวัด
 
(๑) งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์

   งานประเพณีที่สืบต่อกันมาตั้งแต่บรรพชนต่างนัดหมายกันมาเพื่อบูช พระบรม-สารีริกธาตุ ร่วมกันบริจาคทรัพย์บำรุงรักษาองค์พระปฐมเจดีย์ให้มั่นคงสืบต่อไป มีหลักฐานปรากฏว่า งานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ที่จัดอย่างเป็นพิธีการ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ คือ หลังจากที่โปรดเกล้า ฯ ให้บูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ครั้งใหญ่แล้ว ยังให้ขุดคลองเจดีย์ ตั้งแต่ “ บ้านท่านา ” มาจนถึงกลางเมืองนครปฐมเจดีย์
 
(๒) งานเทศกาลอาหาร ผลไม้ และของดีนครปฐม

   เทศกาลอาหาร ผลไม้ และของดีนครปฐมนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลผลิต ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครปฐม เช่น ข้าว ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ข้าวหลาม และผลไม้อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ขนุน มะม่วง หน่อไม้ฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีอาหารจำพวกน้ำพริก กุนเชียง หมูแผ่น หมูหัน รวมไปถึงสินค้าทางอุตสาหกรรมอื่น ๆ
 
(๓) ประเพณีการแห่ผ้าห่มองค์พระปฐมเจดีย์

   การนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ที่พุทธศาสนิกชนนิยมกระทำ ได้แก่ การบูชาด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ในวันธรรมดาเป็นปกติ และในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา จะมีการบูชาด้วยการเดินเวียนเทียนทักษิณาวัตรรอบองค์เจดีย์ เพื่อเป็นการทำให้จิตใจสงบ น้อมรำลึกถึง พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ

นอกจากนี้ ชาวพุทธยังเชื่อว่า การถวายสิ่งของเครื่องใช้แด่พระภิกษุสงฆ์จะได้บุญกุศล เป็นส่วนหนึ่งของการบูชาพระรัตนตรัย โดยเฉพาะการถวายผ้ากาสาวพัสตร์ ซึ่งเป็นเครื่องนุ่งห่มแก่พระสงฆ์นั้นจะได้บุญสูงมาก พุทธศาสนิกชนจึงนิยมถวายผ้าดังกล่าว รวมทั้งนำไป ห่มพระธาตุเจดีย์ หรือเจดีย์ที่บรรจุอัฐิของบรรพบุรุษของตน โดยเชื่อว่าผ้าที่ตนถวายนั้น นอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อพระสงฆ์ใช้นุ่งห่มแล้ว บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว ยังมีโอกาสได้รับบุญกุศลนั้นด้วย
 
(๔) ประเพณีลอยกระทง

   ตรงกับช่วงงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จึงนับว่าเป็นส่วนหนึ่งของงาน องค์พระปฐมเจดีย์ด้วย ในวันลอยกระทงคืนวันเพ็ญเดือน ๑๒ นี้ มีประชาชนมาเที่ยวงานอย่างคับคั่งมากกว่าวันอื่น ๆ เป็นประจำทุกปี จัดให้มีพิธีลอยกระทงบริเวณคลองเจดีย์บูชาทางด้านสะพานเจริญศรัทธา
 
(๕) ประเพณีการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า

   วันอัฏฐมีบูชา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งครั้งสมัยพุทธกาล แต่มิได้เป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ตามที่ปรากฏในพุทธประวัติว่าเป็นวันถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า การจัดงาน เพื่อรำลึกถึงวันสำคัญดังกล่าว คงจะมีเฉพาะบางท้องที่ที่นับถือพระพุทธศาสนา สำหรับประเพณีการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้าของจังหวัดนครปฐม จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปีที่วัดใหม่สุคนธาราม ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี ตรงกับวันแรม ๗ ค่ำ เดือน ๖ หรือจัดหลังวันวิสาขบูชา ๗ - ๘ วัน เป็นประเพณีที่ชาวบ้านได้กระทำสืบทอดกันมานานนับร้อยปีแล้ว
 
(๖) ประเพณีแห่ธงสงกรานต์

   เป็นประเพณีพื้นบ้านและเป็นส่วนหนึ่งของงานเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งปฏิบัติสืบทอดกันมาช้านานในหมู่คนไทยเชื้อสายลาวครั่ง บริเวณเขตตำบลโพรงมะเดื่อ อำเภอเมืองนครปฐม และในตำบลห้วยด้วน ตำบลดอนรวก ตำบลลำเหย อำเภอดอนตูม ชาวไทยเชื้อสายลาวครั่งเหล่านี้เข้ามาตั้ง ถิ่นฐานทำมาหากินอยู่บริเวณดังกล่าว มาตั้งแต่รัชกาลที่ ๒ แต่ยังคงยึดถือประเพณีบางอย่างสืบทอด กันมาอย่างแน่นแฟ้น

การแห่ธงสงกรานต์เป็นประเพณีเกี่ยวกับพุทธศาสนาที่ปฏิบัติแตกต่างไปจากคนไทยกลุ่มอื่น ในช่วงเทศกาลของทุกปีนอกจากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น ทำบุญตักบาตร การก่อเจดีย์ทราย การสรงน้ำพระ และการบังสุกุลอุทิศส่วนกุศลถึงญาติผู้ล่วงลับแล้ว ชาวนครปฐมชุมชนดังกล่าว ยังมีประเพณีการแห่ธง หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ ทอดผ้าป่าลาว ” ในวันสุดท้ายของงานอีกด้วย
 
(๗) ประเพณีการแข่งเรือในวันทอดกฐิน

   จังหวัดนครปฐมมีลุ่มแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน คือ แม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) ช่วงตั้งแต่เดือนตุลาคม - มกราคมเป็นช่วงที่น้ำเต็มตลิ่ง จนบางแห่งล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่สวนริมแม่น้ำ ในระยะที่มีน้ำขึ้นสูงนั้น มักตรงกับฤดูกาลออกพรรษา คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ และตั้งแต่ วันแรม ๑ ค่ำ เป็นต้นไปเป็นเวลา ๑ เดือน วัดต่าง ๆ จะมีการทอดกฐิน หรือถวายผ้าไตรจีวร พร้อม เครื่องอัฐบริขารแด่พระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นประเพณีสืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ
 
(๘) ประเพณีการทำบุญข้าวจี่

   การทำบุญข้าวจี่ เป็นประเพณีการทำบุญชนิดหนึ่งของชาวบ้านวัดสระสี่เหลี่ยม ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านแถบนี้มีเชื้อสายลาวครั่ง จึงคาดว่าประเพณีนี้น่าจะรับแบบอย่างมาจาก “บุญข้าวจี่” ของชาวไทยภาคอีสาน ซึ่งจะทำกันประมาณกลางเดือน ๓ ของทุกปี โดยชาวบ้านบางหมู่บ้านจะนัดหมายกันว่าจัดงานทำบุญขึ้นบริเวณที่โล่งกว้างอาจเป็นกลางหมู่บ้าน หรือกลางลานวัด สถานที่จัดไว้ทำบุญนั้นเรียกว่า “ผามบุญ” ชาวบ้านจะนิมนต์พระสงฆ์มาจากวัดหมู่บ้านอื่นด้วย
 
(๙) ประเพณีการใต้น้ำมัน

   การใต้น้ำมัน เป็นกิจกรรมทางพุทธศาสนาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งพุทธศาสนิกในท้องที่ตำบลสระสี่เหลี่ยม อำเภอดอมตูม จังหวัดนครปฐม ได้ปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็นเวลานานแล้ว การใต้น้ำมันหมายถึง “การจัดประทีปโคมไฟ” เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสเทศกาลออกพรรษา คือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี
 
(๑๐) ประเพณีการทำบุญกลางบ้าน

   เป็นงานบุญที่น่าสนใจและแปลกออกไปจากการทำบุญอื่น ๆ ของชาวบ้านหมู่ที่ ๓ ตำบลวัดละมุด อำเภอนครชัยศรี ซึ่งกระทำกันทุกปีประมาณกลางเดือนเจ็ด (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) โดยเชื่อกันว่า การทำบุญในวันพระนั้นจะได้บุญมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันปล่อยผี การทำบุญกลางบ้านนี้จะนำเอาความเชื่อถือผีแบบโบราณเข้ามาผสมกับพิธีทางพุทธศาสนา
 
(๑๑) ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง

   การถวายสิ่งของแด่พระสงฆ์ด้วยการตักบาตรที่พุทธศาสนิกชนถือปฏิบัติและ พบเห็นโดยทั่วไป คือ การตักบาตรอาหารคาวหวานแด่พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาตในยามเช้า หรือการ ตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง ในวันเทศกาลสำคัญต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการตักบาตรที่ทางวัดต่าง ๆ มักจะกำหนดจัดให้เป็นงานประจำปี อันได้แก่ การตักบาตรเทโว เป็นต้น แต่การตักบาตรที่น้อยวัดจะ จัดให้มีขึ้นก็คือ ประเพณีตักบาตรน้ำผึ้ง จึงนับเป็นประเพณีหนึ่งที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

สำหรับจังหวัดนครปฐม จัดให้มีขึ้น ณ วัดบึงลาดสวาย ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน ในวันสารทไทย (วันแรม ๑๐ ค่ำ เดือน ๑๐) ด้วยพิธีที่เรียบง่ายและเป็นไปด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างจริง โดยตั้งภาชนะใส่น้ำผึ้งที่รองด้วยผ้าเช็ดหน้าขาวบนบาตร (แต่เดิมนิยมถวายผ้าเช็ดหน้าแดง ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นสีขาว) จุดประสงค์ของการถวายน้ำผึ้งแก่พระสงฆ์นี้ ก็เพื่อนำไปเป็นส่วนประกอบในการกวนข้าวกระยาทิพย์ หรือฉันเป็นเภสัชชนิดหนึ่ง
 
(๑๒) ประเพณีตักบาตรดอกไม้

   ความเชื่อทางพุทธศาสนาอย่างหนึ่งที่ชาวไทยปฏิบัติสืบต่อกันมา ก็คือ อามิสบูชา ซึ่งได้แก่การบูชาพระรัตนตรัยด้วยดอกไม้ธูปเทียนทั้งวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาและวันธรรมดาโดยทั่วไป แต่ในบางแห่งการถวายดอกไม้จะกระทำเป็นพิธีที่ถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมาเป็นประเพณีประจำท้องถิ่นเรียกว่า “ประเพณีตักบาตรดอกไม้” ดังเช่นที่วัดบึงลาดสวาย ตำบลบางภาษี วัดสว่างอารมณ์ ตำบลนราภิรมย์ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งนับเป็นแห่งเดียวของจังหวัดนครปฐมที่จัดให้มีประเพณีนี้ขึ้น
 
(๑๓) ประเพณีการเผาศพพระมอญ

   ในจังหวัดนครปฐมมีชาวไทยเชื้อสายรามัญอยู่มากบริเวณตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่วัดบึงลาดสวาย นับเป็นวัดที่ยึดถือขนบประเพณีแบบรามัญไว้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ เช่น การสวดมนต์ ทำวัตรของพระภิกษุสามเณร จะสวดเป็นภาษามอญทั้งหมด ชาวไทยเชื้อสายรามัญเหล่านี้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่เป็นเวลาช้านานแล้ว ส่วนใหญ่มาจากอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และมาจากตำบลเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีพิธีกรรมความเชื่อแปลกไปจากการ เผาศพพระภิกษุทั่ว ๆ ไป จะกระทำเฉพาะพระผู้ใหญ่ที่มีความเคารพนับถือมาก เช่น เจ้าอาวาสวัดที่มีอาวุโสสูง หรือมีบุญคุณต่อชุมชนนั้นมาก
 
(๑๔) ประเพณีเลี้ยงผี

   ชาวลาวครั่งมีความเชื่อในเรื่องผีบรรพบุรุษเป็นอย่างมาก การนับถือผีของชาวลาวครั่ง เป็นการถือผีตามบรรพบุรุษ ๒ ฝ่าย คือ ผีเจ้านายและผีเทวดา การนับถือนี้มีอิทธิพลต่อชาวลาวครั่งมากในแง่ของการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการประกอบพิธีกรรมหรือการดำรงชีพในชีวิตประจำวัน ก็จะต้องไปข้องเกี่ยวกับผีบรรพบุรุษ ชาวลาวครั่งจะมีประเพณีเลี้ยงผีประจำปีในราวอาทิตย์ที่ ๒ ของเดือน ๗ เป็นประจำทุกปี ฝ่ายผีเจ้านายจะทำพิธีเลี้ยงผีก่อน

หลังจากนั้นก็จะเป็นการเลี้ยงผีเทวดา ศาลของผีแต่ละฝ่ายนั้นจะตั้งอยู่ในป่าละเมาะใกล้ ๆ หมู่บ้าน กวนและคนต้นจะเป็นผู้กำหนดเวลาในการจัดงานการเลี้ยงผีประจำปี นอกจากจะเป็นการเซ่นไหว้ประจำปีเพื่อเป็นการสำนึกและขอขมาลาโทษในสิ่งที่ได้ทำไว้แล้ว ครอบครัว ที่เพิ่งจะแต่งงานไปนั้นยังถือเอาโอกาสนี้เป็นการบอกกล่าวให้ผีได้รู้ครอบครัวของตนมีสมาชิกเพิ่มขึ้นมา เพราะชาวลาวครั่งทุกคนจะมีแบบแผนการปฏิบัติต่อกันมาว่าชาวลาวครั่งจะต้องขึ้นผีบรรพบุรุษทุกคน ไม่ว่าจะทำการใด ๆ ก็จะต้องแจ้งให้ผีได้รู้ทุกครั้ง เมื่อทำพิธีเลี้ยงผีเสร็จแล้วก็จะนำอาหารที่เหลือมาเลี้ยงกันเองในหมู่คนที่มาร่วมงานพิธีเลี้ยงผีของชาวลาวครั่ง
 
(๑๕) ประเพณีตักบาตรเทโว

   การตักบาตรเทโวจะกระทำในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ คือหลังจากวันออกพรรษา แล้ว ๑ วัน การตักบาตรเทโวในสมัยพุทธกาล เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมแล้วและเสด็จขึ้นไปโปรด พระพุทธมารดา โดยจำพรรษาอยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา ๑ พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้วพระองค์ได้เสด็จกลับมายังโลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสนคร การที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรียกตามภาษาบาลีว่า “เทโวโรหณะ” ในครั้งนั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีความศรัทธาเลื่อมใสเมื่อทราบข่าวต่างพร้อมใจกันไปตักบาตรรอรับเสด็จกันอย่างเนืองแน่นจนถือเป็นประเพณีสืบทอดกันมาจน ถึงปัจจุบัน
 
(๑๖) ประเพณีลงข่วง

   เป็นประเพณีเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวชาวไทยโซ่ง มีอิสระในการเลือกคู่ครองมาก จะเห็นได้จากการที่ไทยโซ่งมีประเพณีที่เอื้ออำนวยให้ชายหญิงได้พบปะรู้จักกัน ได้แก่ ประเพณีการลงข่วง ในหมู่บ้านของไทยโซ่งจะมีลานกว้างซึ่งใช้เป็นลานนวดข้าว เรียกว่า “ลานข่วง” หมู่บ้านหนึ่งอาจมีหลายข่วง นอกจากลานของหมู่บ้านแล้วลานในบริเวณบ้านที่สาวใช้นั่งทำงานตอนกลางคืนก็เรียกว่า “ข่วง” เช่นกัน ลานข่วงเป็นสถานที่ที่ให้โอกาสฝ่ายชายและฝ่ายหญิงมาพบปะพูดคุยกันทำความรู้จักอุปนิสัยใจคอซึ่งกันและกันเพื่อเลือกคู่ครองก่อนที่จะแต่งงาน ในตอนกลางคืนประมาณทุ่มหรือสองทุ่ม

หลังจากเสร็จงานในตอนกลางวันแล้ว หญิงสาวกลุ่มหนึ่ง ประมาณ ๓ - ๔ คน หรือมากกว่านี้จะลงมานั่งข่วงเป็นวงกลม จุดไฟไว้ตรงกลางให้สว่างราง ๆ และทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น งานจักสาน ปั่นฝ้ายกรอด้าย เย็บปักถักร้อย ตำข้าว สีข้าว เป็นต้น การลงมาทำงานเช่นนี้เรียกว่า “อยู่ข่วง” ซึ่งสามารถทำได้ตลอดทั้งปีไม่เลือกฤดูกาล การอยู่ข่วงจะอยู่กันจนถึงเที่ยงคืน ฝ่ายชายก็จะเลือกเที่ยวงานข่วงตามที่เรียกว่า “แอ่วสาว” มีการสนทนากัน ทำความรู้จัก และหยอกล้อกัน เมื่อฝ่ายชายเกิดความพอใจในสาวผู้ใดก็จะชักชวนนัดแนะกันไปคุยต่อเมื่อข่วงเลิกแล้ว การไปคุยกันกับสาวเช่นนี้เรียกว่า “โอ้สาว” ซึ่งความหมาย ที่แท้จริงคือ “จีบสาว” นั่นเองเพราะหากพูดคุยธรรมดา จะเรียกว่า “โอ้โลม” สถานที่ที่พากันไปพูดคุยอาจจะเป็นริมยุ้งข้าว ริมกองฟางหรือชานเรือน เป็นต้น การ “โอ้สาว” อาจจะเลิกตอนไหนก็ได้ บางคู่อาจจะถึงสว่างก็มีในการ “โอ้สาว” โดยทั่วไปจะไม่มีมีการล่วงเกินกันเพราะเกรงว่าจะผิดผี จังหวัดนครปฐมมีคนเชื้อสายไทยโซ่งอาศัยอยู่ที่บ้านเกาะแรต ตำบลบางปลา และตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม และตำบลดอนข่อย ตำบลสระพัฒนา ตำบลสระสี่มุม อำเภอกำแพงแสน
 
(๑๗) ประเพณีงานศพของไทยโซ่ง

   ประเพณีงานศพของไทยโซ่งจะดำเนินขึ้นก็ต่อเมื่อมีคนตายในหมู่บ้าน ชาวบ้าน ทุกครัวเรือนจะให้ความสำคัญกับการตายมากจะหยุดงานการทุกอย่างที่ทำและมาช่วยกันจัดการกับงานศพ ในวันแรกที่มีคนตายญาติพี่น้องจะอาบน้ำแต่งตัวให้ศพ โดยให้ใส่เสื้อฮีด้านที่มีสีสัน แล้วยกศพวางบนแคร่ไม้ไผ่ที่ทำขึ้นนำไปวางไว้ใต้ขื่อบ้านตามยาว รองและคลุมศพด้วยผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายสีขาวหรือแดง บ้านที่มีฐานะดีจะจัดทำ “เรือนแส” ครอบศพ เรือนแสเป็นมุ้งใหญ่ที่ทำด้วยผ้าขาว หรือจะทำเป็นม่านล้อมรอบศพ ก็ได้ เหนือศพจะทำราวแขนผ้าที่ทอไว้ นอกจากผ้าไหมและผ้าฝ้ายที่แขวนไว้นี้ก็จะมีไข่ดิบห่อข้าวเหนียวแขวนไว้ด้วย ปลายเท้าศพจะวางเครื่องเซ่นไหว้

ในสมัยก่อนตอนกลางคืนจะมีการก่อกองไฟไว้ข้างบนบ้านติดกับห้องผีเป็นสัญลักษณ์ของคนตาย และปล่อยให้ลุกทั้งคืน วันรุ่งขึ้นหมอพิธีที่เรียกว่า “เขย” จะทำพิธีบอกทางให้กับผู้ตายเพื่อให้วิญญาณกลับไปเมืองแถนบ้านเกิดเมืองนอน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เปรียบเสมือนเมืองฟ้าสวรรค์สำหรับผู้ตาย หลังจากนั้นจึงหามศพไปเผาที่เป่าแฮ่วหรือป่าช้า โดยให้ผู้เป็นลูกชายผู้ตายถือธงนำหน้าเมื่อถึงป่าแฮ่ว หมอพิธีต้องทำพิธีเสี่ยงทายเพื่อขอซื้อที่ดินสำหรับเผาศพ เมื่อได้ที่แล้วจึงช่วยกันถางหญ้าพรวนดินให้เป็นรูปสี่เหลี่ยม แล้วปักเสา ๔ เสา วางแคร่บนปลายเสา กองฟืนไว้ใต้เสา แล้วหมอพิธีจุดไฟเผา ไล่มด จากนั้นเจ้าจะจุดไฟเป็นคนแรก วันรุ่งขึ้นญาติจะเก็บกระดูกและทำพิธีส่งผี คือ ส่งเสื้อผ้าเครื่องใช้ไปให้ผี เช่น ธงสำหรับให้ผู้ตายเกาะชายธงไปเมืองฟ้า เสาหลวงเป็นพาหนะให้ศพขี่ไปเมืองฟ้า เรือนแก้วสำหรับเป็นบ้านเรือนให้ผู้ตายได้อยู่ในเมืองฟ้า เป็นต้น หลังจากพิธีส่งผีแล้วต้องหาวันที่ทำพิธี แผ้วเรือนเพื่อล้างเรือนให้สะอาดเสียก่อนที่จะอยู่อาศัยกันต่อไปโดยปราศจากทุกข์โศก เพราะเชื่อกันว่า บ้านที่มีคนตายเป็นเรือนร้ายไม่สะอาดบริสุทธิ์
 
(๑๘) ประเพณีเสนเรือน

   ประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนานตามความเชื่อตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเป็นประเพณีของทำบุญบ้านของชาวไทยทรงดำ พิธีเสนเรือนเริ่มด้วยการนำหมูตัวผู้ที่เลี้ยงไว้มาทำพิธีฆ่าและชำแหละที่กะล่อหอง แล้วนำชิ้นส่วนต่าง ๆ ไปต้มในตอนเช้าตรู่จะจัดปานเผือนโดยใส่เนื้อหมูไว้ล่างสุด และขนมเครื่องเซ่นอื่น ๆ ไว้ด้านบน ราวเจ็ดโมงเช้าหมอเสนจะประกอบพิธีเซ่นผีเรือนที่กะล่อหอง ซึ่งมีของสำหรับประกอบพิธีวางอยู่ได้แก่ ปานเผือนบรรจุเครื่องเซ่น กะแอบข้าวเหนียวนึ่งตะเกียบ ๑ คู่ น้ำ ๑ ชาม และปั๊บผีเรือน ๑ เล่ม หมอเสนจะใส่เสื้อฮี และกล่าวภาษาไทยโซ่งร้องเรียกให้ผีเรือนมา รับเครื่องเซ่น จากนั้น จะอ่านรายชื่อผีเรือนทีละรายและคีบเครื่องเซ่นใส่ลงในช่องฝากระดานให้ผีเรือน แต่ละรายจนหมดรายชื่อ ในระหว่างนั้นจะหยดน้ำลงไปในช่องให้ผีเรือนได้ดื่ม เมื่อเสร็จพิธีจะเอาเครื่องเซ่นออกจากเผือนมาแบ่งปันกันในบรรดาญาติและผู้ร่วมงาน จากนั้นหมอเสน เจ้าของบ้าน และญาติจะรับประทานอาหาร่วมกันในห้องผีเรือน ส่วนแขกที่มาร่วมงานรับประทานอยู่นอกห้องผีเรือน
 
(๑๙) ประเพณีการกินดอง

   เป็นประเพณีของไทยโซ่ง จังหวัดนครปฐมมีคนเชื้อสายไทยโซ่งอาศัยอยู่ที่ บ้านเกาะแรต ตำบลบางปลา และตำบลไผ่หูช้าง อำเภอบางเลน ตำบลดอนรวก อำเภอดอนตูม และ ตำบลดอนข่อย ตำบลสระพัฒนา ตำบลสระสี่มุม อำเภอกำแพงแสน ประเพณีการกินดอง คือ ประเพณีแต่งงานและเลี้ยงฉลองกัน พิธีจะประกอบด้วยการเซ่นไหว้ผีเรือน คือ การบอกกล่าวผีเรือน ให้ทราบว่าผู้ใดจะมาเป็นเขยหรือเป็นสะใภ้ ขั้นตอนการแต่งงานมี ๓ ขั้นตอน ขั้นแรกไปหมั้นไว้ก่อน เรียกว่า ส่องหรือไปส่อง ได้แก่ การนำผู้ใหญ่ไปเจรจาพูดจองไว้ก่อน ขั้นที่ ๒ คือ ฝ่ายชายต้องอาสาไปทำงาน ที่บ้านฝ่ายหญิงระยะหนึ่งประมาณ ๒ – ๓ ปี เรียกว่าอาสา และขั้นที่ ๓ คือ พิธีแต่งงานจริง เรียกว่างานกินดอง คือนัดส่งตัวเจ้าสาวให้เจ้าบ่าวแล้วเลี้ยงฉลอง มีการเซ่นไหว้ผีเรือนกันตามประเพณี
 
(๒๐) ประเพณีเล่นว่าวไทย

   ฤดูกาลเล่นว่าวของคนไทยจะมีขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน เพราะ จะมีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ หรือลมตะเภา พัดมาจากอ่าวไทย คนไทยรู้จักการเล่นว่าวมา ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย และถือว่าว่าวเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนการเล่นว่าว เพื่อแข่งขัน นิยมใช้ว่าวจุฬาและว่าวปักเป้าคู่ปรับตลอดกาลของการต่อสู้กลางเวหาของไทย และเป็นว่าว ที่มีชื่อเสียงที่สุดของชาติไทย วัดสำโรง ตำบลวัดสำโรง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ได้อนุรักษ์ และฟื้นฟูการเล่นว่าวไทย โดยจะจัดการสาธิตการทำว่าวแบบต่าง ๆ การแข่งขันการเล่นว่าว การประกวดว่าวไทย และจัดนิทรรศการเกี่ยวกับว่าวไทย ประมาณเดือนเมษายน
 
(๒๑) ประเพณีทำขวัญข้าว “แม่โพสพ”

   การทำนาเป็นอาชีพดั้งเดิมของเกษตรกร ในอดีตจะใช้วัวควายไถนา นวดข้าว และลากข้าวใช้แรงคนเก็บเกี่ยว ชาวนามีความเชื่อว่า ข้าวมีแม่โพสพประจำอยู่ พิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว มีขั้นตอนหลายพิธีด้วยกัน แต่ที่ชาวนามีความเชื่อและสืบทอดกันมายาวนานจนถึงปัจจุบัน คือ การทำ ขวัญข้าวหรือทำขวัญแม่โพสพ ประเพณีทำขวัญข้าวในปัจจุบันใกล้จะเริ่มเลือนรางจางหายไป ณ ที่ชุมชนบ้านคลองบางซื่อ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ได้สืบทอดประเพณีทำขวัญข้าว มาตั้งแต่อดีตเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๔๘๗ จนถึงปัจจุบัน วันประกอบพิธีทำขวัญแม่โพสพ จะจัดตั้ง ปะรำพิธีที่ศาลแม่โพสพ และอันเชิญพระคันธารราษฎร์จำลอง (ปางขอฝน) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ใช้ใน พิธีเกี่ยวกับการเกษตรมาโดยตลอดตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ จนถึงรัชกาลปัจจุบัน และมีพิธีสงฆ์โดยอาราธนาพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาธัมจักกัปปวัตนสูตร

เมื่อเสร็จพิธีสงฆ์แล้ว ในตอนกลางคืนมีพิธี ทำขวัญเวียนเทียนบายศรีสู่ขวัญแม่โพสพ รุ่งขึ้นตอนเช้าทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์เป็นเสร็จพิธี โดยจะประกอบพิธีในวันศุกร์ของเดือนยี่ของทุกปี พิธีทำขวัญข้าว เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ต้นข้าวออกรวงสุกเหลืองอร่าม สมควรที่จะเก็บเกี่ยวได้ ก็ให้ทำขวัญข้าวตามวันที่สมควรหาวันที่ดี ๆ เว้นวันอาทิตย์ เพราะตามตำราท่านบอกไว้ว่า แม่โพสพท่านเกิดวันอาทิตย์ โดยจัดแจงหาเครื่องสังเวย แต่ไม่ให้ใช้ของที่ทำด้วยแป้ง เพราะแม่โพสพจะไม่บริโภคเนื้อหนังมังสาของตนเอง ของสังเวยมีหลายอย่างให้จัดหามาพอสมควร เช่น บายศรีปากชาม ไข่ต้มสุก ขนมถั่วงา ผลไม้นานาชนิด อ้อย หมาก พลู แป้งหอม ดอกไม้ธูปเทียน ผ้าม่วง เข็มขัดทอง แก้วแหวน ธงสี

เมื่อจัดเครื่องสังเวยแล้วให้เย็บใบตองเป็นกระทงใบใหญ่ เพื่อรวบรวมใส่เครื่องสังเวย แล้วอัญเชิญแม่โพสพไปสู่ทุ่งนา เมื่อถึงบริเวณ ที่จะทำพิธี ให้อันเชิญแม่โพสพตั้งไว้ใน ที่เหมาะสมแล้วรวบกอข้าวเข้ามา ๓ กอ ผูกติดกันแล้วนำผ้าม่วงมานุ่งล้อมรอบกอข้าวทั้ง ๓ กอ คาดด้วยเข็มขัดทอง ใส่สร้อยแหวนเงินทองเป็นการแต่งตัวแม่โพสพให้สวยงาม ปักต้นอ้อย ปักธงสี นำเครื่องสังเวยจัดใส่กระทงใบตอง จุดธูปเทียนปักไว้ในกระทงนั้นแล้ว กล่าวคำขวัญข้าว โดยตั้งสักเคบูชาเทวดา ตั้งนะโม ๓ จบ บูชาพระรัตนตรัย แล้วเริ่มกล่าวพิธีทำขวัญข้าวตามลำดับจนจบ
   
                แหล่งเรียนรู้์
 
 ด้านศาสนา
๑.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ๑๒. วิหารวัดศรีมหาโพธิ์
๒.พิพิธภัณฑ์วัดพระปฐมเจดีย์ ๑๓. เจดีย์วัดสิงห์
๓.ฐานเจดีย์วัดพระประโทณ ๑๔. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดห้วยตะโก
๔.พิพิธภัณฑ์พระพุทธวิถีนายก ๑๕. พิพิธภัณฑ์วัดบางช้างใต้
๕.ยาแผนโบราณสมุนไพรวัดกลางคูเวียง ๑๖. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด
๖.โบสถ์หลังเก่าวัดบางพระ ๑๗. พิพิธภัณฑ์วัดไร่ขิง
๗.วัดท่าใน ๑๘. พิพิธภัณฑ์วัดสรรเพชญ
๘.เครื่องตั้ง หรือเครื่องตั้งศพวัดไทร ๑๙. พิพิธภัณฑ์พระพุทธศาสนา พุทธมณฑล
๙.พิพิธภัณฑ์หินอ่อนพื้นบ้านหลวงพ่อเปิ่น วัดบางพระ ๒๐. วัดอรัญญิการาม (วัดสามง่าม)
๑๐. เจดีย์วัดประชานาถ ๒๑. พิพิธภัณฑ์วัดกำแพงแสน
๑๑. วิหาร และโบสถ์วัดละมุด  
 
 
 ด้านศิลปะ
๑.พระราชวังสนามจันทร์ ๖.สวนศิลปะมีเซียม ยิบอินซอย
๒.อาคารทวารวดี องค์การบริหารส่วนตำบลพระประโทน ๗.พิพิธภัณฑ์จ่าง แซ่ตั้ง
๓.พิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ๘ พิธภัณฑ์ศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ศูนย์การศึกษา
    นอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง)
๔.ศูนย์ทัศนศิลป์ ดำรง วงศ์อุปราช ๙.พิพิธภัณฑ์ภาพยนตร์ไทย
๕.พิธภัณฑ์เจษฎา เทคนิคมิวเซียม ๑๐.ศูนย์ศิลปะและการช่างไทย
   
 
 ด้านศาสนา
๑. ศูนย์บูรณาการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ๑ แห่ง ๑๓. พิพิธภัณฑ์และศูนย์ศึกษากิจการตำรวจ
๒. เครือข่ายหอวัฒนธรรมนิทัศน์ ๑ แห่ง ๑๔. พิพิธภัณฑ์โรงเรียนวัดไร่ขิงวิทยา
๓. ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัด ๑ แห่ง ๑๕. ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี”
      อำเภอสามพราน
๔. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระปฐมเจดีย์ ๑ แห่ง ๑๖. สถาบันวิจัยภาษาและวัฒนธรรมเพื่อพัฒนาชนบท
๕. สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎนครปฐม ๑๗. พิพิธภัณฑ์วิถีชาวนาลุ่มแม่น้ำนครชัยศรี
๖. ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอเมืองนครปฐม ๑๘. อนุสรณ์สถาน ๓ เหล่าทัพ
๗. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม “ราชินีบูรณะ” ๑๙. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดลำพญา
๘. สถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยศิลปากร ๒๐. ศูนย์วัฒนธรรมอำเภอดอนตูม
๙. ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม เฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบ
    พระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร
๒๑. สวนป่าสมุนไพรวัดปลักไม้ลาย
๑๐. พิพิธภัณฑ์น้ำพริกแม่ศรี ๒๒. อุทยานแมลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
๑๑. พิพิธภัณฑ์วิถีชีวิตชาวนาไทยบ้านลานแหลม ๒๓. ศูนย์วัฒนธรรมไทยโซ่ง ตำบลสระพัฒนา
๑๒. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดสำโรง ๒๔. ศูนย์อนุรักษ์ของใช้พื้นบ้านวัดโพธิ์งาม
   
  สถานที่ตั้งของสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม
 
  สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐมตั้งอยู่ ณ ศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม ตำบลถนนขาด อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม โดยได้รับงบประมาณการก่อสร้างจาก กระทรวงวัฒนธรรมเมื่อปีงบประมาณ ๒๕๔๙ เป็นเงิน ๘,๓๓๖,๕๐๐.-บาท (แปดล้านสามแสน สามหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน) และสำนักงาน ฯ ได้ดำเนินการโดยวิธีการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) เป็นเงิน ๘,๑๔๗,๐๐๐.-บาท (แปดล้านหนึ่งแสนสี่หมื่นเจ็ดพันบาทถ้วน) ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๙
 
 
 
Copyright © 2008-3000 yourdomainname.com All rights reserved.
สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครปฐม
ศูนย์ราชการจังหวัดนครปฐม ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม ๗๓๐๐๐ โทร,โทรสาร ๐-๓๔๓๔-๐๓๔๙