
![]()
|
|
วิหารน้อยวัดนาหวาย เป็นศิลปะล้านนาตะวันออก มีอายุกว่า ๒๐๐ ปี สร้างด้วยอิฐถือปูน หลังคามุงด้วย ไม้ หน้าบันและหัวเสาแกะสลักไม้สวยงามมาก ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง สร้างก่อน พ.ศ. ๒๓๓๖ เคยบูรณะเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๕ อยู่ที่วัดนาหวาย ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน
| ||
|
|
พระธาตุบ่อแก้ว วัดบ่อแก้ว เดิมบ้านบ่อแก้ว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่าบ้านเมืองหิน ต่อมาเมื่อประมาณปี พ.ศ ๒๓๙๐ ชาวบ้านมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ได้ร่วมกันสร้างวัดขึ้น เพื่อเป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาและเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในพื้นที่ ชื่อวัด ศรีมาราม ต่อมาเกิดปรากฏการณ์อัศจรรย์ กล่าวคือทุกวันพระ ปรากฏมีดวงแก้วลอยออกมาจากบ่อน้ำภายในวัด ส่องแสงสว่างไปทั่ว เหตุการณ์นี้สร้างความศรัทธาและปลื้มปิติแก่ชาวบ้านยิ่งนัก จึงร่วมกันสร้างพระเจดีย์ครอบบ่อน้ำเอาไว้ เปลี่ยนชื่อวัดศรีมาราม เป็นวัดบ่อแก้ว ตามนิมิตที่ปรากฏ ตั้งอยู่ที่วัดบ่อแก้ว ตำบลบ่อแก้ว อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน และคณะศรัทธาวัดได้จัดให้มีการนมัสการพระธาตุในวันเพ็ญเดือนหก (เดือนแปด-เหนือ) ในงานประเพณี "แปดเป็งไหว้สาพระธาตุบ่อแก้ว" กิจกรรมจะมีขบวนแห่จากคณะศรัทธาวัดต่าง ๆ มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมพื้นบ้านต่าง ๆ การละเล่น การฟ้อน และเน้นถึงความสำคัญของวันวิสาขบูชา มีการปฏิบัติธรรม การทำบุญตักบาตร และที่สำคัญมีการจุดบั้งไฟบูชาพระธาตุ ในตอนกลางวันจะมีการจุดบั้งไฟขึ้น ในตอนกลางคืนจะมีการจุดบั้งไฟดอก | ||
|
|
พระธาตุจอมแจ้ง วัดพงษ์ ครั้งหนึ่งมีพระโพธิญาณพร้อมด้วยพระอรหันเจ้า ๒ รูป มีพระโสณเถระ และพระอุตตระเถระ เข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา และได้เดินทางเผยแพร่ไปในที่ต่าง ๆ และได้เดินทางในเวลากลางคืน เดือนหงาย เป็นเดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ (เดือนห้าเป็ง) จนในที่สุดได้มาถึงบริเวณแห่งหนึ่ง และสว่าง (ทางเหนือเรียกว่า แจ้ง) พอดี พระสัมโพธิญาณ พร้อมพระอรหันก็ได้เอามะฝา (หินฝา) สีแดงมาลงอักขระไว้ว่า พระโพธิญาณพร้อมด้วยอรหัน ๒ รูป เดินทางมาและได้มาสว่าง หรือแจ้งที่สถานที่แห่งนี้ และจากนั้นก็เอามะฝา (หินฝา) ที่ลงอักขระฝังไว้ที่จอมปลวกที่ป่าแห่งนี้ และจากนั้นพระองค์ท่านจึงได้ไปเผยแพร่ศาสนาที่แห่งอื่นต่อไป | ||
|
|
พระธาตุปากแพะ เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่ ที่ชาวบ้านขุดพบโบราณวัตถุต่างๆ หลายอย่าง เช่น อาวุธดาบ รอยพระพุทธบาท ฯลฯ และเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ จึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ใหม่ ปีพ.ศ. 2544 และในวันวิสาขบูชา ชาวบ้านก็จะนำรอยพระพุทธบาทมาทำพิธีสักการะบูชา เพื่อเป็นสิริมงคลแก่หมู่บ้าน และรำลึกถึงคุณขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน เล่าว่าเมื่อครั้งสมัยพระพุทธกาลพระพุทธองค์ ได้เคยเสด็จมาพำนักอาศัยอยู่ที่โบราณสถานวัดปากแพะแห่งนี้ และทิ้งรอยพระพุทธบาทไว้ ให้เห็นเป็นหลักฐาน . |
||
|
|
พระเจ้าแก้ว พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของตำบลบ่อแก้ว ตามตำนานเล่าว่า กาลก่อนนั้นหลายร้อยปีมาแล้ว ไม่รู้ว่าปีอะไร พ.ศ.อะไร ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่สืบทอดกันมาว่า มีตากับยายสองคนไปทำไร่ที่ม่อนเฒ่าแก้ว (ม่อนเขาแก้ว) อยู่ติดกับวัดชัยมงคล ปัจจุบันนี้ ขณะที่ดายหญ้าไปได้เอาแวก(จอบเล็ก)... |
||
|
|
พระเสลารัฐมุนี พระเสลารัฐมนี หรือ พระพุทธเจ้าหลวง เสลารัฏฐะมุนี วัดนาหวาย พระพุทธรปองค์นี้เป็นของเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง ของอำเภอนาหมื่นมานานหลายร้อยปี สร้างขึ้นพร้อมกับการสร้างวัดครั้งแรก ซึ่งพงศาวดาร โยนก เชียงแสน ได้กล่าวไว้ในตำรา เมือพุทธศักราช ๒๐๒๔ โดยพระมหาธรรมเสนาบดีกุลวงศ์ จากเมืองเชียงใหม่ ส่วนตำนานมุขะปาฐะกถาของอำเภอนาหมื่นเข้ามาสู่ดินแดนแห่งนี้ ราว พ.ศ. ๒๐๑๙ และได้รับสมญานาม ว่าพระเสลารัฏฐมุนี ศรีนันทวรนคร |
||
|
|
รอยพระพุทธบาท เป็นชื่อของโบราณวัตถุเก่าแก่ที่ชาวบ้านขุดพบและเชื่อว่าเป็นสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ มีผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน เล่าว่าเมื่อครั้งสมัยพระพุทธกาลพระพุทธองค์ ได้เคยเสด็จมาพำนักอาศัยอยู่ที่โบราณสถานวัดปากแพะ และทิ้งรอยพระพุทธบาทไว้ ให้เห็นเป็นหลักฐาน |
||
|
|
พระธาตุผาช้าง บ้านนาหมอ ตำบลเมืองลี . |
||
|
|
รูเปรต วัดดอนมูล คือ รูที่สร้างขึ้นเพื่อกวาดน้ำลงในรูนี้ ซึ่งสร้างขึ้นในอุโบสถ เชื้อกันว่า หากได้กรวดน้ำลงในรูเปรตนี้แล้ว การทำบุญเมื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับใคร แม้กระเปรตกก็จะได้รับบุญได้กุศลที่คณะศรัทธาได้อุทิศให้อย่างเต็มที่เต็มเม็ดเต็มหน่วย | ||
|
|
ตุงกระด้าง เป็นโบราณวัตถุอย่างหนึ่งของตำบลปิงหลวง เป็นสถาปัตยกรรม การแกะสลักไม้สักเกี่ยวกับ เรื่องราวตำนานพุทธประวัติ ที่ชาวบ้านเก็บรักษาไว้ในวิหารวัดปิงหลวง มานานประมาณ ๑๒๐ กว่าปีมาแล้ว ไม่มีใครทราบว่าใครเป็นผู้ที่แกะสลักไม้แผ่นนี้ เพราะไม่มีใครได้บันทึกเรื่องราวไว้ แผ่นไม้ที่แกะสลักนี้ เป็นการบันทึกทศชาติของพระพุทธเจ้า ชาวบ้านปิงหลวงเรียกชื่อแผ่นไม้นี้ว่า ตุงกระด้าง ซึ่งคำว่า กระด้าง เป็นภาษาพูดของชาวพื้นเมือง ที่แปลว่า เคลื่อนไหวไม่ได้ | ||
|
|
ศาลหลักเมืองอำเภอนาหมื่น ที่บ้านหลักหมื่น ตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน เดิ มมีเสาหลักกิโลเมตรที่ทางราชการมาปักไว้แต่ไม่ทราบว่า พ.ศ.ใด และยังบอกว่าเสานี้ คือ เสาแดนเมือง เป็นหลักที่หนึ่งหมื่น แต่ไม่ทราบว่าเสาต้นที่หนึ่งเริ่มนับมาจากที่ใด หมู่บ้านดังกล่าวจึงได้ชื่อว่า บ้านหลักหมื่น เป็นต้นมา เสาหลักกิโลเมตรที่หนึ่งหมื่นดังกล่าว เป็นเสาไม้เนื้อแข็ง สี่เหลี่ยม ขนาด ๑๐ x ๑๐ นิ้ว ยาว ๓ เมตร รอบฐานมีเสาไม้ขนาด ๔ x ๔ นิ้ว ยาว ๑.๕ เมตร ฝังรอบอีก ๔ ต้น กาลเวลาล่วงเลยมานาน เสาหลักที่หมื่นได้ล้มลง และต่อมาโดยการนำของท่านนายอำเภอนาหมื่นสมัยนั้น คือนายดิเรก ถึงฝั่ง พร้อมราษฎรในอำเภอนำเสาแดนเมืองมาปักไว้ที่ที่ว่าการกิ่งอำเภอนาหมื่น และตั้งศาลขึ้นมา เรียกกันทั่วไปว่า ศาลหลักเมือง ตั้งอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอนาหมื่น และเป็นที่นับถือ ยึดเหนี่ยวรวมน้ำใจของชาวอำเภอนาหมื่นจนถึงปัจจุบันนี้ และชื่ออำเภอนาหมื่นได้มาจากหลักเมืองนาหมื่น ถือว่าเป็นสิริมงคล และทางผู้ใหญ่และชาวบ้านเห็นฟ้องกันว่าที่ตั้งของที่ว่าการอำเภออยู่บริเวณหมู่บ้านหลักหมื่น |
||
|
|
ใบลาน ปับสา วัดนาหวาย อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ได้มีอนุรักษ์ ใบลาน ปับสา ไว้เป็นจำนวนมาก หลายพันผูก |
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|
||
|
|
|