อาหารพื้นบ้านอำเภอนาหมื่น                           

๑. แกงบอน             

ความเป็นมาของอาหาร

                แกงบอน  เป็นอาหารที่บรรพบุรุษได้สืบทอดต่อ ๆ กันมาแต่โบราณ   (บอน เป็นพืชประเภทเผือกมัน ชอบขึ้นตามริมน้ำที่มีน้ำซึมซับตลอดปี)   เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ชุมชนในหมู่บ้านนิยมทำกินในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ   เนื่องจากวัสดุที่นำมาประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์   

๑.   หม้อ               ๒.  ทัพพี                ๓. ครก                ๔..  มีด                   ๕. เขียง                 ๖. ไม้ปั่นบอน                 ๗. ชาม

เครื่องปรุง

๑. บอน               ๒.  ปลาร้า               ๓.     ตะไคร้                           ๕.  มะกรูด       ๖   พริกแห้ง                         ๗.  ใบมะกรูด          ๘. หอมแดง                      

๙.  ใบแมงลัก       ๑๐. จักคาน              ๑๑. กระเทียม                  ๑๒.  ใบผักชะอม            ๑๓ เกลือ           ๑๔.  หนังวัวหรือหนังควาย            ๑๕. กะปิ

 

วิธีการทำ

๑.       นำพริกแห้ง หัวหอม กระเทียม เกลือกะปิ ปลาร้า (  ปลาร้าต้องสับให้ละเอียด  )  โขลกรวมกันให้ละเอียดเป็นน้ำพริกแกง

๒.     เอาหนังวัวหรือหนังควายเผาไฟ  ขูดทำความสะอาดดีแล้ว  หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ต้มจนเปื่อย แล้วเอาน้ำพริกละลายให้เข้ากัน

๓.     นำบอนและหลี่บอนที่หั่นแล้วเป็นท่อน ๆ ลงต้มกับหนังวัวหรือหนังควาย เคี่ยวจนเนื้อบอนเละ โดยอาจจะใช้ทัพพีคนบ่อย ๆ หรืออาจใช้ไม้ปั่นให้บอนเละ ใส่น้ำมะกรูด, จักคาน, ผักชะอม แล้วยกลงจากเตาไฟ รับประทานได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
                แกงบอน  เป็นอาหารที่ปลอดสารพิษ  เพราะวัสดุที่นำมาปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และวัสดุที่นำมาประกอบหาง่าย และอยู่ตามริมห้วยหนองคลองบึงทั่วไป 

๒.  แกงเห็ดเครื่อง           

ความเป็นมาของอาหาร 

             เห็ดเครื่อง หมายถึง เห็ดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ  ตามป่าเขา  และผู้เก็บเห็ดต้องมีความรู้ว่าเห็ด อะไรทานได้/ไม่ได้  เห็ดที่ทานได้เช่น เห็ดด่าน เห็ดแดง เห็ดถ่านมี่ เห็ดไข่เหลือ เห็ดไข่โล  เป็นต้น  เห็ดนำมาปรุงเป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ชุมชน หมู่บ้านนิยมทำกินในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ  และวัสดุที่นำมาใช้เป็นเครื่องปรุงประกอบอาหารหาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล ไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑. หม้อ                       ๒.  ครก                          ๓.  เขียง               ๔.  ทัพพี                                  ๕. ชาม                            ๖.  มีด

เครื่องปรุง

๑.      เห็ดเครื่อง                     ๒.  หอมแดง                         ๓.  ตะไคร้                             ๔.  พริกสด         ๕. เกลือ/น้ำปลา              ๖. ใบชะพลู                               ๗.  กระเทียม                        ๘.  ปลาร้า

วิธีทำ

๑.     นำเห็ดเครื่องมาล้างให้สะอาด  แล้วผ่าครึ่ง

๒.    นำพริกสด ตะไคร้ เกลือ กระเทียม หอมแดง มาโขลกให้ละเอียด

๓.   นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้เดือดนำเห็ดและน้ำพริกใส่ลงไปแล้วนำน้ำปลาร้า   ตามความชอบใส่ลงไปแล้วต้มให้สุก

๔.   ชิมรสตามความต้องการแล้วใส่ใบชะพลูลงไปแล้วยกลง รับประทานได้

 

ประโยชน์ที่ได้รับ
           เห็ด  ขึ้นเองตามที่ธรรมชาติ และปลอดสารพิษ  เพราะวัสดุที่นำมาปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสมุนไพร มีคุณค่าทางอาหารสูง บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  และวัสดุที่นำมาประกอบหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

๓.  แกงอีลุ้ย หรือ แกงแมงอีปุ่ง     

ความเป็นมาของอาหาร

             อีลุ้ย  คือ  ลูกอ๊อด  หรือเป็นลูกเขียดภูเขาชนิดหนึ่ง ซึ่งอยู่ตามลำห้วยที่ป่าไม้อุดมสมบูรณ์  อากาศเย็นนำเอามาทำเป็นอาหารที่บรรพบุรุษได้สืบทอดต่อ ๆ กันมาแต่โบราณ  เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ชุมชนในหมู่บ้านนิยมทำกินในครอบครัว    มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.     หม้อ                              

๒.    ครก               

๓.    เขียง

๔.    มีด

๕.    ชาม                      

๖. ทัพพี

     เครื่องปรุง

๑.      อีลุ้ย                                ๖.  มะแขว่น         

๒.    พริกแห้ง                       ๗.  เกลือ

๓.    ตะไคร้                           ๘.  ผักแกงแค

๔.    กระเทียม                 ๙.  ข่า หอมแดง

            ๕ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว มะเขืออ่อน

วิธีทำ

๑.     นำอีลุ้ยมาผ่าเอาขี้ออก  ล้างให้สะอาด

๒.    นำพริกแห้ง ตะไคร้ มะแขว่น ข่า กระเทียม หอมแดง เกลือ มาโขลกให้ละเอียด

๓.    นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้เดือดแล้วนำน้ำพริกที่โขลกละเอียดใส่ลงในหม้อพร้อมกับถั่วฝักยาว พร้อมกับมะเขือพวง มะเขือเจ้าพระยา แล้วนำอีลุ้ยและผักแกงแคอื่น ๆ ใส่ทีหลัง พอสุกยกลงสามารถรับประทานได้

 

ประโยชน์ที่ได้รับ
                อีลุ้ย  มีอยู่ตามที่ธรรมชาติ และปลอดสารพิษ  เพราะวัสดุที่นำมาปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  และวัสดุที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป  สำหรับอีลุ้ย  เริ่มหายาก  เพราะสิ่งแวดล้อมถูกทำลาย

๔.  แกงแคหอย

ความเป็นมาของอาหาร

               หอยเป็นสัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้มด้านนอก  มีอยู่ทั่วไปตามหนอง คลองบึง  ซึ่งมีอยู่หลายชนิด แต่ที่นิยมทานมากที่สุด คือ หอยขม  หอยเหล็กจาร  และมาทำเป็นอาหารชนิดหนึ่ง คือ “แกงแคหอย” ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินในครอบครัว มาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.     หม้อ                              

๒.    ครก               

๓.    เขียง              

๔.     มีด

๕.    ชาม

๖.    ทัพพี

เครื่องปรุง

๑.      ผักแกงแค                      ๘.  หอย

๒.    พริกแห้ง                       ๙.  มะเขือพวง

๓.    กระเทียม                       ๑๐.  มะเขือ (อ่อน)

๔.    หอมแดง                        ๑๑.  ถั่วฝักยาว

๕.    ข่า                                   ๑๒.  ข้าวคั้ว

๖.    มะแขว่น                        ๑๓.  เกลือ

๗.   ตะไคร้

วิธีทำ

๑.      นำหอยไปตัดก้นทิ้ง  แล้วล้างให้สะอาด

๒.    นำพริกแห้ง  ข่า  กระเทียม  หอมแดง  ตะไคร้  มะแขว่น  เกลือ  มาโขลกให้ละเอียด

๓.    นำน้ำพริกใส่หม้อพร้อมกับหอยนำไปตั้งไฟ  คั้วให้สุก ใส่น้ำพอประมาณ

๔.    พอหอยสุกแล้วใส่ มะเขือพวง  มะเขือเจ้าพระยา  ถั่วฝักยาว โดยหันเป็นชิ้นเล็ก ๆ

๕.    ใส่ผักแกงแคลงไป  แล้วเติมน้ำลงไป  พอน้ำเดือดใส่ข้าวคั้วลงไปเล็กน้อย  ตามความต้องการ  และยกลงนำมารรับประทานได้

 

ประโยชน์ที่ได้รับ
                หอย  มีอยู่ตามที่ธรรมชาติ และปลอดสารพิษ  เพราะวัสดุที่นำมาปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุง พืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

๔.แกงผักปัง    

ความเป็นมาของอาหาร

               ผักปัง  เป็นประเภทเถา ปลูกง่าย ขึ้นตามข้างรั่วบ้าน เมื่อนำมาทำแกงจะอร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ  และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

วิธีการทำ

๑.      นำยอดผักปังมาล้างให้สะอาด  แล้วตัดเป็นท่อนยาวประมาณ ๑ นิ้ว

๒.    นำพริกสดมาผ่าครึ่ง ตะไคร้ทุบแล้วตัดเป็นท่อนยาวประมาณ ๑ นิ้ว กระเทียม หอมแกงทุบเตรียมไว้

๓.    นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้เดือดแล้วนำพริกตะไคร้ กระเทียม หอมแดง ใส่ลงไปในน้ำที่เดือดทิ้งไว้พอประมาณนำผักปังใส่ลงไปและใส่น้ำปูพอประมาณตามความชอบทิ้งไว้ให้สุกนำผักหอมแย้หั่นเป็นชิ้น ๆ ใส่ลงไป แล้วยกลงสามารถรับประทานได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ผักปัง ปลูกง่ายและปลอดสารพิษ  และพืชผักที่นำมาปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

 

๖.  แกงผักหระ ( ผักชะอม )   

ความเป็นมาของอาหาร

               ผักหระหรือชะอม  เป็นพืชผักที่ปลูกขึ้นทั่วไป ปลูกง่าย ขึ้นตามข้างรั่วบ้าน เมื่อนำมาทำแกงจะอร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ  และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.       หม้อ                    ๔. ครก             

๒.     เขียง                        ๕. มีด

๓.     ชาม                     ๖. ทัพพี

เครื่องปรุง

๑.      พริก  เกลือ    หอมแดง กระเทียม        ๒.    กะปิ  ปลาร้า      ปลาย่างหรือปลาทู          

๓.     ผักหระ ( ผักชะอม )  ๔. ตะไคร้

วิธีทำ

๑.     ตำน้ำพริกแกงโดยใส่พริกสด  เกลือ  ตะไคร้  กระเทียม  หอมแดง กะปิ  ปลาร้าสับให้  ละเอียด

๒.     ตั้งน้ำให้เดือดแล้วใส่ปลาทู  พริกแกง  ปลาย่าง

๓.     ใส่ ผักหระ ( ผักชะอม )  รอให้สุก  ยกลงรับประทานได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ผักหระ หรือชะอม เป็นพืชไม่มีศัตรูรบกวนมากนัก ปลอดสารพิษ  และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

 

๗.  แกงคั่วจิ้น   

ความเป็นมาของอาหาร

              จิ้น หรือ เนื้อ เป็นเนื้อ วัว หรือควาย  นำมาปรุงเป็นอาหารที่ชาวบ้านภาคเหนือนิยมรับประทานกันมานาน   เมื่อนำมาปรุงเป็นอาหารประเภท  “แกงคั่วจิ้น”  แล้ว  จะหอมอร่อยมาก  เป็นโปรตีนสำคัญ 

อุปกรณ์การทำ

๑.  หม้อ                    ๒. ชาม                 ๓. ครก            ๔.  ทัพพี               ๕.    เขียง                 ๖.  มีด   

ครื่องปรุง

๑.    จิ้นควาย ( เนื้อ วัว หรือควาย )          ๒.  ตะไคร้, พริกแห้ง, กระเทียม, ใบมะกรูด, ข่า, เกลือ         ๓.  ต้นหอมกุลา,  ต้นหอมผักชี,  ขมิ้น,  มะแขว่น

 

วิธีทำ

๑.      หั่นจิ้น                      ๒.    หั่นตะไคร้  พริกแห้ง  กระเทียม  ขมิ้น  มะแขว่น  เกลือ  ข่า  โขลกรวมกันให้ละเอียด          ๓.    เอาจิ้นกับพริกเครื่องที่โขลกไว้แล้วมาคนให้เข้ากันยกขึ้นตั้งไฟ  คั่วให้สุก

๔.    ใส่ใบมะกรูด  แล้วใส่น้ำอีกเล็กน้อย  ยกลงใส่ใบยี่หร่า ต้นหอมผักชี

ประโยชน์ที่ได้รับ
            เนื้อ หรือ จิ้น เป็นเป็นโปรตีนสำคัญ  นอกจากนี้ยังมีพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป   และเมื่อมีแขกมาเยือนอาจปรุงอาหาร “แกงคั่วจิ้น” ให้แขกได้รับประทาน ถือว่าเป็นอาหารชั้นดีของทางภาคเหนือ

 

๘.  แกงหน่อไม้

ความเป็นมาของอาหาร

               หน่อไม้  เป็นพืชผักที่มีอยู่ตามทำธรรมชาติทั่วไป  เมื่อนำมาทำแกงจะอร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.      หม้อ        ๒.  ครก     ๓.    เขียง     

๔.  ทัพพี    ๕.    ชาม        ๖.  มีด    

 ๗.    ไม้ค้อนทุบหน่อไม้   ๕.    ช้อน

เครื่องปรุง

๑.      เกลือ                               ๕.  น้ำปู

๒.    หน่อไม้สด                    ๖.  ใบย่านาง

๓.    พริกสดเผา                    ๗.  ผักหอมแย้

๔.    กระเทียม                       ๘.  ตะไคร้เผา

 

ขั้นตอนการทำ

๑.      ทุบหน่อไม้ให้ละเอียด

๒.    นำใบย่านางมาโขลกให้ละเอียดและบีบน้ำใส่หม้อตั้งไฟให้เดือด

๓.    นำพริกสดและตะไคร่ไปเผาให้หอม ใส่กระเทียม นำมาโขลกให้ละเอียดแล้วใส่หม้อ

๔.    ใส่น้ำปูลงไปในหม้อพอหน่อสุกยกหม้อลงแล้วโรยด้วยผักหอมแย้

 

ประโยชน์ที่ได้รับ
      หน่อไม้ เป็นพืชผักธรรมชาติปลอดจากสารพิษ  และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

๙.  แกงผักอีฮุม

ความเป็นมาของอาหาร

               ผักอีฮุม  เป็นพืชผักที่ปลูกง่าย เมื่อนำมาทำแกงจะอร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

 

อุปกรณ์การทำ

๑.     หม้อ           ๒. ชาม          ๓.  ครก          ๔.  ทัพพี      ๕.    เขียง     ๖.  มีด

เครื่องปรุง

๑.  ผักอีฮุม            ๒.  ไข่      ๓.  ปลาร้า          ๔.  เกลือ      ๕.    พริกสด                        

๖.  ตะไคร้              ๗.    กระเทียม                       ๘.  หอมแดง    

 

 วิธีการทำ

๑.      นำยอดผักอีฮุมมาล้างให้สะอาด  หั่นเป็นชิ้นยาวประมาณ  ๑  นิ้ว              ๒.    นำกระเทียม, หอมแดง, ตะไคร้, พริกสด , เกลือ มาโขลกให้ละเอียด

๓.    นำปลาร้ามาสับให้ละเอียด แล้วใส่ลงในครกน้ำพริก                                    ๔.    นำหม้อใส่น้ำตั้งไฟให้เดือด  แล้วนำน้ำพริกและผักอีฮุมใส่ลงในหม้อแล้วใส่ไข่ลง พอไข่สุกก็ยกลง  นำมารับประทานได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ผักอีฮุม เป็นผักที่ไม่มีแมลงรบกวน จึงจากปลอดจากสารพิษ  และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

๑๐

๑๐.  น้ำพริกตาแดง

ความเป็นมาของอาหาร

               น้ำพริกตาแดง  เป็นน้ำพริกที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงน้ำพริกหาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง                   

อุปกรณ์การทำ

๑.     ตอก                ๒.  ถ้วย            ๓.  ครก     ๔.  ช้อน

๕.    เขียง                               ๖.  ใบตอง

เครื่องปรุง

๑.     พริกแห้ง          

๒.  ปลาร้า

๓.    กระเทียม              

๔.  ผักชี

๕.    หอมแดง

 วิธีทำ

๑.       นำปลาร้ามาสับให้ละเอียด  แล้วห่อด้วยใบตองใช้ตอกมัดให้แน่น แล้วนำไปหมกให้มีกลิ่นหอม

๒.     นำพริกแห้งเม็ดใหญ่, กระเทียม, หอมแดง ไปปิ้งไผให้สุกและมีกลิ่นหอม  แล้วเอาเปลือกกระเทียมและหอมแดงออกทิ้ง

๓.    นำพริก, กระเทียม, หอมแดง ที่ปิ้งแล้ว มาโขลกให้ละเอียด  แล้วนำปลาร้าที่หมกสุกแล้วมาโขลกกับน้ำพริกให้เข้ากัน  ชิมรสแล้วตักใส่ถ้วยรับประทาน

ผักที่ใช้กินกับน้ำพริกตาแดง

๑.      ผักนึ่ง  เช่น  ฟักทอง  ชะอม     ผักลวก  ผัดสดทั่วไป               ๒.    หน่อไม้ต้ม     แตงกวา

 

ประโยชน์ที่ได้รับ
                น้ำพริกตาแดง และผักจิ้มมีส่วนประกอบที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

๑๑.  น้ำพริกเขียด

ความเป็นมาของอาหาร

               น้ำพริกเขียด  เป็นน้ำพริกที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงน้ำพริกหาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.  ถ้วย           ๒.  ช้อน

๒.    ครก        ๓.  แตะปิ้งเขียด

๔.    เขียง

เครื่องปรุง

๑.      พริกสด                          ๖.  มะแข่วน

๒.    กระเทียม                       ๗.  เขียด

๓.    หอมแดง                        ๘.  เกลือ

๔.    ข่า                                   ๙.  ใบแมงลัก

๕.    ผักชี

วิธีการทำ

๑.     นำเขียดไปย่างให้สุก

๒.   นำพริกสด, กระเทียม, หอมแดง ไปปิ้งให้มีกลิ่นหอม  แล้วเอาเปลือกนอกออกให้หมด แล้วนำมาโขลกกับข่า, มะแขว่น, เหลือ ให้ละเอียด  แล้วนำเขียดที่สุกแล้วมาโขลกกับน้ำพริกให้ละเอียด

๓.   ตักใส่ถ้วยแล้วโรยด้วยผักชีและใบแมงลัก  ชิมรสตามความต้องการ

ผักที่ใช้จิ้มน้ำพริกเขียด

๑.      ยอกกระถิน            ๒.    หน่อไม้ต้ม              ๓.  ผักนึ่ง เช่น ฟักทอง                ๔.    ผักลวก               ๕.  แตงกวา

ประโยชน์ที่ได้รับ
                น้ำพริกเขียด มีส่วนผสมมีเขียด หรือกบ ย่าง โดยผักจิ้ม และมีส่วนประกอบที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

๑๒.  น้ำพริกเห็ดด่าน

ความเป็นมาของอาหาร

               น้ำพริกเห็ดด่าน  เป็นน้ำพริกที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงน้ำพริกหาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจกือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.     ถ้วย                                 ๔.  ช้อน

๒.    ครก                                ๕.  แตะปิ้ง

๓.    ชาม

                                                       

ผักสำหรับใช้จิ้มน้ำพริก

                                      

เครื่องปรุง

๑.     เห็ดด่าน           ๒.    พริกสด               ๓.    เกลือ               ๔.    กระเทียม

ขั้นตอนการทำ

๑.      นำเห็ดด่านไปปิ้งและนำพริกไปเผา

๒.    นำเกลือและกระเทียมใส่ลงในครกแล้วโขลกให้ละเอียด

๓.    นำพริกมาแกะเปลือกออกแล้วโขลกให้ละเอียด

๔.    นำเห็ดด่านที่ปิ้งแล้วไปโขลกด้วยกันแล้วตักใส่ถ้วยรับประทานได

ผักที่จิ้มน้ำพริกเห็ดด่าน

๑.     หน่อไม้ต้ม

๒.    ผักลวก

๓.    ผักนึ่ง

๔.    ยอดกระถิน

ประโยชน์ที่ได้รับ
                น้ำพริกเห็ดด่าน ผักจิ้ม และมีส่วนประกอบที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้ปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

 

๑๓.  น้ำพริกน้ำปู

ความเป็นมาของอาหาร

               น้ำพริกน้ำปู  เป็นน้ำพริกที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยน้ำปู  ทำจากปูนา และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงน้ำพริกหาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

               

    อุปกรณ์การทำ

๑.     ถ้วย          ๒.    ครก                ๓.  เขียง

 

เครื่องปรุง

๑.    พริกสดเผา                    ๔.  มะกรูด

๒.   กระเทียม                       ๕.  เกลือ

๓.   น้ำปู

ผักที่ใช้กินกับน้ำพริกน้ำปู

๑.    ยอดใบมะละกอ   

๒.   มะเขือ โดยต้มให้สุกพอประมาณ

๓.   หน่อไม้ต้ม                             ๕.  ผักกระถิน

๔.   แตงกวา                              ๖.  ถั่วฝักยาว

                                         

วิธีการทำ

๑.      นำพริกสดไปเผาให้สุกพอประมาณ  แล้วเอาเปลือกข้างนอกออก

๒.    นำพริกสดเผาและกระเทียม, เกลือ  ใส่ครกโขลกให้ละเอียด  แล้วใส่น้ำปูลงไปพอประมาณ

๓.    ตักน้ำพริกน้ำปูใส่ถ้วย  แล้วบีบน้ำมะกรูดลงไปพอประมาณ  เพื่อให้มีรสเปรี้ยว และมีกลิ่นหอม  และปรุงรสตามใจชอบ

ประโยชน์ที่ได้รับ
                น้ำพริกน้ำปู  โดยน้ำปูทำจากปู มีโปรตีน แคลนเซียมสูง ตลอดถึงผักจิ้ม และส่วนประกอบที่นำมาเป็นเครื่องปรุงเป็นวัสดุ ธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย  

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ชาวบ้านส่วนใหญ่จะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  เนื่องจากเครื่องปรุงประเภทพืชผักที่นำมาใช้เป็นปรุงหาง่าย และอยู่ตามธรรมชาติทั่วไป 

 

๑๔.  ยำผักเฮือก

ความเป็นมาของอาหาร

               ยำผักเฮือก ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ ผักเฮือกเป็นพืชตระกูลไม้ยืนต้น แตกใบอ่อนปีละ ๑ ครั้ง  ใช้ใบอ่อนมาต้ม หรือนึ่งให้สุก จากน้ำมาปรุงเป็นอาหาร สำหรับพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงหาได้ง่าย  มีในท้องถิ่นทั่วไปไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑. มีด     

๒. ทัพพี      

๓.   เขียง  

๔.  ชาม        

๕.  หม้อ

เครื่องปรุง

๑.     ผักเฮือก        ๒.  กะปิ          

๓. หอมแดง ๔.    พริกป่น       

๕. กระเทียม           ๖.  ข่า    

๗.    เกลือ        ๘.  ต้นหอมผักชี     

๙. น้ำปลาร้า 

วิธีการทำ

๑.    นำผักเฮือกเอาก้านออก  แล้วล้างน้ำให้สะอาด  แล้นำไปนึ่งให้สุก  ยกลงปล่อยให้เย็น

๒.   นำผักเฮือกที่นึ่งสุกแล้วมาซอยให้ละเอียด  แล้วเอาใส่ภาชนะที่เตรียมไว้

๓.   นำกระเทียม  หอมแดง ไปเผาไฟหรือปิ้งก็ได้ แกะเปลือกหอม  กระเทียม  ข่า สับให้ละเอียด  พริกป่น  เกลือ  เสร็จแล้วนำเครื่องปรุงทั้งหมดใส่ครกโขลกให้ละเอียด

๔.   นำปลาร้ามาสับให้ละเอียด และนำมาต้มให้สุก

๕.   ลงใส่ในภาชนะที่ใส่ผักเฮือกเตรียมไว้  ลงครุกเคล้ากันใส่น้ำปลาร้าที่ต้มสุกแล้ว

๖.   นำมาโขลกในครกอีกครั้งหนึ่ง ชิมรสชาติ  จากนั้นตักใส่จานโรยด้วยต้นหอมผักชีสับละเอียด

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ยำผักเฮือก  เป็นอาหารที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๑๕.  ตำเตา

ความเป็นมาของอาหาร    

เตา  เป็นสาหร่ายน้ำจืด สีเขียว ชาวเหนือเรียกว่า “เตา”  นำมาปรุงอาหารคือ “ตำเตา” ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ  สำหรับพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงหาได้ง่าย มีในท้องถิ่นทั่วไปไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.      ถ้วย        ๒.  ทัพพี       ๓.  ครก        ๔.  จาน

๕.    เขียง        ๖.  มีด             ๗.  ชาม

เครื่องปรุง

๑.  พริกแห้ง          ๕.  มะเขือ             ๙. ดีปรี             ๑๓.  ใบขิง

๒. ยอดมะละกอ    ๖.  มะเขือพวง      ๑๐. หอมแดง             ๑๔. ต้นหอม

๓.  ปู – ปลาดุก      ๗.  ข่า                   ๑๑. กระเทียม                ๑๕.  ผักไผ่ 

๔.  เกลือ                ๘. ตะไคร้               ๑๒. ใบหอมด่วน  ๑๖.  มะแขว้งขม

วิธีทำ

๑.     ล้างเตาให้สะอาด  ประมาณ  ๑  ถ้วยแกงแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ

๒.    แล้วนำพริกแห้ง  ดีปรี  หอมแดง  กระเทียมตะไคร้  ข่า  เกลือ

๓.    นำมะเขือพวง  ปิ้งไฟอ่อน ๆ พอหอมแล้นำมาโขลกรวมกัน  กับปูที่ต้มสุกแล้วแกะ  เอาแต่เนื้ออกปูหรือปลาดุกที่ปิ้งสุกแล้วแกะเอาแต่เนื้อไม่ให้มีก้างนำมาโขลกรวมกับพริก

๔.    นำใบขิง  ผักไผ่  ใบหอมด่วน  ต้นหอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใส่รวมกัน  ส่วนยอดมะละกอให้นำไปต้มรวมกับปู

๕.    แล้วปีบเอาน้ำต้มมาใส่พอประมาณ  ส่วนยอดมะละกอที่เหลือนำมาจิ้มกับตำเตาได้เลย

 

                                                                                                                                                                                            

ผักจิ้ม     ๑.     ผักแว่น                   ๒.    แตงกวา                    ๓.    มะแข้งจม                        ๔.    หน่อไม้ต้มสุก                      ๕.    เพกาปิ้งสุก     

        

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ตำเตา เป็นอาหารพื้นบ้าน ไม่มีสารพิษ    และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็น
สมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๑๖.  ยำกล้วยแค้

        

ความเป็นมาของอาหาร

           กล้วยแค้  เป็นกล้วยป่าชนิดหนึ่ง  โดยผลกล้วยแต่ละผลจะมีเมล็ดอยู่ด้านในเต็มไปหมด  เมื่อผลกล้วยยังอ่อนอยู่ นำมาต้มปรุงอาหารเรียกว่า “ยำกล้วยแค้” ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ  เป็นอาหารพื้นบ้านที่อร่อยมาก  สำหรับพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงหาได้ง่าย  มีในท้องถิ่นทั่วไปไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.    เขียง      ๒.  มีด           ๓.   ชาม      ๔.  ถ้วย      ๕. ทัพพี

เครื่องปรุง

๑.     กล้วยแค้     ๒.  กระเทียม         ๓. ปลาร้า        ๔.    ข่า      ๕. ผักไผ่  ผักชี          ๖.  มะแขว่น      ๗.    พริกแห้ง          ๘.  เกลือ

วิธีการทำ

๑.      นำกล้วยแค้ไปต้มให้สุกโดยเอาผิวเปลือกนอกออกก่อนต้ม

๒.    นำพริกแห้ง  กระเทียม  ข่า  มะแขว่น  เกลือโขลกให้ละเอียด

๓.    นำปลาร้าไปสับให้ละเอียดแล้วนำไปต้มให้สุก

๔.    นำกล้วยที่ต้มสุกแล้วมาล้างให้สะอาด  แล้วยุ้ยเนื้อและบีบน้ำออดออก  แล้วนำมาคลุกเคล้ากับน้ำพริก และคนให้เข้ากัน

๕.   นำกล้วยแค้และน้ำพริกมาโขลกให้เข้ากันและนำปลาร้าที่ต้มสุกแล้วมากรองในกระชอน แล้วใส่ลงในกล้วยแค้คลุกให้เข้ากัน แล้วตักใส่ถ้วยและโรยด้วยต้นหอมผักชีผักไผ่

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ยำกล้วยแค้  เป็นอาหารที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๑๗.  ยำหน่อไม้

ความเป็นมาของอาหาร

               หน่อไม้  เป็นพืชผักที่มีอยู่ตามทำธรรมชาติทั่วไปนำมาประกอบอาหารได้หลายชนิด  และเมื่อนำมาต้มให้สุกและนำยำแบบพื้นบ้านชาวเหนือใส่น้ำปูนิดหนึ่งจะอร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

   ๑. ไม้เสียบพริก      ๒.  ชาม           ๓. ครก      ๔.  ทัพพี         ๕. ถ้วย        ๖. มีด

เครื่องปรุง

๑.      พริกสด                          ๓.  เกลือ                   ๖.  น้ำปู              

๒.    ใบขิง                       ๔.  หน่อไม้ต้ม                    ๗.  ผักหอมแย้

๓.    น้ำปลา                           ๕.  ใบแมงลัก             ๘. กระเทียม

                                

               

วิธีทำ

๑.      นำหน่อไม้ต้มเอาเปลือกนอกออก  แล้ฉีกและหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ประมาณ  ๑ นิ้ว  และนำมาบีบน้ำทิ้ง

๒.    นำพริกสดไปปิ้งไฟ  และเอาเปลือกพริกที่ไหม้ออก

๓.    นำพริก  เกลือ  กระเทียม น้ำปู มาโขลกรวมกันให้ละเอียด  แล้วนำหน่อไม้มาโขลกให้เข้ากับน้ำพริก  คลุกเคล้าให้เข้ากัน  และนำผักหอมแย้  ใบขิง ใบแมงรัก  มาหั่นเป็นชิ้น  และคลุกเคล้ากับหน่อไม้  ปรุงรสตามความต้องการ

๔.    ตักใส่ถ้วยรับประทานได้เลย

ผักที่ใช้จิ้มกับยำหน่อไม้

๑.  ผักหอมแย้                 ๒.    ดอกชัน                ๓.    ใบขิง                ๔.    ยอดหนามปู่ย่า                    ๕.    ใบจิ้วลิว

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ยำหน่อไม้  เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๑๘.  ซ่ามะเขือแจ้

ความเป็นมาของอาหาร

               ซ่ามะเขือแจ้  ทำจากมะเขือแจ้ที่แก่จัดออกสีเหลือง “มะเขือแจ้” เป็นพืชผักปลูกง่ายทนต่อความแห้งแล้ง นำมาประกอบอาหารโดยวิธีการยำ เรียกว่า “ซ่ามะเขือแจ้”  แบบพื้นบ้านชาวเหนืออร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงหาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน

                

        

       อุปกรณ์การทำ

๑.      หม้อ                   ๒.  ชาม               ๓.    ครก            ๔.  ทัพพี

๕.    เขียง                     ๖.  มีด                   ๔.    กระชอน

เครื่องปรุง

๑.      มะเขือแจ้                ๒.  หอมแดง              ๓.  พริกแห้ง           ๔.  ต้นหอม  ผักชี          ๕.    กระเทียม       ๖.  ผักไผ่     

๗.    ข่า                               ๘.  ปลาร้า                   ๙.  งาดำ                    ๑๐.  เกลือ 

       

วิธีการทำ

๑.  นำมะเขือแจ้ที่สุกมาล้างให้สะอาด  เอาเปลือกสีเหลืองออกทิ้ง  แล้วนำมาซอยบาง ๆ  แล้วนำไปล้างเอาเม็ดข้างในออกทิ้ง

๒.   เอาพริกแห้ง กระเทียม ข่า เกลือ หอมแดง เผาให้สุก  มาโขลกให้เข้ากัน

๓.   นำงาดำมาคั่วให้หอมพอประมาณแล้วนำมาโขลกพอให้เม็ดงาแตก

๔.   นำปลาร้ามาสับให้ละเอียดแล้วนำไปต้มให้สุก

๕.   เอามะเขือที่ซอยมาผสมกับน้ำพริก คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเอาน้ำปลาร้ามากรองในกระชอนใส่พอประมาณ

๖.  นำต้นหอม ผักชี ผักไผ่ มาซอยบางๆ แล้วเทลงในชามซ่ามะเขือแจ้คลุกเคล้าให้เข้ากัน

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ซ่ามะเขือแจ้  เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง   กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๑๙.  ยำผักจุ๋มป๋า

ความเป็นมาของอาหาร

               ผักจุ๋มป๋า  เป็นพืชล้มลุก และเป็นวัชพืชที่ขึ้นอยู่ในนาข้าว ผักที่มีอยู่ตามทำธรรมชาติทั่วไป และเมื่อนำมาลวกน้ำร้อน ยำแบบพื้นบ้านชาวเหนือจะอร่อยมาก ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.     หม้อ            ๒.  ชาม                ๓.    ครก                ๔.  ทัพพี                ๕.    เขียง                 ๖.  มีด

เครื่องปรุง

๑.      ผักจุ๋มป๋า         ๒.  พริกแห้ง                    ๓.    กระเทียม                       ๔.  ต้นหอม ผักชี                   ๕. ข่า              

๖.  เกลือ                      ๗.    หอมแดง        ๘.  น้ำปู     ๙. งาดำ

วิธีการทำ

๑.       นำผักจุ๋มป๋ามาล้างให้สะอาด  แล้วนำมาลวกน้ำร้อนพอประมาณ แล้วนำมาซอยบาง ๆและบีบน้ำออกให้หมด

๒.     เอาพริกแห้ง  กระเทียม  ข่า เกลือ  หอมแดงเผา  มาโขลกให้ละเอียด

๓.     นำผักจุ๋มป๋ามาผสมกับน้ำพริก คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วเอาน้ำปูใส่ลงไปเล็กน้อย  ชิมรสตามความต้องการ

๔.     นำงาดำมาคั้วให้หอมพอประมาณแล้วนำมาโขลกพอให้เม็ดงาแตก  แล้วนำมาโรยในชามผักจุ๋มป๋า

๕.     นำต้นหอม ผักชี    มาซอยบาง ๆ แล้วเทลงในชามผักจุ๋มป๋า

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ยำผักจุ๋มป๋า  เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย 

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ –นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

๒๐.  การหลามบอน

ความเป็นมาของอาหาร

           หลามบอน  เป็นอาหารที่บรรพบุรุษได้สืบทอดต่อ ๆ กันมาแต่โบราณ   (บอน เป็นพืชประเภทเผือกมัน ชอบขึ้นตามริมน้ำที่มีน้ำซึมซับตลอดปี)   เป็นอาหารชนิดหนึ่งที่ชุมชนในหมู่บ้านนิยมทำกินในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ   และเครื่องปรุงนำมาประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

เครื่องปรุง

     ๑.  บอน            ๒.  มะกรูด                ๓. ตะไคร้             ๔. มะกอก        ๕.  ใบแมงลักผักชี       ๖.พริกแห้ง     ๗. เกลือ         ๘.  ข่า      ๙. หอมแดง         ๑๐ กะปิ          ๑๑. มะเขือพวง           ๑๒. กระเทียม      ๑๓. ปลาร้า    ๑๔.  ต้นหอม        ๑๕.ใบแมงลัก                               

๑๖. ใบผักชะอม            ๑๗.  หนังวัวหรือหนังควาย

อุปกรณ์การทำ

๑.    ครก                ๒.  กระบอกไม้ไผ่           

๓.  ฝืน                       ๔.  ถ้วย            ๕.   ช้อน    

 

 

วิธีการทำ

๑.      เตรียมกระบอกไม้ไผ่       ๒.  ล้างผักและใบบอน      ๓.  นำฟืนมาก่อไฟ

๔.    เอาพริกแห้ง  กระเทียม  ข่า เกลือ  หอมแดงเผา  ตะไคร้  ปลาร้า  กะปิ มาโขลกให้ละเอียด

๕.    นำเอาใบบอนใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่  ใส่น้ำและน้ำพริกที่โขลกลงไปด้วย

๖.    หั่นหนังวัวหรือควายเป็นชิ้นเล็ก ๆ และนำมะกอก  ผักชะอม  ใบแมงลัก  และมะเขือพวงใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่

๗.    นำกระบอกไม้ไผ่ไปวางไว้บนกองไฟที่ก่อไว้แล้ว(โดยกระบอกไม้ไผ่จะต้องตั้งขึ้น)

๘.    รอจนใกล้สุกจึงใส่ใบมะกรูด  และต้นหอมลงไป

๙.    รอจนสุกนำหลามบอนมาใส่ถ้วยและโรยด้วยผักชีเล็กน้อยเพื่อช่วยให้หลามบอนหอมชวนรับประทาน

ประโยชน์ที่ได้รับ
                หลามบอน  เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๒๑.  ห่อนึ่งปลี

      

ความเป็นมาของอาหาร

               ห่อนึ่งปลี  เป็นอาหารพื้นบ้านชาวเหนือที่ทำจากหัวปลีกล้วย  ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.      ลังถึง       ๒.  มีด           ๓.    ครก          ๔.  ใบตอง      ๕.    เขียง          

๖.  กรรไกร       ๗.    ชาม      ๘.  ตอก                 ๙.    ทัพพี

เครื่องปรุง

                ๑.    เนื้อหมู  ๓  ชั้น             ๒.  ข่า           ๓.    พริกแห้ง                      ๔.  มะแขว่น             ๕.    กระเทียม                     

              ๖.  ใบมะกรูด                         ๗.    หอมแดง                        ๘.  ตะไคร้                   ๙.     เกลือ

วิธีการทำ

๑.     นำหมู ๓  ชั้นมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

๒.    นำปลีมาทุบแล้วผ่าครึ่ง  เอาส่อนข้างในที่อ่อนมาซอยเป็นชิ้นแล้วนำไปแช่น้ำ

๓.    เอาพริกแห้ง  กระเทียม  ข่า เกลือ  หอมแดงเผา  ตะไคร้  ปลาร้า  กะปิ มาโขลกให้ละเอียด

๔.    นำใบตองมาฉีก แล้วตัดเป็นรูปวงรี  เช็ดให้สะอาด

๕.   นำเนื้อหมูที่หั่นเป็นชิ้นมาคลุกเคล้ากับปลีที่ซอยเรียบร้อยแล้วนำมาคลุกกับน้ำพริกที่เตรียมไว้  แล้วนำไปห่อในใบตองที่เตรียมไว้โดยตัก  ๑  ทัพพีต่อหนึ่งห่อแล้วใช้ตอกมัดใบตองให้แน่น

๖.   นำห่อนึ่งไปใส่ลังถึง  นึ่งให้สุกสามารถนำมารับประทานได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ห่อนึ่งปลี เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง เป็นอาหารที่ย่อยง่าย กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๒๒.  ห่อนึ่งเขียด

ความเป็นมาของอาหาร

               ห่อนึ่งเขียด  ได้จากเขียดนาทั่วไป มาปรุงกับเครื่องปรุงและผักต่าง ๆ แบบพื้นบ้านชาวเหนือ และชุมชนหมู่บ้านนิยมทำกินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงประกอบอาหาร หาง่าย  มีในท้องถิ่นทุกฤดูกาล และไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

อุปกรณ์การทำ

๑.      ลังถึง                        ๒.  มีด                         ๓.    ครก                            ๔.  ใบตอง

๕.    เขียง                            ๖.  กรรไกร               ๗.    ชาม                              ๘.  ตอก

๙.    ทัพพี                              ๑๐.  แตะปิ้งเขียด

เครื่องปรุง

๑.      เขียด               ๒.  มะแขว่น         ๓.  พริกแห้ง             ๔. ใบยี่หร่า      ๕.  หอมแดง         ๖.  ใบมะกรูด              ๗.    กระเทียม      ๘.  ตะไคร้            ๙. ข่า                         ๑๐.  เกลือ

วิธีการทำ

๑.     นำเขียดไปย่างให้สุกพอประมาณแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้น  ๆ

๒.    เอาพริกแห้ง  กระเทียม  ข่า เกลือ  หอมแดงเผา  ตะไคร้  มะแขว่น มาโขลกให้ละเอียด

๓.    นำเขียดที่เตรียมไว้มาคลุกเคล้ากับกับน้ำพริกให้เข้ากัน  ชิมรสให้พอดีตามความต้องการ  และตัดใบตองออกเป็นชิ้น ๆ

๔.    นำเขียดที่คลุกกับน้ำพริกที่เตรียมไว้  แล้วนำไปห่อในใบตองที่เตรียมไว้โดยตัก  ๑ ทัพพีต่อหนึ่งห่อแล้วใช้ตอกมัดใบตองให้แน่น  และใช้กรรไกรตัดปลายตอกออกเพื่อให้สวยงาม

๕.    นำห่อนึ่งไปใส่ลังถึง  นึ่งให้สุก  แล้วสามารถนำมารับประทานได้

ประโยชน์ที่ได้รับ
                ห่อนึ่งเขียดที่มีส่วนผสมกับผักพื้นบ้านหลายชนิด เป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลอดสารพิษ และเครื่องปรุงมีพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำอาหารสำเร็จรูปประเภทนี้ออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงกินเองภายในครอบครัว  หรือตามไร่ – นา ที่ไปทำงาน  และเครื่องปรุงเป็นพืชผักทีมีอยู่หาได้ง่ายมีอยู่ทั่วไป 

 

๒๓.  น้ำปู

ความเป็นมาของอาหาร

               น้ำปู  ทำจากปูนา ที่มีอยู่ตามทำธรรมชาติทั่วไป  นำมาโขลกคลุกเคล้ากับส่วนผสมต่าง ๆ เก็บดองไว้หนึ่งคืนแล้วน้ำต้ม เคียวให้แห้งจนเหลือน้ำสีดำ ๆ ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำไว้กินภายในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ และพืชผักที่นำมาเป็นเครื่องปรุงของน้ำปู หาง่าย  ไม่มีสารพิษเจือปน แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง

     

                                            

อุปกรณ์การทำ

๑.      หม้อ                               ๒.  ทัพพี                         ๓.    ครก                                ๔.  มีด                      ๕.    เขียง                               ๖.  กระชอน                    ๗.    ชาม

เครื่องปรุง

๑.      ปูนา              ๒.    ใบตะไคร้                       ๓.    ใบย่านาง                     ๔.    เกลือ

 

วิธีการทำน้ำปู

๑.      นำใบตะไคร้และใบย่านาง  มาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ

๒.    นำปูนามาใส่ในครก  พร้อมกับใบตะไคร้และใบย่านาง แล้วโขลกให้ละเอียด

๓.    นำปูที่โขลกละเอียดมาผสมน้ำแล้วเทลงในกระชอนแล้วปีบน้ำปูลงในหม้อ

๔.    นำหม้อน้ำปูไปหมักไว้  ๑ คืน  แล้วนำหม้อน้ำปูไปต้มให้น้ำแห้งพอประมาณแล้วยกลงจากเตาไฟ  ทิ้งไว้ให้เย็น

๕.    นำน้ำปูที่เย็นแล้ว ใส่กระปุกเก็บไว้รับประทาน

ประโยชน์ของน้ำปู

                ใช้ประกอบอาหาร เช่นยำหน่อไม้  แกงหน่อไม้  แกงเห็ด  แกงผักปลั่ง  น้ำพริกน้ำปู  ฯลฯ  ปลอดจากสารพิษ และเครื่องปรุงเป็นพืชผักที่มีอยู่ตามธรรมชาติในท้องถิ่น  ซึ่งเป็นสมุนไพร  มีคุณค่าทางอาหารสูง  บำรุงร่างกายให้เจริญเติบโต แข็งแรง  เป็นอาหารที่ย่อยง่าย  กินได้ทุกเพศทุกวัย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำน้ำปูออกจำหน่าย   ส่วนใหญ่ชาวบ้านทำไว้กินเอง และเป็นของฝาก

 

๒๔.  การทำน้ำมันมะพร้าว

ความเป็นมาของอาหาร

               การทำน้ำมันมะพร้าว  ทำจากมะพร้าวที่แก่จัด นำขูด บีปเอาน้ำมาต้ม เคียวให้แห้ง จนเป็นน้ำมัน  เรียกว่า “น้ำมันมะพร้าว”  แบบพื้นบ้าน ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมทำมานาน ตั้งแต่บรรพบุรุษ

อุปกรณ์การทำ

๑.   หม้อ               ๒. ผ้าขาว        ๓.  เขียง             ๔.  กระทะ       ๕. ชาม  ๖.  ถาด      ๗. ทัพพี         ๘.    มีด       ๙.  กระชอน         ๑๐.  กระต่ายขูดมะพร้าว

เครื่องปรุง           มะพร้าวแก่

วิธีการทำ

๑.     นำมะพร้าวมาเอาเปลือกนอกออกให้หมดโดยไม่ให้มีขนติดกะลามะพร้าว

๒.    นำมะพร้าวที่เอาเปลือกนอกออกมาผ่าครึ่ง  แล้วนำเอาเนื้อมะพร้าวไปขูดกับกระต่าย

๓.    เอาเนื้อมะพร้าวที่ขูด ไปคั้นเอาน้ำกะทิ  แล้วกรองด้วยผ้าขาวและกระชอน

๔.    นำน้ำกะทิไปใส่กระทะแล้วตั้งไฟอ่อน ๆ และคนตลอดจนกะทิแห้งจะเป็นน้ำใส ๆ อยู่ข้างบน  เรียกว่าน้ำมันมะพร้าว  ส่วนที่เหลือเรียกว่า  ขี้ละอ้อด

     

 

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว

๑.      ใช้ประกอบอาหาร              ๒.    ใช้ชุบด้ายทำข้าวปุ้นในประเพณีสงกรานต์               ๓.    ใช้ประทินผิว

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ไม่มีการทำน้ำมันพร้าวออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านทำไว้ใช้เอง    

 

๒๕.  การทำน้ำมันงา

ความเป็นมาของน้ำมันงา

               ใช้งาดำในการทำมันงา ตามกรรมวิธีแบบพื้นบ้าน ที่ชุมชนหมู่บ้านนิยมไว้ใช้เองในครอบครัวมาเป็นเวลานานตั้งแต่บรรพบุรุษ

อุปกรณ์

๑.   ไม้แผ่น  ๒  แผ่น ความกว้างประมาณ  ๑๒  นิ้ว

๒.    กาบหมาก  ๑  อัน

๓.    หนังควายขนาดใหญ่ทำเป็นวงกลม

๔.    ทบ  ทำมาจากไม้นำมาสานเป็นสามเหลียม

๕.    ไม้หน้าสาม  หรือ  ไม้กลมยาวประมาณ  ๒  ศอก

๖.    ค้อนสำหรับใช้ทุบ

วิธีทำน้ำมันงา

เอางาดำมาตากแดดก่อนแล้วนำเอามาตำให้ละเอียดเอาแกลบมาผสมด้วยแล้วนำงาที่ได้มาใส่กระบงเอาไว้เอาใบตองปิดให้มิดชิดทิ้งไว้ประมาณ  ๔-๕ วันอุปกรณ์มีไม้แผ่น ๒ แผ่น ความกว้างของไม้แผ่นประมาณ  ๑๒ นิ้ว แล้วนำไม้แผ่นมาประกบกันให้ห่างกันประมาณ  ๑  เมตรครึ่ง  ไม้กลมยาวประมาณ  ๒  เมตร  แล้วเจาะร่องตรงกลางแล้วนำไม้อีกอันยาวประมาณ  ๑  ศอก  แล้วเจาะร่องตรงกลางแล้วเอาไม้หน้าสาม  ๖  เล่มทำเป็นลิ่มในร่องไม้ที่เจาะไว้นำไม้มาสานเป็นทบเสร็จแล้วนำงาที่ตำแล้วมานึ่งให้สุกนำมาใส่ในทบแล้วเอาไปใส่ในไม้ที่ทำไว้นั้นต้องมีหนังรองแล้วเอาใส่ในหนังแล้วเอาไม้ลิ่มเข้าใส่แล้วนำค้อนมาตีลงในลิ่มก็จะได้น้ำมันงาที่ต้องการ

ประโยชน์

                ใช้ทาบริเวณที่ปวดเมื่อย  หรือหกล้มขาแพง  แข้งขาหัก  ปวดบวมให้นำมาทาก็จะหาย

วิธีทำอย่างง่าย 

                นำงาดำมาตำให้ละเอียดนำผ้าขาวมาห่อใช้มือบีบจนได้น้ำมันงาออกมาวิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายมาก ๆ แต่ได้น้ำมันน้อย

ที่จำหน่าย / ผู้ผลิต
                ไม่มีการทำน้ำมันงาออกจำหน่ายในท้องถิ่น  ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะปรุงไว้ใช้เอง