แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง
   
   


 
 
ข้อมูลทั่วไป อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน
 
คำขวัญอำเภอนาน้อย

เมืองเสาดิน             ถิ่นมะขามหวาน
ตำนานดอยผาชู้            เชิดชูพระธาตุพลูแช่

 
 

นาน้อยในยุคก่อนประวัติศาสตร์
บริเวณที่ตั้งของอำเภอนาน้อยในปัจจุบัน   นับตั้งแต่ได้มีการสำรวจ    ค้นหา   ร่องรอยการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์  ในยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๕๕  เป็นต้นมา ได้พบร่องรอยและปรากฏหลักฐานที่เป็นเครื่องมือเครื่องใช้  ซึ่งส่วนมากเป็นเครื่องมือหิน  หลักฐานที่เป็นเครื่องมือหินที่ค้นพบ   มีลักษณะสำคัญและบริเวณแหล่งที่ค้นพบ   ดังนี้


อำเภอนาน้อยในปัจจุบัน                                                                                              

๑.๑  เครื่องมือกะเทาะอย่างหยาบ   ในสมัยยุคหินเก่าและสมัยหินกลางเป็นยุคที่อยู่ในสังคมล่าสัตว์    เป็นเครื่องมือหินระยะแรก ๆ ที่มนุษย์ทำขึ้นเพื่อเป็นอาวุธล่าสัตว์และหาอาหาร
ใช้ในการ   ขุด  สับ ตัด    นิยมเรียกว่า  ขวานหินกะเทาะ  ทำมาจากประเภทหินกรวด  หินควอทไซด์ เป็นหินกะเทาะหน้าเดียวในเขตท้องที่อำเภอนาน้อย  คือ  บริเวณเสาดินบ้านน้ำหก   ตำบลเชียงของ   คาดว่ามีอายุราว  ๒๐๐,๐๐๐ - ๑๐๐,๐๐๐ปีมาแล้ว
๑.๒  เครื่องมือหินขัด   มีทั้งชนิดที่มีบ่าและไม่มีบ่า  ขัดแต่งผิวเรียบทุกส่วน จัดเป็นเครื่องมือหินในยุคหินใหม่ บางชิ้นมีลักษณะที่เห็นได้ชัดว่าเป็นขวานหินกะเทาะที่เริ่มมีการขัดฝน และมีขอบคมบางส่วน  ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงขั้นตอน   วิวัฒนาการของเทคนิคการทำเครื่องมือหิน  จากแบบของการกะเทาะที่ทำกันมานานแล้วนับหลายแสนปี   มาเป็นการขัดฝนที่ประณีต    มีประสิทธิภาพในการใช้งานมากยิ่งขึ้น   ซึ่งคาดว่ามีอายุราว ๓,๐๐๐ ปี มาแล้ว  เครื่องมือที่พบส่วนมากทำมาจากหินชนวน   ซึ่งกระจายอยู่ในเขตที่ราบหลายแห่งในจังหวัดน่าน

ประวัติความเป็นมาของอำเภอนาน้อย
อำเภอนาน้อยในอดีตกาลเป็นส่วนหนึ่งของการปกครองจังหวัดน่าน  ซึ่งเรียกว่า บริเวณน่านใต้   ซึ่งประกอบไปด้วยแขวงศรีษะเกษและแขวงท่าปลา  ในการปกครองแต่ละแขวง  แบ่งการปกครองเป็นเมืองเล็ก ๆ  แต่ละเมืองมีพ่อเมืองปกครองมีบรรดาศักดิ์เป็น  พญา ท้าว แสน แคว่น และปู่หลัก พ่อเมืองแต่ละเมืองจะมีบรรดาศักดิ์แตกต่างกัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับและความสามารถของเจ้าเมืองนั้น  ๆ ลักษณะของเมืองเล็ก ๆ   เหล่านี้เป็นการรวมพื้นที่หลาย ๆ  หมู่บ้าน   ก็จะรวมเป็นเมืองหนึ่งซึ่งมีอาณาบริเวณใกล้เคียงกัน
ตามลักษณะของภูมิประเทศ  โดยมีพ่อเมืองเป็นผู้ดูแลปกครองมีอำนาจการปกครองและสั่งการเกือบเด็ดขาด  โดยได้รับอาชญามาจากเจ้าครองนครมีศักดิ์เป็นพญา
ในเขตท้องที่อำเภอนาน้อยหรือแขวงศรีษะเกษแต่โบราณกาล   เป็นที่ตั้งของเมืองเล็ก ๆ อยู่   ๓  เมือง  คือ  เมืองงั่ว   เมืองหิน  และเมืองลี   ตรงกับพื้นที่ตั้งของแต่ละเมือง
ในปัจจุบัน  คือ
๑.  เมืองงั่วหรือเมืองศรีษะเกษ   ตั้งอยู่บริเวณบ้านศรีบุญเรือง   ตำบลศรีษะเกษ   ในปัจจุบัน เมืองงั่วหรือเมืองศรีษะเกษในสมัยอดีต มีอาณาเขตการปกครองในพื้นที่ตำบลศรีษะเกษ ตำบลเชียงของ  ตำบลนาน้อย   บางส่วนของตำบลสถานและตำบลสันทะ
นาน้อยในยุคเริ่มแรกที่เรียกว่า  เมืองงั่ว  ยังไม่มีหลักฐานใดบ่งชัดว่าชนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานคือชนกลุ่มใด สันนิษฐานว่าเป็นชนที่มีเผ่าพันธุ์เช่นเดียวกับคนพื้นเมืองในล้านนา ซึ่งมีการทำมาหากิน  การนุ่งห่ม  วัฒนธรรมประเพณี   ภาษาพูด  ที่คล้ายกับท้องถิ่นต่าง ๆ  ในภาคเหนือ จากหลักฐานศิลาจารึกที่วัดดอนไชย หมู่ที่ ๒ ตำบลนาน้อย
ได้กล่าวถึงการเปลี่ยนชื่อจากเมืองงั่วมาเป็นเมืองศรีษะเกษ  ในปี จ.ศ. ๑๒๔๑ (ปี พ.ศ. ๒๔๒๒) ในสมัยเจ้ามหาชีวิต  อนันตวรฤทธิเดช เจ้าผู้ปกครองนครน่าน     ซึ่งตรงกับสมัยของรัชกาลที่ ๔  พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แห่งกรุงรัตนโกสินทร์    ตามตำนานได้กล่าวถึงชื่อเมืองว่า   สาเหตุที่เรียกชื่อเมืองว่า  ศรีษะเกษ   ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าเมืองนครน่านเรียกอำเภอนี้ว่า  เมืองสังเกต  เพราะแม่น้ำสายสำคัญของตัวอำเภอคือลำน้ำแหง สายน้ำจะไหลกลับทิศทาง  คือ  ไหลขึ้นทางทิศเหนือ
และลำน้ำสายอื่น ๆ ของอำเภอ เช่น  ลำน้ำหินลำน้ำกึ๋น  และลำน้ำลี  ต่างก็ไหลไปทางทิศเหนือ  ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด เป็นที่น่าสังเกตเจ้าครองเมืองน่านจึงเรียกว่า
เมืองสังเกต   ต่อมาจึงเพี้ยนเป็นเมือง  ศรีษะเกษ
๒.  เมืองหิน มีที่ตั้งในปัจจุบัน   อยู่บริเวณหมู่ที่  ๑   บ้านบ่อแก้ว ตำบลบ่อแก้วเขตอำเภอนาหมื่น ในอดีตเมืองหิน มีอาณาเขตการปกครองครอบคลุมในพื้นที่ปัจจุบัน  คือ
ตำบลบ่อแก้ว  ตำบลนาทะนุง  ในอำเภอนาหมื่นกับพื้นที่บางส่วนของตำบลสถาน  ในเขตอำเภอนาน้อย
๓.  เมืองลี   เป็นเมืองขนาดเล็กมีอาณาเขตติดต่อกับแขวงท่าปลา ปัจจุบัน คือ ตำบลปิงหลวงและตำบลเมืองลี   อำเภอนาหมื่น  ในอดีตพื้นที่เมืองลี  ได้แก่  บางส่วนของตำบลสันทะ
อำเภอนาน้อย    ตำบลลี   และตำบลปิงหลวง ในการปกครองในสมัยนั้น  เมืองแต่ละเมืองมีการส่งส่วยให้กับเจ้าผู้ครองนคร  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของเมือง  เช่น เมืองศรีษะเกษ
เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่กว่าทุกเมืองในแว่นแคว้นเดียวกัน  มีหน้าที่ส่งส่วยดินประสิว ให้เจ้าผู้ครองนครน่านปีละ ๑๐ หาบกับเกณฑ์คนส่ง จำนวน ๓๐๐ คน สำหรับซ่อมทำเหมืองฝาย
ในเมืองที่ตั้งของจังหวัดน่าน  เป็นประจำทุกปี

ประวัติที่ตั้งของอำเภอนาน้อย
อำเภอนาน้อยหรือแขวงศรีษะเกษ ซึ่งแต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของบริเวณน่านใต้นั้น ได้พัฒนาจากชุมชนและเมืองที่มีขนาดเล็ก  จนพัฒนาเป็นชุมชนและเมืองมีขนาดใหญ่   ตามลำดับด้วยเหตุผลการเพิ่มขึ้นของประชากร และการเปลี่ยนแปลงการปกครองให้เป็นรูปแบบเทศาภิบาล ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่   ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีวิวัฒนาการตามลำดับเวลา    ดังนี้
ปี  พ.ศ. ๒๔๕๐  ทางราชการเห็นว่าการรวมแขวงศรีษะเกษกับแขวงปลา เป็นบริเวณที่เรียกว่า  บริเวณน่านใต้   ไม่เหมาะสมกับสภาพทางภูมิศาสตร์และไม่สะดวกในต่อการปกครอง
จึงได้แยกตั้งขึ้นเป็นอำเภอหนึ่งอีกต่างหากคือ  อำเภอศรีษะเกษ  มีที่ตั้งอยู่บ้านนาน้อย  หมู่ที่ 4  ตำบลนาน้อยในปัจจุบัน  ส่วนแขวงท่าปลาก็ยกฐานะเป็นอำเภอเช่นเดียวกันเรียกว่า
อำเภอท่าปลา ในขณะนั้นขึ้นอยู่กับจังหวัดน่าน

กล่องข้อความ:   

ที่ว่าการอำเภอนาน้อยในอดีต                                                                                                                      

                                                                         
ปี  พ.ศ. ๒๔๖๐ อำเภอศรีษะเกษได้เปลี่ยนชื่อเป็น  อำเภอนาน้อย  ซึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนชื่อจาก  อำเภอศรีษะเกษ  เป็น  อำเภอนาน้อย  มีดังนี้
-ชื่อของอำเภอไปฟ้องกับชื่อจังหวัดศรีสะเกษ   (เมืองขุขันธ์เดิม)
- ที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอนาน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านนาน้อย หากได้เปลี่ยนชื่ออำเภอจากศรีษะเกษ  มาเป็นอำเภอนาน้อย  ก็เป็นการเหมาะสมกับท้องที่ ประกอบกับราษฎรก็รู้จักเรียกกัน
อย่างแพร่หลายอยู่แล้ว  อำเภอศรีษะเกษจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็นอำเภอนาน้อย   ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
-ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์ของอำเภอนาน้อย มีพื้นที่การทำนาไม่มาก เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของอำเภอนาน้อยเป็นป่าและภูเขา จึงเรียกชื่ออำเภอว่า นาน้อย ด้วยเหตุผลที่ว่ามีที่นาในการปลูกข้าวน้อย

ปี  พ.ศ. 2466   ทางราชการได้โอนอำเภอท่าปลาจากการปกครองของจังหวัดน่าน ไปอยู่ในการปกครองของจังหวัดอุตรดิตถ์ ด้วยเหตุผลความเหมาะสมด้านสภาพทาง
ภูมิศาสตร์และความสะดวกในการปกครอง ที่ว่าการอำเภอนาน้อย   ตั้งอยู่บ้านนาน้อยอยู่ได้ไม่นาน   ก็ได้ย้ายไปตั้งอยู่ที่บ้านป่าแพะหมู่ที่ ๑  อำเภอนาน้อย
ด้วยเหตุผลที่ตั้งอำเภอเดิมคับแคบ ขยายอาณาบริเวณไม่ได้  ที่ว่าการอำเภอนาน้อย   ตั้งอยู่ที่บ้านป่าแพะหมู่ที่  ๑ ตำบลนาน้อย  นานประมาณ ๑๐ ปี  ต่อมาได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปตั้งอยู่ที่   บ้านบ่อแก้ว  ตำบลบ่อแก้ว  ( ปัจจุบันอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอนาหมื่น )  และได้ย้ายจากบ้านบ่อแก้วด้วยเหตุผลที่ว่า  บริเวณพื้นที่บ้านบ่อแก้วนั้นการติดต่อกับตัวจังหวัด  ไม่ค่อยสะดวก  ระยะทางไกล จึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอมาที่   บ้านป่าแพะ  หมู่ที่  ๑  ตำบลนาน้อยตามเดิม   ตราบจนทุกวันนี้

 


ที่ว่าการอำเภอนาน้อย ในปัจจุบัน

อำเภอนาน้อย  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัดน่าน อยู่ห่างจากจังหวัดน่าน  ประมาณ     ๖๐  กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานครประมาณ ๖๗๘ กิโลเมตร เป็นอำเภอติดเขตชายแดนประเทศสาธารณรัฐประชาชนลาวมีอาณาเขตติดต่อทิศต่าง  ๆ  
ทิศเหนือ   เขตตำบลน้ำตกและตำบลศรีษะเกษ ติดต่อกับตำบลผาเวียง  อำเภอเวียงสา   จังหวัดน่าน
ทิศใต   เขตตำบลสถานและตำบลสันทะ ติดต่อกับตำบลบ่อแก้ว และ ตำบลเมืองลี    อำเภอนาหมื่น     จังหวัดน่าน
ทิศตะวันออก   เขตตำบลศรีษะเกษ ตำบลเชียงของ  และตำบลสถาน   ติดต่อกับประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวและอำเภอบ้านโคก  จังหวัดอุตรดิตถ์
ทิศตะวันตก   เขตตำบลน้ำตก ตำบลบัวใหญ่และตำบลสันทะ ติดต่อกับอำเภอร้องกวาง   จังหวัดแพร่
 
 
 
 
ข้อมูลจากหนังสือรู้เรื่องอำเภอนาน้อย
ผู้ประสานวัฒนธรรมอำเภอนาน้อย (นางรัตนา สวัสดิผล นักวิชาการวัฒนธรรม)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดน่าน : ถนนผากอง ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ๕๕๐๐๐
โทรศัพท์ ๐ ๕๔๗๑ ๑๖๕๐-๑ ต่อ ๑๓-๑๘ : โทรสาร ๐ ๕๔๗๑ ๑๖๕๐
email : nan-culture@hotmail.com