ประกาศสภาวัฒนธรรมอำเภอนาหมื่น

เรื่อง  แนวปฏิบัติเกี่ยวกับประเพณีวัฒนธรรม และพิธีกรรมที่เหมาะสมของอำเภอนาหมื่น

----------------------------------------------------

                            จากสภาพปัญหาเกี่ยวกับงานประเพณี วัฒนธรรม พิธีกรรมต่าง ๆ  ของอำเภอนาหมื่น  ที่ไม่เป็นไปตามรูปแบบประเพณีวัฒนธรรมเดิมที่มีมาแต่อดีต  มีความฟุ่มเฟือย เน้นการกินเลี้ยง หรือสังสรรค์มากกว่าการทำบุญกุศล  ทางสภาวัฒนธรรมอำเภอนาหมื่น สภาวัฒนธรรมตำบลทุกตำบล  ร่วมกับทีมงานวิจัยของคณะสงฆ์ กลุ่มฮักนาหมื่น  หน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน   ได้มีการจัดเวทีวัฒนธรรมในระดับตำบลทุกตำบล  ตลอดถึงการประมวลข้อมูลจากการสัมภาษณ์ประชาชนในพื้นที่อำเภอนาหมื่นหลายครั้ง  รวมถึงการศึกษาค้นคว้าในตำราทั้งของท้องถิ่น ตำราที่เกี่ยวข้องจนถึงการจัดเวทีวัฒนธรรมระดับตำบล ระดับอำเภอหลายครั้ง ในระหว่างปี ๒๕๔๕ - ปี ๒๕๕๑   และครั้งหลังสุดเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒  สภาวัฒนธรรมอำเภอได้เชิญคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมตำบล/อำเภอ  และผู้เกี่ยวข้องในอำเภอนาหมื่นเข้าร่วมการจัดเวทีวัฒนธรรม  และได้นำปัญหาทางวัฒนธรรมดังกล่าวมาสรุปและหาแนวทางปฏิบัติร่วมกัน  ซึ่งมติเสียงส่วนมาก ให้มีการอนุรักษ์ เผยแพร่ พัฒนา เฝ้าระวังทางวัฒนธรรม  ตามแนวทางการจัดเวทีวัฒนธรรม ได้รูปแบบพิธีกรรมที่ควรอนุรักษ์ไว้และที่ควรปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาที่เหมาะสมกับเหตุการณ์ปัจจุบัน โดยเน้นหลักการประหยัด และเป็นไปตามรูปแบบประเพณีวัฒนธรรมดั้งเดิมให้มากที่สุด   ทั้งนี้ให้เป็นไปในลักษณะเชิญชวนไม่ใช่การบังคับ และเพื่อเป็นแนวปฏิบัติของชาวอำเภอนาหมื่นให้เป็นไปในรูปแบบเดียวกัน   สภาวัฒนธรรมอำเภอจึงได้จัดทำประกาศฉบับนี้ขึ้น    จากการจัดเวทีผู้เข้าร่วมเสวนามีข้อสรุปเกี่ยวกับรูปแบบพิธีกรรมที่เหมาะสมของอำเภอนาหมื่น และได้มีการสรุปเกี่ยวกับงานอวมงคล และงานมงคลสำหรับถือเป็นแนวปฏิบัติดังนี้

๑. การเตรียมการประกอบพิธีกรรมงานศพ

ให้เจ้าภาพ ญาติ และคณะกรรมการด้านวัฒนธรรมหมู่บ้านที่ได้รับแต่งตั้งทำหน้าที่ในการประกอบพิธีกรรมงานศพ  ดังนี้

๑.๑  แจ้งข่าวการเสียชีวิตให้ผู้นำหมู่บ้าน, มัคนายก ,พิธีกร หรือวัฒนธรรมหมู่บ้าน ได้รับทราบ

๑.๒ จัดเตรียมสถานที่ที่ตั้งโลงศพให้ตั้งตามความเหมาะสมของสถานที่ โดยหันศีรษะเข้าหาโต๊ะหมู่บูชา

๑.๓  จัดโต๊ะหมู่บูชา  ไว้ทางด้านขวาของพระสงฆ์โดยตั้งไว้สูงกว่าอาสน์สงฆ์พอสมควร และหันหน้าไปทางทิศตะวันออก (ยกเว้นมีข้อจำกัดทางด้านสถานที่)    ส่วนประกอบที่สำคัญในการจัดโต๊ะหมู่บูชาได้แก่   พระพุทธรูป ๑ องค์  , กระถางธูปพร้อมธูป ๓ ดอก  ,  เชิงเทียน/เทียน  , แจกัน  พร้อมดอกไม้

๑.๔  เทียนชนวน  พร้อมไม้ขีดไฟ   พานดอกไม้สำหรับบูชาพระรัตนตรัยใช้ดอกไม้สด  ๑ ชุด พานดอกไม้สำหรับขอสมาทานศีลจากพระสงฆ์ (ขันขอศีล) ๑ ชุด

                ๑.๕  ด้ายสำหรับโยงจากศพมาต่อผ้าภูษา ๑ เส้น,  เพื่อพระสงฆ์พิจารณาบังสุกุล,  พานทอดภูษาโยง ๔ ที่,   พัด  ๔ ด้าม,  ภูษาโยง  ๑ เส้น,  ผ้าบังสุกุล  ๔  ผืน  พานสำหรับใส่ซองปัจจัยถวายพระพุทธและพระสงฆ์

๑.๖  นิมนต์พระสงฆ์ที่จะมาประกอบพิธีกรรมทั้งสวดพระอภิธรรม และพิธีฌาปนกิจ

๒. การเตรียมการสวดพระอภิธรรม  ก่อนที่พระสงฆ์จะมาถึงบริเวณงาน “พิธีกรหรือมัคนายก”  ต้องปฏิบัติดังนี้ 

               ๒.๑ สำรวจความพร้อมของอุปกรณ์ในการประกอบพิธีกรรม เช่น ส่วนประกอบในการบูชาพระรัตนตรัยได้แก่  เทียนชนวน,พัด,   ภูษาโยง  เป็นต้น

               ๒.๒ เป็นผู้ประสานงานระหว่างเจ้าภาพ คณะกรรมการด้านวัฒนธรรมหมู่บ้าน

               ๒.๓  ในระหว่างที่ประกอบพิธีกรรมอยู่นั้น ห้ามบริการน้ำดื่ม อาหารว่าง เพราะจะทำให้เกิดความไม่เป็นระเบียบ

                  ๒.๔  กรณีไม่มีการแสดงพระธรรมเทศนา เมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์มานั่งบนอาสน์สงฆ์เรียบร้อยแล้ว เจ้าภาพหรือตัวแทนประเคนน้ำดื่ม  

-      พิธีกรเชิญประธานในพิธีจุดธูป เทียน บูชาพระรัตนตรัย

-      ประเคนพานดอกไม้บูชาพระรัตนตรัย และพานดอกไม้เพื่อขอสมาทานศีลจากพระสงฆ์

-      พิธีกร หรือมัคนายกนำกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย อาราธนาเบญจศีล 

-      พระสงฆ์ให้ศีล

-      พระสงฆ์สวดพระอภิธรรม  ๑ จบ 

-      จัดพานสำหรับรองรับผ้าภูษาโยง  ๔ พาน 

-      พิธีกรเชิญตัวแทนแขกผู้มีเกียรติทอดผ้าบังสุกุลบนผ้าภูษาโยง

-      พระสงฆ์พิจารณาผ้าบังสุกุล

-      จัดเก็บผ้าภูษาโยง และจัดเตรียมพาน สำหรับถวายปัจจัย

-      พิธีกรเชิญเจ้าภาพ และตัวแทนเจ้าภาพ  ถวายปัจจัยแด่พระสงฆ์ 

-      พระสงฆ์อนุโมทนา    เจ้าภาพกรวดน้ำ

-      พิธีกร หรือมัคนายกนำกราบพระ  เป็นเสร็จพิธีทางศาสนา    

-      เจ้าภาพ หรือตัวแทนกล่าวขอบคุณแขกที่มาร่วมงาน   

              ๒.๕  กรณีมีพระธรรมเทศนา  (มีขั้นตอนเพิ่มเติมจากข้อ ๒.๔)  ดังนี้

-          พิธีกรอาราธนาธรรม

-          พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา

-          เจ้าภาพถวายกัณฑ์เทศน์

-          พระสงฆ์อนุโมทนา

๓. ขั้นตอน การถวายเครื่องไทยธรรมเพื่ออุทิศกุศลให้ผู้ที่ตายในวันฌาปนกิจปฏิบัติ ดังนี้

เวลาประมาณ  ๐๗.๓๐ น. หรือ ๐๙.๐๐ น. พระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์มาถึง และเมื่อทุกอย่างพร้อม 

-    เจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย

-      มัคนายกนำกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย  อาราธนาเบญจศีล  พระสงฆ์ให้ศีล

-      มัคนายกนำอาราธนาธรรม,  พระสงฆ์แสดงพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์

-      พระสงฆ์สวดถวายพรพระ (สวดข้าวบาตร สวดพาหุงและมหากา)

-      มัคนายกกล่าวคำขมาเครื่องไทยธรรม(สุมาครัวตาน)  เวนทาน (กล่าวคำถวายเครื่องไทยธรรม)  เจ้าภาพประเคนเครื่องไทยธรรม

-      มอบทุนสาธารณประโยชน์ (แล้วแต่กรณี ถ้ามี)

-      พระสงฆ์อนุโมทนา  เจ้าภาพกรวดน้ำ

-      มัคนายกให้พรนำกราบพระ  เป็นเสร็จพิธี 

ขั้นตอนก่อนการเคลื่อนศพไปสู่ฌาปนสถาน (ป่าช้า)  (ให้ดำเนินการที่บ้านหรือสถานที่จัดงานนั้นๆ)

-      พิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานของลูกเสือชาวบ้าน (ถ้ามี)

-      หลังจากที่แขกรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ก่อนเคลื่อนศพออกจากบ้านให้ญาติถ่ายรูปร่วมกันและทำพิธีตัดสายสัมพันธ์(กรณีผู้ตายมีคู่สมรส)

-      เวลา ๑๓.๐๐ น. เคลื่อนศพสู่ฌาปนสถาน (ป่าช้า)โดยมีพระสงฆ์ ญาติและแขกเดินจูงศพออกจากบ้าน

สิ่งของที่จะต้องเตรียมไปฌาปนสถาน (ป่าช้า)ประกอบด้วย

-      พัด  ๑ ด้าม

-      ดอกไม้ ธูป เทียน

-      สายสิญจน์  ๑ เส้น

-      ภูษาโยง  ๒ เส้น

-      โต๊ะ, ผ้าปูโต๊ะ, พานสำหรับทอดผ้าบังสุกุล

-      โต๊ะกล่าวรายงาน (โพเดี่ยม)

ขั้นตอนในการฌาปนกิจศพ ในฌาปนสถาน (ป่าช้า)

เวลา ๑๓.๐๐น. ญาตินำศพไปสู่ฌาปนสถานนั้นๆ และนำศพขึ้นสู่เมรุตกแต่งให้เรียบร้อยพร้อมที่จะทำพิธี

-          พระสงฆ์ขึ้นนั่งอาสนะ

-          พิธีกรอาราธนาศีล 

-          พระสงฆ์ให้ศีล

-          พระสงฆ์สวดมาติกา

-          ทอดผ้าบังสุกุล  - ผ้าไตรบังสุกุล  (ผ้าบังสุกุลไม่เกิน ๓ รอบของพระสงฆ์) 

-          ผ้าไตรมหาบังสุกุล ๑ ชุด ประธานในพิธีทอด

-          นิมนต์ประธานสงฆ์พิจารณาผ้าไตรมหาบังสุกุล  พร้อมถวายดอกไม้จันทน์ให้ประธานสงฆ์วาง

-          ประกาศการมอบทุนสาธารณะประโยชน์

-          ถวายปัจจัยแด่พระสงฆ์

-          รับพรจากพระสงฆ์

-          อ่านประวัติผู้เสียชีวิต (ถ้ามี)

-          เจ้าภาพหรือตัวแทนกล่าวขอบคุณแขก

-          ญาติพี่น้องทำพิธีขอขมาศพ หรืออุตระวัฎ ๓ รอบ ยืนอยู่ ณ จุดที่เหมาะสม

-          พิธีกรเชิญแขกผู้มีเกียรติยืนขึ้น และนำกล่าวคำขอขมาศพ

-          ประธานในพิธีนำแขกผู้มีเกียรติวางดอกไม้จันทน์

-          ประธานหรือผู้ใหญ่บ้านจุดประชุมเพลิง  (ด้วยไม้แคร่)

-          พระสงฆ์สวดหน้าไฟ เสร็จพิธี

๓.  การเจริญพระพุทธมนต์ (สังคหะบ้าน หรือสูตรเฮือน)

ให้ทำในตอนเย็นของวันเผาศพ  ก่อนที่พระสงฆ์จะมาถึงบริเวณงานมัคนายก  หรือเจ้าภาพจะต้องสำรวจจัดเตรียมเครื่องบูชาพระรัตนตรัยและอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ด้ายมงคล  บาตรน้ำมนต์ และเทียนสำหรับทำน้ำมนต์  หญ้าคาสำหรับพรมน้ำมนต์  หินทราย  เหมือนงานมงคลทั่วไปเมื่อพระสงฆ์ที่ได้รับนิมนต์มาถึงทุกอย่างพร้อมเจ้าภาพจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย มัคนายกอาราธนาเบญจศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล

มัคนายกกล่าวคำอาราธนาพระปริต   พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ถึงบทมงคลสูตร ว่า อเสวนา  จ  พาลานํ  เจ้าภาพจุดเทียนน้ำมนต์  เสร็จแล้วยกบาตรน้ำมนต์ประเคนประธานสงฆ์แล้วพนมมือไหว้ ๑ ครั้ง กลับไปนั่งที่เดิมตั้งใจฟังพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ไปจนจบ

เจ้าภาพถวายปัจจัยแด่พระสงฆ์   พระสงฆ์อนุโมทนา  ประพรมน้ำมนต์แก่เจ้าภาพ

มัคนายกนำกราบพระ  เป็นเสร็จพิธี

 

ข้อตกลงร่วมกันในการกำหนดงานประเพณีวัฒนธรรมและพิธีกรรมอำเภอนาหมื่น

ก. งานอวมงคล   (งานศพ)

๑.       วันที่ไม่ควรเผาศพ มีอยู่  ๒ วัน คือ

๑.๑  วัน ๙ ค่ำ  เพราะเป็นความเชื่อที่ยึดถือปฏิบัติกันมานานตั้งแต่บรรพบุรุษ

๑.๒  วันศุกร์ที่ตรงกับวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ  เพราะเป็นวันปลงพระศพของพระพุทธเจ้า (เผาศพ)

๒.      การสวดพระอภิธรรม กำหนดการตั้งศพบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ไม่ควรเกิน  ๒ –๓ คืน (นอกจากมีเหตุผลจำเป็น)   ส่วนการถวายปัจจัยเป็นเจ้าภาพ  ประสงค์จะให้มีการดำเนินการ  ดังนี้

                     ๒.๑  เจ้าภาพรวม  นำปัจจัยมอบให้เจ้าภาพ และเจ้าภาพจัดการนำปัจจัยตามความเหมาะสมใส่ซอง  และพิธีกรเชิญผู้แทนถวายปัจจัย  (ประกาศรายชื่อเจ้าภาพรวมหลังเสร็จพิธีทางศาสนา

                      ๒.๒  เจ้าภาพเดี่ยว  ควรเป็นในรูปองค์กร หน่วยงาน หมู่บ้าน หรือ กลุ่มต่าง ๆ การถวายปัจจัยด้วยเอง

                      ๒.๓  กรณีบุคคล ครอบครัว หรือผู้มีความประสงค์จะเป็นเจ้าภาพเดี่ยว ให้นำปัจจัยใส่ซอง จำนวน ๕ ซอง วางบนพานที่เจ้าภาพจัดไว้ ๕ พานโดยพิธีกรประกาศรายชื่อเจ้าภาพเดียว และเชิญ ผู้แทนเจ้าภาพเดี่ยว จำนวน ๕ คน ถวายปัจจัยพระสงฆ์ ยกเว้นมีเจ้าภาพเดี่ยวไม่มากนัก ไม่เกิน ๗ ราย อาจให้มีการถวายปัจจัยเอง

๓.      การจุดธูปในงานศพ  มีรูปดอกใหญ่เพียงดอกเดียว และไม่มีการจุด เพราะทำให้เกิดควันเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเกิดมลภาวะเป็นพิษ   ดังนั้นให้ใช้ดอกไม้จันทน์กราบศพแทน

๔.      การจุดไฟยาม ไม่ควรจุด ถ้าจุดควรเป็นตะเกียงที่ฝาครอบ หรี่ให้ไฟลุกน้อยลง 

๕.     ผ้าบังสุกุลและการทอด และสวดพระอภิธรรมในบ้าน  ควรเป็นผ้าสบงที่จัดหามาใหม่  ที่พระสงฆ์นุ่งห่มได้  ควรมีผ้าบังสุกุล  ๑ ชุด  เวียนใช้ทุกคืน  สำหรับผ้าบังสุกุลชุดดังกล่าวในคืนสุดท้ายให้ทำการถวายพระสงฆ์ที่สังกัดหรือศรัทธาของบ้านงานศพนั้น ๆ  ในกรณีที่แขกนำผ้าสบงนำมาร่วมทำบุญด้วย  ถ้ามีมากเกินไปให้ถวายพร้อมเรือนทาน (เฮือนตาน) ที่ดำเนินการตอนกลางวันที่บ้านแทน

๖.       การฉายวิดีโอ-ซีดี   ห้ามฉายวิดีโอ-ซีดีลามกอนาจารซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เด็กและเยาวชนในงานศพ  ควรนำสารคดี เช่นงานวิจัย ของสภาวัฒนธรรมอำเภอนาหมื่นไปฉายก็จะเป็นการดี (น่าจะจัดสารคดีต่าง ๆ นำเสนอในงานมงคล และงานมงคล)

๗.     การเล่นการพนันในงานศพ  ห้ามมีการเล่นการพนันในงานศพ 

๘.     พวงหรีด ควรใช้วัสดุในท้องถิ่นหรือผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านในชุมชน เน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ(ห้ามใช้โฟม)

๙.     การใช้ภาษา การใช้ภาษาของพิธีกรควรใช้ภาษาพื้นบ้าน ยกเว้นงานพระราชทานเพลิงศพ

๑๐.   การจัดบริการน้ำ อาหารว่าง ไม่ควรจัดเลี้ยงอาหารว่าง หากมีการจัดอาหารว่าง ควรเป็นผลไม้ที่หาง่าย ขนมพื้นบ้าน น้ำสมุนไพร หรือ น้ำเปล่า  และให้บริการหลังเสร็จสิ้นพิธีทางศาสนา  ห้ามมีการบริการอาหารว่างก่อนพิธี และระหว่างพิธีทางศาสนา  (ปัญหา ที่พบเห็น  คนมีฐานะจัดเต็มที่ / ทำอย่างไรให้มีการประหยัดมากที่สุด)

๑๑.   การบรรพชาหน้าศพ ผู้ที่จะบรรพชาหน้าศพได้จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า  ๑๒ ปี ควรจะบรรพชาหลายวัน  ให้มีการศึกษาพระธรรมวินัยก่อนจะทำการลาสิกขา 

๑๒.   ดนตรี  บรรเลงในงานศพ  ควรจะเป็นดนตรีพื้นบ้าน หรือเปิดเทปแทน  ลักษณะของเพลงให้มีความเหมาะสมกับงาน  ไม่ควรบรรเลงดนตรีเกิน  ๒๒.๐๐ น.  ไม่ควรเปิดเสียงดังมาก 

๑๓.  ปราสาท  การจัดทำปราสาทเพื่อตกแต่งศพ  ควรใช้วัสดุหรือสิ่งของที่เป็นประโยชน์ในการใช้สอย เช่น โต๊ะเก้าอี้ มาประดับ เต็นท์  เป็นต้น  

๑๔.  การรับประทานอาหารกลางวันก่อนไปเผาศพ     ควรรณรงค์ให้รับประทานอาหารกลางวันจากบ้านก่อนไปเผาศพเฉพาะหมู่บ้านที่ห่างไกลจากบ้านงานศพไม่มากนัก (๒ - ๕ ก.ม.) ซึ่งรับประทานอาหารเที่ยง  จากบ้านเรียบร้อยแล้วไปร่วนงานศพได้ทัน   ยกเว้นชาวบ้านเดียวกัน ญาติ และผู้ไปช่วยงาน  แขกต่างตำบลที่ห่างไกล  แขกต่างอำเภอ ต่างจังหวัด  เจ้าภาพต้องจัดเตรียมอาหารไว้ต้อนรับแขกตามความเหมาะสม  

๑๕. เวลาเคลื่อนศพ           การเคลื่อนศพไปสู่ฌาปนสถาน (ป่าช้า) ให้เคลื่อนศพเวลา  ๑๓.๐๐ น.  เว้นแต่มีความจำเป็น หรือสภาพอากาศไม่อำนวยจะเคลื่อนก่อน หรือหลังก็ได้

๑๖.   การจุดประทัด/การยิงปืน ไม่จุดประทัด หรือยิงปืนในขณะที่นำศพลงจากบ้าน เพราะอาจเกิดอันตรายและตกใจได้

๑๗. การนำศพขึ้นเมรุ  การนำศพขึ้นสู่เมรุทำการล้างหน้าศพด้วยน้ำมะพร้าว แล้วตกแต่งโลงศพบนเมรุให้เรียบร้อย (พร้อมที่จะประชุมเพลิง)    จัดโต๊ะเพื่อเตรียมทอดผ้าบังสุกุลโดยโยงผ้าภูษามาที่โต๊ะและให้มีพานเพื่อรองรับผ้าภูษาโยง ๑ ที่

๑๘. ผ้าบังสุกุลที่ทอดในฌาปนสถาน (ป่าช้า)   จำนวนผ้าบังสุกุลไม่ควรเกิน ๓ เท่าของพระสงฆ์ที่นิมนต์มา  และผ้าสบงนั้น ควรเป็นผ้าสบงที่พระสงฆ์นำไปใช้นุ่งห่มได้  การทอดผ้าบังสุกุลให้ทอดในศาลา    หรือตรงหน้าที่นั่งของพระสงฆ์     เมื่อครบทุกรอบแล้วถึงจะนิมนต์  พระสงฆ์พิจารณาเพียงรอบเดียว  ไม่ควรให้พระสงฆ์ลุกจากที่นั่งไปพิจารณาหน้าเมรุเผาศพ      นอกจากผ้าไตรมหาบังสุกุลเพียงชุดเดียวที่ทอดฯหน้าเมรุเผาศพได้    ในกรณีที่แขกนำผ้าสบงนำมาร่วมทำบุญด้วย  ถ้ามีมากเกินไปให้ถวายพร้อมเรือนทาน (เฮือนตาน) ที่ดำเนินการตอนกลางวันที่บ้านแทน    บางแห่งมีเครื่องไทยทานในฌาปนสถาน  (ไม่มีเครื่องไทยทานในฌาปนสถาน)  มีซองปัจจัยเพียงอย่างเดียว 

๑๙.   โปรยทาน      ห้ามไม่ให้มีการโปรยทาน  เนื่องจากจะทำให้เกิดความวุ่นวาย  และเกิดฝุ่นละออง และเกิดอันตรายได้รับบาดเจ็บจากการโปรยทานได้

๒๐. ทุนสาธารณะและการจ่ายสินไหมประกันชีวิต  ให้มอบที่บ้านเพราะเป็นการประหยัดเวลา และนำอ่านในที่ฌาปนสถาน (ป่าช้า)อีกครั้งหนึ่งก็ได้ 

๒๑. การสวดหน้าไฟ          ขณะที่พระสงฆ์สวดหน้าไฟอยู่ทุกคนต้องประนมมือเพื่อรับฟังพระสวดไปจนจบ ไม่ควรลุกเดินออกจากที่จนกว่าพระสงฆ์จะสวดเสร็จ

๒๒.    การขอบคุณแขก  ควรให้เจ้าภาพ หรือตัวแทนเจ้าภาพกล่าวขอบคุณสั้น ๆ กะทัดรัด

๒๓.    ไม่มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในงานศพ ไม่มีการจัดเลี้ยงอาหาร หลังจากที่เลิกจากการเผาศพมาแล้ว    และเจ้าภาพไม่ควรสนับสนุนให้มีการดื่มเหล้าเบียร์ในงานศพไม่ว่ากรณีใด ๆ  ทั้งสิ้น

๒๔.    จ้อ-ตุง  การจัดทำ จ้อ-ตุง นำในการเคลื่อนขบวนแห่ศพไปสู่ฌาปนสถาน (ป่าช้า)  มี ๔ อันไม่ควรมีมากเกินไป 

๒๕.    การตัดสายสัมพันธ์ผัวเมีย หรือตัดสายผัวสายเมีย  ควรดำเนินการที่บ้าน หรือวัดที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศล

๒๖.    กรณีที่ทายาทมีการรับมอบสิ่งของพระราชทานของลูกเสือชาวบ้านของผู้ถึงแก่กรรม  ควรประกอบพิธีที่บ้านหรือวัดที่จัดตั้งศพบำเพ็ญกุศล

๒๗.    การจุดไฟประชุมเพลิง พิธีกรเชิญประธานในงานหรือผู้ใหญ่บ้านที่ผู้ตายสังกัดอยู่ เป็นคนจุดไฟประชุมเพลิงโดยใช้ไม้แคร่ หรือ กดสวิทซ์ด้วยไฟฟ้า หรือจุดชนวนไฟลูกหนูยิงตรงถึงเมรุทันที ไม่ให้มีบั้งไฟ หรือจุดประทัด  ยิงปืน หรือพลุไฟ   

๒๘.  การเทศน์ธรรมพื้นบ้าน  คืนก่อนวันเผาศพ  (วันห้างดา)  ควรเทศน์ปาฐกถา หรือเป็นไปตามประสงค์ของเจ้าภาพ  ส่วนภาคเช้าของวันถวายเครื่องไทยธรรม (วันเผาศพ) มีเทศน์ธรรมพื้นบ้านหรือตามความประสงค์ของเจ้าภาพ

๒๙. การ์ดเชิญร่วมงานศพ  ไม่ควรมี  เพราะงานศพเป็นงานที่ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า  ถ้าทุกคนทราบก็ยินดีไปร่วมงานอยู่แล้ว  ควรบอกกล่าวต่อ ๆ กันไป  หรือให้พิธีกรประกาศในวันสวดพระอภิธรรมทุกคืนว่าเจ้าภาพไม่ได้ออกการ์ดเชิญ  หรือจะโทรศัพท์ไปบอกก็ได้

๓๐. การอ่านประวัติผู้ถึงแก่กรรม  ควรอ่านระหว่างการทำความเคารพ (ผัดตะศีล) อ่านให้สั้น กะทัดรัด

๓๑.    กรณีพระสงฆ์ได้รับดอกไม้จันทน์  ควรรวบรวมให้ประธานสงฆ์ได้วางตอนไปพิจารณาผ้ามหาบังสุกุลเพียงรูปเดียว  บนโต๊ะที่วางผ้านั้น

๓๒.   ดอกไม้ตกแต่งหีบศพ  ควรใช้วัสดุในท้องถิ่น  หรือผลิตภัณฑ์กลุ่มแม่บ้านในชุมชน โดยเน้นการใช้วัสดุธรรมชาติ  (ห้ามใช้โฟม)

๓๓. รณรงค์ใช้ใบตองห่อข้าวเหนียว  หรือ กระติ๊บข้าว (แอ๊ปข้าว) ทั้งงานมงคลและงานอวมงคล แทนการห่อข้าวเหนียว โดยการใส่ในถุงพลาสติก  เพื่อลดมลภาวะเป็นพิษ  ลดภาวะโลกร้อน 

๓๔. การตั้งชมรมพิธีกร   เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนพิธีกรให้ครบทุกหมู่บ้าน  และทำงานเป็นทีม  และเป็นการพัฒนาพิธีกรใหม่ให้มีความสามารถ   โดยได้รับการช่วยเหลือจากพิธีกรเก่า   และให้ทุกตำบลตั้งชมรมพิธีกร  และพัฒนาพิธีกรให้มีความสามารถ  และนำประกาศสภาวัฒนธรรมฉบับนี้  ประชาสัมพันธ์ให้ผู้มาร่วมงานทุกครั้งได้รับทราบด้วย 

๓๕.  การสู่ขวัญ (เรียกขวัญ)   ถือว่าเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ  ควรรณรงค์ให้มีการสู่ขวัญ หรือ เรียกขวัญแบบพื้นบ้าน 

๓๖.  การเชิญโดยใช้ สวยเทียน  ถือว่าเป็นประเพณีการแจ้งข่าวการทำบุญในสมัยก่อน ๆ  นับว่าเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามผู้เชิญก็มีความภูมิใจ ประทับใจ  ที่ถือว่าเป็นการให้เกียรติอย่างสูง

ข.งานมงคล

๑. งานบรรพชา อุปสมบท

          ๑.๑  คุณสมบัติของผู้บรรพชา อุปสมบท (๑)ผู้สมัครต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง (๒) คำรับรองความประพฤติจากผู้นำชุมชน  (๓)  ใบรับรองแพทย์   (๔) ทดสอบท่องคำขอบรรพชาอุปสมบทได้ด้วยตนเองจากพระอุปัชฌาย์ก่อนจึงจะออกใบอนุญาตบรรพชา อุปสมบทให้ได้  (๕) ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติครบตามระเบียบมหาเถรสมาคม ในเรื่องการสมัครและการรับรองทุกประการ

         ๑.๒  การบรรพชา อุปสมบท    การบรรพชา อุปสมบทให้อยู่ในช่วงระหว่างเวลา  ๐๖.๐๐-๑๕.๐๐ น.  นาคต้องเดินเองรอบโบสถ์ ไม่มีการขี่คอรอบโบสถ์

         ๑.๓ การจัดงานบรรพชา อุปสมบท        ไม่ควรให้มีการจัดลักษณะใหญ่โต ฟุ่มเฟือย เช่น   ไม่ควรบริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หากมีการแสดงดนตรีต้องให้นักร้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และเหมาะสม

        ๑.๔ การบรรพชา อุปสมบทหมู่  เป็นการบรรพชา อุปสมบทแบบประหยัด อย่างน้อยปีละ  ๑ ครั้ง  ให้มีการจัดงานที่วัดเพียงแห่งเดียว  ไม่มีการห้างดาจัดเลี้ยง สู่ขวัญผู้บรรพชา อุปสมบทที่บ้านอีก

๒. งานขึ้นบ้านใหม่

                เป็นงานที่ทางเจ้าภาพได้มีการเตรียมความพร้อมที่จัดงานไว้ก่อนล่วงหน้า  ส่วนใหญ่ก็จะประกอบพิธีตามฤกษ์ยาม  กำหนดเวลาที่แน่นอนไม่ได้  บางครั้งก็ตอนเช้า  บางครั้งก็ตอนก่อนเพล  ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่เจ้าภาพจะกำหนดตามความเหมาะสม โดยเน้นความประหยัด 

๓. งานแต่งงาน

                งานแต่งงาน ไม่นิยมรดน้ำสังข์  แต่ให้มีการผูกข้อมือเจ้าบ่าวเจ้าสาวแทน  สำหรับการบายศรีสู่ขวัญเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้คู่กับพิธีงานแต่งงานในอำเภอนาหมื่น  และการจัดงานแต่งงานให้เน้นความประหยัด 

๔. งานผ้าป่า

                การจัดงานผ้าป่าลักษณะที่มีการจัดเลี้ยง รำวงย้อนยุค และแจกซองทุกหมู่บ้านในอำเภอนาหมื่นควรมีการกำหนดให้จัดได้ไม่เกิน  ๓  หมู่บ้านต่อ  ๑  ตำบล  ภายในหนึ่งปี  (ยกเว้นงานผ้าป่าที่มีผู้มีจิตศรัทธานำมาถวายโดยไม่ได้แจกซองทั้งอำเภอสามารถทำได้ตลอดปี)

๕. งานทานสลากภัติ

                การจัดงานถวายสลากภัต ควรจะมีการจัดลักษณะแบบประหยัดไม่ฆ่าสัตว์ใหญ่ ควรจัดโดยยึดหลักประเพณีดังเดิม คือเน้นการทำบุญมากกว่าการกิน การเลี้ยง และ “ไม่ควรมีการร่วมทำบุญ (ฮอมซอง)”  ทั้งนี้แล้ว    แต่ความเหมาะสมของแต่ละตำบลที่ได้เสนอในเวทีของแต่ละตำบล    โดยมติของตำบลต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอนาหมื่นมีดังต่อไปนี้  

           ๕.๑ มติของตำบลบ่อแก้ว      ต้องการให้มีการห้างดาพร้อมกันทุกหมู่บ้าน  แล้วไปทำบุญถวาย ณ วัดใดวัดหนึ่ง  หมุนเวียนกั นไปแต่ละวัดในตำบลบ่อแก้ว โดยการจับฉลาก  ได้วัดใดไปทำบุญวัดนั้น  ไม่มีการฮอม  และศรัทธาวัดอื่นมีการห้างดาที่วัดนั้น เสร็จแล้วนำกัณฑ์แห่ไปร่วมถวายวัดที่จับฉลากได้   ให้ทดลองทำดู ๔ ปี   ใครจะทำบุญ จะมีหรือไม่มีก๋วยสลากก็ได้ ใช้รูปแบบของวัดพงษ์เดิม  ให้ถือว่าเป็นสลากของตำบลบ่อแก้วทุกคนเป็นเจ้าภาพร่วมกันทั้งตำบล   สภาวัฒนธรรมตำบล - หมู่บ้านจะดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นให้ได้  ให้ทุกฝ่ายไดมีได้มีส่วนร่วมช่วยกันประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ  (ที่ประชุมหัวหน้าส่วน /ที่ประชุมกำนันผู้ใหญ่บ้าน /ประชาสัมพันธ์ทางสถานีวิทยุ/องค์กรปกคองส่วนท้องถิ่น )   และให้เปลี่ยนคำว่า  “กิ๋นสลาก”  เปลี่ยนเป็น “ตานสลาก”  เพราะให้ทุกคนได้ทำทานมากกว่ากินแบบฟุ่มเฟือย ให้แต่ละวัดไปพูดคุยกับศรัทธาแต่ละวัด หรือแต่ละบ้านก่อน  หากทุกวัดเห็นด้วย ก็มารวมกันถือเป็นประชามติ    เมื่อก่อนวัดบ่อแก้ว มีการจัดกิจกรรมวนเวียนกันมาโดยตลอด คือ  กฐิน   สลาก   ผ้าป่า  ตั้งธรรม  ทำอย่างใดอย่างหนึ่ง  แต่ปัจจุบันดำเนินการเฉพาะงานประเพณีแปดเป็งมาโดยตลอด   ไม่อยากให้มีการต่อต้านกันในเวลานี้   อยากให้มีการทดลองทำดูก่อน   เส้นสลากควรออก ๑๐ โมงเช้า พระสงฆ์และผู้มาร่วมงานกินอาหารในก๋วยสลาก (ก๋วยสลากต้องจัดทำใส่อาหารให้พอเพียงกับคนที่จะทานได้  ๑ คน)

         ๕.๒ มติของตำบลนาทะนุง   ไม่ต้องการให้มีการทานสลากภัติแบบเก่า ที่มีการดื่มสุรา กินเลี้ยงสังสรรค์ฟุ่มเฟือย  และมีการทำบุญน้อย    โดยต้องการรูปแบบทานสลากภัติรูปแบบใหม่ที่เน้นการประหยัด  และได้บุญกุศลมากขึ้น     โดยสภาวัฒนธรรมตำบลนาทะนุงจะหาแนวทางรูปแบบที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

           ๕.๓ มติของตำบลปิงหลวง   ต้องการให้มีการห้างดาทุกวัดในวัน ๑๒ เป็ง (เหนือ)  วัดศรัทธาใดก็ทำบุญทานสลากวัดนั้นให้ถือเป็นประเพณีทุกปี ไม่มีการฮอม แต่วัดใดไม่พร้อมที่จะกินสลากพร้อมกันก็ไม่มีการกินการจัดก็ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าจะทำอย่างไรให้ประหยัด ไม่มีการกินเลี้ยงสังสรรค์ ฆ่าสัตว์ใหญ่  และเป็นไปตามประเพณีวัฒนธรรมที่มาแต่โบราณให้มากที่สุด   และการทานสลากภัตให้ทานก่อนเที่ยงเพื่อจะได้ใช้ก๋วยสลากเป็นภัตตาหารของพระภิกษุสงฆ์และผู้มาร่วมทำบุญ และให้ศรัทธาแต่ละวัดไปหาข้อตกลงร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง  และสภาวัฒนธรรมตำบลปิงหลวงจะมีการปรึกษาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง

           ๕.๔ มติของตำบลเมืองลี   ต้องการให้มีการทานสลากภัติปีละ  ๑ วัด โดยทุกคนไปทำบุญที่วัด งบประมาณองค์การบริหารส่วนตำบล  ควรให้การสนับสนุน  มีการห้างดาและฮอมบุญที่คุ้ม ตานเป็นคุ้ม   ไม่มีการฮอมที่บ้าน  การต้อนรับผู้มาร่วมทำบุญที่คุ้ม  (การทานสลากให้ทานก่อนเที่ยง สามารถเป็นอาหารได้  จะทำอย่างไรให้เส้นสลากออกเร็วขึ้น  ไม่ให้มีการตานตอนหลังเที่ยง)  มีขบวนแห่จากแต่ละคุ้ม / หมู่บ้านละ  ๑  คุ้ม   และสภาวัฒนธรรมตำบลเมืองลีจะมีการปรึกษาหารือกันอีกครั้งหนึ่ง 

๖. งานฉลอง

                เป็นงานที่มีไม่บ่อยนัก แต่เป็นงานที่ใหญ่มีผลกระทบและเกี่ยวข้องกับคนเป็นจำนวนมาก  ระยะเวลาที่จัดงานอย่างน้อยก็ ๓ วัน   ควรจะจัดให้มีความประหยัด  และเป็นไปตามประเพณีวัฒนธรรม ที่ดีงาม  โดยคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชุมชนนั้น ๆ ว่ามีความพร้อมเพียงใดหรือไม่  ทั้งนี้มหาเถรสมาคม ได้แจ้งกำหนดเกี่ยวกับ เรื่องการจัดงานวัดตามระเบียบเถรสมาคมว่าด้วยการจัดงานวัด พ.ศ. ๒๕๓๗ และได้มีคำสั่ง ตามข้อ ๗ การจัดงานวัดทุกประเภท ห้ามมิให้มีดังนี้

(๑)       ห้ามมีการแสดงใด ๆ อันเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธ พระธรรม  หรือ พระสงฆ์

(๒)     ห้ามมีการพนัน และการหารายได้โดยวิธีเสี่ยงโชคเลียนแบบการพนัน

(๓)       ห้ามมีการเต้นรำ รำวง และการแสดงภาพนิ่ง หรือภาพยนตร์ลามกอนาจาร

(๔)      ห้ามมีการแสดงระบำหรือการแสดงอย่างอื่น ที่เป็นการยั่วยุกามารมณ์

(๕)      ห้ามมีการแข่งขันมวย การทรมานสัตว์ เช่น กัดปลา ชนไก่ ชนโค เป็นต้น

(๖)      ห้ามมีการจำหน่ายสุราเมรัย และการเลี้ยงสุราเมรัย

(๗)     ห้ามมีการประกวดสาวงาม และการแสดงการแต่งกายที่ขัดต่อศีลธรรม และวัฒนธรรม

๗. งานวันเกิด

              การจัดงานวันเกิดจะมีปัญหาเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์  และบางครอบครัวพ่อแม่ส่งเสริมให้มีการจัดงานเลี้ยงโดยซื้อเครื่องดื่มจำพวกสุรา เบียร์ให้  และเชิญเพื่อน ๆ ดื่มกินกัน  ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการส่งเสริมให้เด็กมีนิสัยรักการดื่มสุรา  หรือสารเสพติดอย่างอื่น    และเด็ก เยาวชนเหล่านั้น  เมื่ออยู่ในอาการมึนเมา   อาจก่อปัญหาเรื่องเพศสัมพันธ์  หรือปัญหาสังคมอื่น ๆ   ได้     แท้ที่จริงแล้วการจัดงานวันเกิดเป็นสังคมของชาติตะวันตกครอบครัวและพ่อแม่  ควรสั่งสอน อบรม ให้เด็กได้ตระหนักว่า  วันเกิดเราเป็นวันที่แม่เราเจ็บปวดในการคลอดลูกมากที่สุด  เราควรจะให้ของขวัญ หรือการกระทำความดีให้คุณแม่ชื่นใจ  หรือไปทำบุญทำกุศลจะดีกว่า 

 

ค. นโยบายสาธารณะที่เกี่ยวกับการดื่มสุรา และสูบบุหรี่

          อำเภอนาหมื่นได้มีการประกาศนโยบายสาธารณะที่เกี่ยวกับการดื่มสุราและสูบบุหรี่ร่วมกันไว้ดังนี้

             ๑.   วัด ปลอดสุราและบุหรี่

๒.  โรงเรียน ปลอดสุราและบุหรี่

๓.  องค์กร สำนักงาน  ปลอดสุราและบุหรี่

๔.  งานกีฬา  ปลอดสุราและบุหรี่

๕.  งานศพปลอดสุรา และบุหรี่

๖.  งานบรรพชาอุปสมบทภาคฤดูร้อนฯ  ปลอดเหล้าและบุหรี่ 

ง. การจัดเลี้ยงอาหารในงานมงคล งานอวมงคล งานประเพณีและงานสาธารณะทั่วไป 

                                            อำเภอนาหมื่นได้มีการประกาศเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารในงานมงคล งานอวมงคล งานประเพณีและงานสาธารณะทั่วไป  โดยให้เจ้าภาพและสารวัตรอาหารปฏิบัติดังนี้ 
             ๑  บันทึกแบบฟอร์มในการจัดทำอาหารแต่ละมื้อตลอดงานให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบและถือปฏิบัติร่วมกัน
             ๒. หมู่บ้านจะไม่นำอาหารประเภทเนื้อสัตว์สุก ๆ ดิบ ๆ ขึ้นโต๊ะเลี้ยงแขกที่มาร่วมงาน
             ๓. หมู่บ้านจัดบุคคล สถานที่ประกอบอาหาร ตามหลักสุขาภิบาลอาหารในงานประเพณีและงานสาธารณะประกอบด้วย
                   ๓.๑  มีป้ายสถานที่ประกอบอาหาร
                   ๓.๒  ผู้เข้าร่วมประกอบอาหารต้องสวมหมวก ผ้ากันเปื้อน ล้างมือให้สะอาด
                   ๓.๓  มีแสลม (สะ- แลม) หรือสิ่งอื่น ๆ กันเป็นเขตประกอบอาหาร
                   ๓.๔ มีโต๊ะประกอบอาหารยกสูงจากพื้นดินไม่น้อยกว่า ๖๐ เซนติเมตร
                   ๓.๕ มีชั้นวางอุปกรณ์เครื่องครัว
                   ๓.๖  มีหลังคาหรือเต้นท์มุง
                   ๓.๗ บุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่อนุญาตเข้าในเขตประกอบอาหาร

           ๔.  หมู่บ้านจะใช้อาหาร เครื่องปรุงรส และส่วนประกอบของอาหาร โดยยึดหลักผักพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง และเป็นพืชผักที่ปลอดสารพิษ
           ๕. หมู่บ้านจะใช้วัสดุ อุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เป็นวัสดุธรรมชาติเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อมและภาวะโลกร้อน

             สภาวัฒนธรรมอำเภอนาหมื่น  ขอประกาศมาเพื่อถือเป็นแนวทางปฏิบัติตามข้อตกลงร่วมกันในการจัดเวทีเสวนาครั้งหลังสุดเมื่อวันที่  ๙ มิถุนายน ๒๕๕๒  และขอให้ทุกตำบล ทุกหมู่บ้านในพื้นที่อำเภอนาหมื่นได้นำไปปฏิบัติให้เป็นรูปแบบเดียวกัน  หากมีปัญหา หรือข้อผิดพลาดในการนำไปปฏิบัติ  ขอให้นำแจ้งให้สภาวัฒนธรรมอำเภอนาหมื่นทราบ  เพื่อที่สภาวัฒนธรรมอำเภอจะได้นำเข้าพิจารณาในการประชุมเสวนาครั้งต่อไป และปรับเปลี่ยนให้ถูกต้อง เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

              จึงประกาศมาเพื่อทราบทั่วกัน 

ประกาศ      ณ    วันที่      ๙   มิถุนายน     พ.ศ.      ๒๕๕๒

       นิคม  ใจทา               

(นายนิคม ใจทา)

ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอนาหมื่น

 

 

 

ภาคผนวก

ลำดับขั้นตอนการทำบุญในวันพระ

๑.      ประธานจุดธูปเทียนบูชาพระรัตตนตรัย

๒.    กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยพร้อมกัน

๓.    กล่าวคำอาราธนาศีล

๔.    พระสงฆ์สวดถวายพรพระ

๕.    มัคนายกกล่าวคำสูมาข้าวบาตร

๖.    กล่าวคำถวายข้าวพระพุทธ

๗.   กล่าวคำถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์

๘.   ประเคนเครื่องสังฆทาน

๙.   พระสงฆ์กล่าวสัมโมทนียกถา, อนุโมทนา

๑๐.  นั่งสมาธิ, แผ่เมตตา

๑๑.  สูมาแก้วตั้งสาม

๑๒. กราบพระ, ลาพระ  เป็นเสร็จพิธี

 

 

กล่าวคำบูชาพระรัตนตรัย

(ตั้งนะโม  ๓ จบ พร้อมกัน)

อิมินา  สักกาเรนะ  พุทธัง    อะภิปูชยามะ

อิมินา  สักกาเรนะ   ธัมมัง    อะภิปูชยามะ

อิมินา  สักกาเรนะ   สังฆัง    อะภิปูชยามะ

 

คำนมัสการพระรัตนตรัย

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ  ภะคะวา   พุทธัง  ภะคะวันตัง  อะภิวาเทมิ  ( กราบ ๑ ครั้ง )

สวากขาโต  ภะคะวะตาธัมโม           ธัมมัง  นะมัสสามิ  ( กราบ ๑ ครั้ง )

สุปะฎิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ        สังฆัง  นะมามิ  ( กราบ ๑ ครั้ง )

 

คำอาราธนาศีล 5

   มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง   รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ  สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ

ทุติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  วิสุง  วิสุง   รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ   สะหะ ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ

ตะติยัมปิ  มะยัง  ภันเต  วิสุง วิสุง  รักขะณัตถายะ  ติสะระเณนะ   สะหะ  ปัญจะ  สีลานิ  ยาจามะ

 

พระสงฆ์สวดถวายพรพระ

อิติปิโส,  พาหุง,  มหาการุนิโก,  ภะวะตุสัพ

 

คำสูมาข้าวบาตร

อะหัง วันทามิ สัพพะวัตถุทานัง ...........................................สัพพัง โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต๋

สาธุ โอก๋าสะ  ข้าแด่สัปป๊ะเยื่องเครื่องครัวทาน สะหะปะริวารหลายหลาก พร้อมตุ๊กภาคนานา อันศรัทธาผู้ข้าตังหลาย ได้ขงขวายมาตกแต่ง สัปป๊ะแห่งตานา อันหามาได้โดยชอบ ผะกอบด้วยเจ๋ตนายามเมื่อดาแต่งห้าง กึ๊ดร่ำสร้างของตาน บ่อได้แบ่งปั๋นหยุดหย่อน หลอนได้กิ๋นก่อนตานลูน บ่อได้ป๋องปุ๋นเป็นส่วน หลอนได้ด่วนหยุบเอา ยามเมื่อมัวเมาตกแต่ง ได้คู้เหยียดแค่งเตียวกล๋าย ของตานตังหลายตกต่ำ ได้ข้ามย่ำติเตี๋ยน ได้เจี๋ยรจ๋ากำบ่อชอบ ของตานตกต่ำยอบก๋วนก๋า หล้างเตื่อมัวเมาแหนบห่อ บ่อตันได้ผ่อขัดสี หล้างเตื่อได้เดือดด่าตี๋เด็กอ่อน เข้าจ่างอืดอ้อนก๋วนกิ๋น หูได้ยินออกปาก เป็นกำหากรุนแรง ได้จ๋าแข็งขนาบ กำร้ายหยาบปาโล มีโมโหขิ้วโขด ผู้ข้าก็รู้ว่าเป๋นโตษเวรก๋รรม บ่อได้คบยำเดือดด่าออกปากว่าโหงนหงาน หล้างเตื่อลูกหลานมาใกล้ ได้ขับไล่จ๋ำหนี กลั๋วเป๋นวจี๋กำปาก  กลั๋วเป๋นบาปแป๋นก๋รรม หลอนได้กระทำฟ้าวฟั่งนอนยืนนั่งข้ามกล๋าย เหื่อไคลน้ำลายตกใส่ เส้นผมน้อยใหญ่ ตกหล่นใส่ของตาน หล้างเตื่อช่วยล้างจ๋านถ้วยถาด บ่อปอสะอาดหมดใส หลงลืมไปปั้งป๊าด ด้วยความประมาทลาสา กลั๋วเป๋นภัยยาโตษใหญ่ จิ่งตกแต่งได้นำมา ยังบุปผาดวงดอกข้าวตอดพร้อมเตียนไฟ น้ำสุกันโธทะกะใสจื่นจ๊อย ผู้ข้าน้อยขอสมมา สัปป๊ะปะริวาราหลายเยื่อง อันเป๋นเครื่องของตาน ขอเครื่องวิเสสะนะทานเจ้าโผดหื้อหาย กล๋ายเป๋นอโหสิก๋รรม อย่าหื้อเป๋นนิรรณ์ธรรมก๋รรมไปปายหน้า แก่ศรัทธาผู้ข้าตั้งหลายจุ๊ผู้จุ๊คน จุ๊น้อยใหญ่จายหญิง นั้นจุ่งจักมีเตื่องแต้ดีหรี

                ก๋ายะทวาเร วะจี๋ทวาเร มะโนทวาเร สัญจิจจะ อสัญจิจจะ อะตี๋ตะโทสัง อะนาคะตะโทสัง ปัจจุปปันนะโทสัง สัพพังโทสัง ขะมันตุโน

คำถวายข้าวพระพุทธ

( ตั้งนะโม ๓ จบ พร้อมกั๋น)

อิมัง สูปะพะยัญชะนะ, สัมปันนัง,  สาลีนัง, โภชะนัง , อุทะกัง, วะรัง ,พุทธัสสะ  ปูเชมะ

                  

คำถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์

                  อิมานิ  มะยัง  ภันเต, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ภิกขุสังฆัสสะ,โอโณชะยามะ, สาธุ โน ภันเต,

ภิกขุสังโฆ, อิมานิ, ภัตตานิ, สะปะริวารานิ, ปะฎิคคัณหาตุ , อัมหากัง, ทีฆะรัตตัง. หิตายะ,สุขายะ

                   ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขอน้อมถวาย  ภัตตาหารกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้   แด่พระภิกษุสงฆ์ ขอพระภิกษุสงฆ์จงรับ  ภัตตาหารกับทั้งบริวารทั้งหลายเหล่านี้   ของข้าพเจ้าทั้งหลาย  เพื่อประโยชน์และความสุข  แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายตลอดสิ้นกาลนาน เทอญฯ

 

คำแผ่เมตตา

สัพเพ  สัตตา,                       สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์, เกิดแก่เจ็บตาย,ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น.

อะเวรา,                  จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด, อย่าได้มีเวรแก่กันและกันเลย

อัพพะยาปัชฌา,   จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด,อย่าได้พยาบาทเบียดเบียนซึ่งกันและกันเลย.

อะนีฆา,                                 จงเป็นสุข เป็นสุขเถิด, อย่าได้มีความทุกข์กายทุกข์ใจเลย

สุขี อัตตานัง  ปะริหะรันตุ,                จงมีความสุขรักษาตน, ให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งหมดทั้งสิ้นเถิด

ยังกิญจิ กุสะลัง กรรมมัง, กรรมใดที่เป็นกุศล, อันใดอันหนึ่งที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วนี้, จงเป็นส่วนแด่ท่าน, ผู้ที่มีคุณทั้งหลาย, มีมารดาบิดาเป็นต้น, ตลอดจนถึงสัตว์เหล่าอื่น, ซึ่งเป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น, ขอให้ท่านทั้งหลายจงได้รับซึ่งส่วนกุศล, ที่ข้าพเจ้าอุทิศถึงนี้ด้วยเถิด

                ข้าพเจ้าขอตั้งสัจจะอธิษฐาน  ขออานุภาพแห่งบุญกุศล  ที่ข้าพเจ้าได้กระทำแล้วนี้  จงเป็นพลวะปัจจัย  เป็นนิสัยตามส่ง  ให้เกิดปัญญาญาณ  ทั้งชาตินี้และชาติหน้า  ตลอดชาติอย่างยิ่งจนถึงความพ้นทุกข์  คือพระนิพพานเทอญ ฯ

คำสูมาแก้วตั้ง ๓

                สาธุ สาธุ โอก๋าสะ  ข้าแด่พระติถะไหลระตะนะผ่านแผ้ว พระแก้ว ๓ ประก๋าร ในทีฆาก๋าละบัดนี้ มูละศรัทธาผู้ข้าตั้งหลาย ได้พร้อมใจ๋กันมารับศีลและถวายทาน ก็สำเร็จเสร็จก๋าลมวลเมี้ยนแล้ว ผู้ข้าก็จักคลาดแคล้วคืนสู่เคหา ผู้ข้าจึงได้ตกแต่งยังบุปผาลาจาดวงดอก ข้าวตอดดอกไม้ธูปเทียน มาจ๋ำเนียรเหนือขัน แบ่งเป๋นสามโกฐากส์ ส่วนปฐมะวิภาคเบื้องต้นหัวตี ผู้ข้าตังหลายจักมาขอสมมา ยังพระมุนีต้นเป๋นเจ้า เป๋นเก้าเหง้าแห่งองค์ตาน ส่วนทุติยะวารโกฐากส์ วิภาคอันถ้วนสอง ผู้ข้าได้ป๋องแต่งไว้ยกยื่นไหว้ทูนสา เพื่อจักมาขอสมมา ยังพระธรรมอันหอมหื่น อันได้แปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ ส่วนตะติยะโกฐากส์ วิภาคอันถ้วนสาม ก็มีบุปผาลาจางามบ่อเส้า เพื่อจักมาขอสมมายังพระสังฆะเจ้ามากมีมวล หล้างเตื่อผู้ข้าได้ผิดผวน ด้วยกาย วะจี มะโน ได้ผิดพลั้งจิตใจ๋บ่อตั้งหมั้นหากผิดไปสังขารวัยมากหมิ่นสั้น จิตใจ๋สอดดั้นบ่อตันฮุน เพราะก๋ารทำบุญก็เป๋นก๋ารยาก ขอพระเจ้าแก้วสามโกฐากส์ จุ่งคะรุละหุโทสามวลมาก ผู้ข้าน้อยอาจหากกลั๋วมี ผู้ข้าตังหลายอภิวันทีกราบก่ายเกล้า ขอสมมายังพระเจ้าแก้วจุองค์ ๆ หล่างเตื่อมีใจ๋หลงพลั้งพลาด ได้คิดถึงฆราวาสและเคหา หลอนได้ปากจ๋าอู้อวด คำเล่นสวดปาโล ก็นับเป๋นก๋ารปมาโทประมาท ขอพระเจ้าแก้วตั้งสามโกฐากส์โผดผาณี หล้างเตื่อได้สูบปูรีและเมี้ยงหมาก ถ่มน้ำลายขากตกลงในเขตระตะนะโขงวันวิเศษ ก็นับเข้าห้องเหตุปมาโท หล้างเตื่อวะจี๋ปากได้เผลอกล่าวคำหยาบช้าบ่อสมบากหน้ามาทำบุญ ผู้ข้ายอมือทุนใส่เกล้า จุหนุ่มเฒ่ากู่ญิงจาย หล้างเตื่อได้กล่าวคำอุบาย เป๋นลวงลายม่ายจู้ นับแต่ฟู่อู้บ่อยำเกร๋ง  บ่อได้นึกเลงถึงบาป ผู้ข้ายกมือกราบขอสมมา หล้างเตื่อได้กล่าวมุสาพลางร่ายเล่น ใจ๋ตื่นเต้นกล๋างประชุมชน ในเวลาจักทำบุญกุศลอันใหญ่ ก๋ายะวะจี๋มะโนไป่ตันหลอน จิตใจ๋จ๋รแตกตื่น เรื่องราวอื่น ๆ มาอู้กั๋น ต่อหน้าพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์เจ้า ผู้ข้านี้เล่าขอสมมา ขออย่าได้เป๋นโทษโทสาใหญ่ไปขว้างไขว่มัคคาทาง นิวรณ์วางโต๋ษต้อง ขอกลับกล๋ายเป๋นห้องอโหสิก๋รรม ขอลดโตษญิงจายน้อยใหญ่ แก่เฒ่าจุ๊คน ๆ นั้นจุ่งจักมีเตื่องแต่ดีหลี ฯ

                ก๋ายะทวาเร วะจี๋ทวาเร มะโนทวาเร สัญจิจจะ อสัญจิจจะ อะตี๋ตะโทสัง อะนาคะตะโทสัง ปัจจุปปันนะโทสัง สัพพังโทสัง ขะมันตุโน

กราบพระ

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ  ภะคะวา   พุทธัง  ภะคะวันตัง  อะภิวาเทมิ  ( กราบ ๑ ครั้ง )

สวากขาโต  ภะคะวะตาธัมโม           ธัมมัง  นะมัสสามิ  ( กราบ ๑ ครั้ง )

สุปะฎิปันโน  ภะคะวะโต  สาวะกะสังโฆ        สังฆัง  นะมามิ  ( กราบ ๑ ครั้ง )

คำลาพระกลับบ้าน

กล่าวพร้อมกัน                    หันทะทานิ, มะยัง ภันเต๋, คัจฉามะ, พะหุกิจจา มะยัง, พะหุกะระณียา

พระสงฆ์ตอบว่า                  ยัสสะ ทานิ ตุมเห กาลัง มัญญะถะ

รับพร้อมกันว่า                     สาธุ ภันเต  แล้วกราบลง ๓ ครั้ง  เป็นเสร็จพิธี

คำสูมาแก้วตั้ง ๓  
(แบบ ๒)

โยสันทิถิโนวะระโพธิยามูลเลนะมาลังสะเสนังมะหันจิงวิไจโย สัมโพธิมักกันจิงวะอะตั๋นญาละโนโลกุตตะโม พุทธัง ตั๋งปั๋นนามามิ ธัมมังตั๋งปั๋นนามามิ สังฆัง ตั๋งปั๋นนามามิ  สาธุอะจะโยโนเมภันเต๋ อะจะกั๋มมังยะถาปาเรยะถามูลละเห ยะถาอะกุสสะเล เยวะมะยังพุทธะ ธัมมะ สังฆะ เต๋ สุตินเน สุจะวิวาระโหอะติเต๋วา ปัจจุปั๋นเนวา กายะกั๋มมัง วะจี๋กั๋มมัง  มะโนกั๋มมัง  สันจิจะ  อะสันจิจะ อะติตะตุปัจจุปั๋นนะโตสัง  ขะมันตุโน  จะยะโต๋ปะมาตะกั๋มมัง  อะโหสิกั๋มมัง  นัตถิวิปากั๋ง  สาสะกะจะกุรุกาละวะกั๋มมัง  อัมหากั๋ง  ทีฆารัตตั๋ง  หิตายะ  สุขายะยาวะนิพปานะ  ปัจจะโย  โหนตุโน

 

(ตัวอย่าง)

ขั้นตอนการสวดพระอภิธรรม  (ของพิธีกร)

                ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านครับ ขณะนี้พระคุณท่านได้มานั่งอาสนะนี้พร้อมทุกรูปแล้ว     ขอเชิญลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ....................................... มาพร้อม  ณ  ที่นี้

                ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านหาที่นั่งตามอัธยาศัยในเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วจะได้นำพาทุกท่านเข้าสู่พิธีการทางศาสนาต่อไป

                ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านครับขณะนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วการสวดพระอภิธรรมของค่ำคืนนี้ ทางเจ้าภาพขอได้รับเกียรติ จาก................................. ประธานในพิธีได้มาจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย     
ขอกราบเรียนเชิญครับผม  ขอเชิญทุกท่านพนมมือ 

ลำดับต่อไปกล่าวคำบูชาพระรัตนตรัยพร้อมกัน (มะโน ๓ จบ)

                อิมินา...........................................................................................................                    ลำดับต่อไป ขอเชิญทุกท่านตั้งใจสมาทานเบญจศีลพร้อมกัน  ว่า   “มะยังภันเตวิสุงวิสุง...........................................”  (ต่อไปหน้าที่ของพระสงฆ์สวดจนจบ)

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ      ขณะนี้พระคุณท่านสวดพระอภิธรรมจบลงไปแล้ว

ลำดับต่อไป จะได้ทอดผ้าบังสุกุลเพื่ออุทิศส่วนบุญกุศลไปหา................................                    การทอดผ้าบังสุกุลของค่ำคืนนี้ เจ้าภาพจัดผ้าบังสุกุลไว้..........................ชุด................ผืน    ฉะนั้นขอได้รับเกียรติจากท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้ ..............ท่าน ซึ่งได้มาเป็นตัวแทนแก่ท่านผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานคืนนี้..........................ขอได้รับเกียรติจาก.............................................

                ขอกราบนิมนต์พระคุณท่านพิจารณาผ้าบังสุกุล  ขอกราบนิมนต์ครับ    

ลำดับต่อไปจะได้ถวายจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ขอเชิญเจ้าภาพพิเศษ..........ครอบครัว                          

ต่อไปเจ้าภาพขอรับเกียรติจาก.........................................................................................

ลำดับต่อไปเจ้าภาพเตรียมน้ำหยาด  ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติทุกท่านน้อมรับพรจากพระสงฆ์ ขอพระสงฆ์อนุโมทนา ครับผม

                ก่อนกราบพระลาพระ ขอเชิญเจ้าภาพมาพบปะท่านผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานและเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมของค่ำคืนนี้

 กราบนมัสการพระคุณท่านทุกรูปที่เคารพอย่างสูง

เรียน.................................ประธานในพิธี  สวัสดีท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่าน

ข้าพเจ้าพร้อมลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ..........................................................ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง  ที่ท่านได้มาร่วมทำบุญและเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมคืนนี้  การทักทายปราศรัย การต้อนรับขับสู้ไม่ทั่วไม่ถึง   มีการขาดตก บกพร่อง ไปทางเจ้าภาพทุกคนขอกราบประธานอภัยเพราะต่างคนต่างอัดอั้นตันใจ

                สุดท้ายทางลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ.....................................................

ขออ้างอิงเอาคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศลที่ทุกท่านได้กระทำคืนนี้จงคุ้มครองและรักษาทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกท่านทุกคน สวัสดีครับ

ลำดับต่อไป กราบพระพร้อมกันเสร็จพิธีทางศาสนา

 

การฌาปนกิจศพ ตอนทำพิธีในป่าช้า

กราบนมัสการพระคุณท่านทุกรูปที่เคารพอย่างสูง

เรียน..........................................................ประธานในพิธี

                สวัสดีท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ ขณะนี้พระคุณท่านพร้อมกับท่านผู้มีเกียรติและลูกหลานได้นำศพของ(ชื่อผู้ถึงแก่กรรม)....................มาถึงฌาปนสถานนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอเชิญท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านหาที่นั่งตามอัธยาศัย ในเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วจะได้นำพาทุกท่านเข้าสู่พิธีการทางศาสนาต่อไป

                ขณะนี้เจ้าหน้าที่และลูกหลานกำลังตกแต่งเชิงตะกอนอยู่ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านครับ  ขณะนี้ทุกอย่างพร้อมแล้วขอเชิญทุกท่านตั้งใจสมาทานเบญจศีลพร้อมกัน(มะยังภันเต) (ต่อไปหน้าที่ของพระสงฆ์) ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านครับขณะนี้พระคุณท่านได้สวดมาติกาจบลงไปแล้ว

ลำดับต่อไปจะได้ทอดผ้าบังสุกุล  เพื่ออุทิศส่วนกุศลไปหา.......................................งานฌาปนกิจศพของ.........................ในวันนี้เจ้าภาพจัดผ้าบังสุกุลไว้จำนวน  ๓  ชุด  ทอดผ้าบังสุกุลชุดที่ ๑  รอบที่ ๑  ขอได้รับเกียรติจากท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้..............................ท่าน  ทอดผ้าบังสุกุลชุดที่  ๑  รอบที่ ๒  ขอได้รับเกียรติจากท่านผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้........ท่าน เจ้าภาพขอขอบพระคุณทุกท่านที่มาร่วมทอดผ้าบังสุกุลครับผม 

ขอกราบอาราธนาพระคุณท่านพิจารณาผ้าบังสุกุลครับผม 

ลำดับต่อไป  จะได้ทอดผ้าบังสุกุลชุดที่ ๒   ผ้าไตรบังสุกุล

ขอได้รับเกียรติจาก...............................................

ขอกราบนิมนต์ท่านพระ................................พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล ขอกราบนิมนต์ครับผม

ลำดับต่อไป จะได้ทอดผ้าบังสุกุลชุดที่ ๓    ผ้าไตรมหาบังสุกุล

ขอได้รับเกียรติจาก...........................ประธานในพิธีทอดผ้าไตรมหาบังสุกุลครับผม

ก่อนที่จะน้อมรับพรจากพระสงฆ์ เจ้าภาพได้จัดสรรเงินส่วนหนึ่งเพี่อนำไปบำรุงและจัดซื้อจัดหาบางสิ่งบางอย่าง ของหน่ายงานต่าง ๆ เช่น กลุ่มแม่บ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล ทั้งหมดมี.............รายการ 

คือ  ๑. กลุ่มแม่บ้าน....................๒. โรงเรียน.................................................................. โดยเจ้าภาพได้มอบให้หน่วยงานนั้น ๆ ที่บ้านเรียบร้อยแล้ว  

ลำดับต่อไปเจ้าภาพจัดเตรียมน้ำหยาด และขอเชิญท่านผู้มีเกียรติน้อมรับพรจากพระสงฆ์ 

ลำดับต่อไป  ขอให้ญาติและลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ.....................ไปร่วมกันหน้าเชิงตะกอนอุตะรวัตร 

๓  รอบแล้ว   ยืนอยู่จุดใดจุดหนึ่งหันหน้าไปยังท่านผู้มีเกียรติแล้วจัดตัวแทนไป ๑ คน  มาพบปะและกล่าวขอบคุณท่านผู้มีเกียรติที่มาร่วมงาน

 

(ตัวอย่าง)

คำกล่าวขอบคุณ  (แบบที่ ๑)

กราบนมัสการพระคุณท่าน ทุกรูปที่เคารพอย่างสูง

เรียน..........................................................ประธานในพิธี

                 กราบสวัสดีท่านผู้มีเกียรติที่เคารพรักทุกท่านคณะลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ...........................................ขอขอบคุณทุกท่านที่ได้มาร่วมทำบุญฌาปนกิจศพของ........................................ในวันนี้ ทุกสาระทิศมากหน้าหลายตา ทำให้ลูกๆหลานๆ และพี่น้องเครือญาติของ........................................
มีความรู้สึกยินดีและจะจดจำตลอดไป  ขอขอบคุณรถทุกคันที่ต่างสัมภาระต่าง ๆ ในงานฌาปนกิจศพของ...........................ทุกท่านที่มาร่วมในงานวันนี้ก็ดี  หลายวันที่ผ่านมาก็ดีการทักทายปราศรัยการต้อนรับขับสู้การพูดการจาไม่ทั่วไม่ถึง มีการขาดตก บกพร่องไป ทางลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ................................ก็ขอกราบประธานอภัยเพราะต่างคนต่างอัดอั้นตันใจ แต่ได้รับแรงกายแรงใจจากพ่อบ้าน แม่บ้านและบ้านใกล้เรือนเคียงและพี่น้องต่างบ้านหลายคนที่มาต้อนรับขับสู้ช่วยการงานตั้งแต่ต้นจนถึงวันนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีทางลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ................รับใช้นั้นกรุณาส่งข่าวคราวไป   พร้อมและยินดีรับใช้กิจกรรมนั้น ๆ

                สุดท้ายนี้คณะลูกหลานพี่น้องเครือญาติของ...................ขออ้างอิงเอาบุญกุศลทั้งหลายที่ร่วมกันทำมาในวันนี้จงคุ้มครองและรักษาทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพทุกท่านทุกคน

 

(ตัวอย่าง) 

คำกล่าวขอบคุณแขกในป่าช้า (แบบ ๒)

กราบนมัสการพระคุณท่าน ทุกรูป ที่เคารพอย่างสูง 

เรียน  ท่านประธานในพิธี  ท่าน......................................และแขกท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ  ทุกท่าน 

                    กระผมนาย......................................ในฐานะ............ของคุณ...(ชื่อถึงแก่กรรม)......................พร้อมคุณ.....(ชื่อพ่อ,แม่  หรือผู้เกี่ยวข้อง พี่ ๆ น้องๆ)  และญาติ ๆ ทุกคน  ขอขอบคุณท่านประธานและแขกผู้มีเกียรติทุก ๆ ท่าน   ที่กรุณาให้เกียรติพวกเราเป็นอย่างสูง ในการมาร่วมงานศพของคุณ.................................ในวันนี้      คุณ.................................................ได้ล้มป่วยลง.........................................................................(ตัวอย่าง คุณ ก. ได้ล้มป่วยลงมานานในโรคภาวะทางช่องท้อง คุณหมอวินิจฉัยครั้งสุดท้ายว่าท่านป่วยเป็นโรคเนื้อร้ายในตับ  คุณหมอบอกว่าสาเหตุน่าจะมาจากการดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ การรับประทานพวก ปลาดิบๆ สุกๆ ในช่วงที่คุณพ่อมีชีวิตอยู่ท่านได้ดื่มสุราและสูบบุหรี่พอสมควร  ซึ่งความจริงคุณพ่ออายุยังไม่มากนักแค่ ๖๗ ปี)  ........แต่ก็ด่วนจากไปทิ้งความอาลัย อาวรณ์ให้กับคนที่อยู่ข้างหลังเป็นอย่างมาก  จึงเป็นอุทธาหรณ์อย่างดีอันหนึ่งของลูก หลาน และบุคคลที่อยู่ข้างหลัง ที่ควรระมัดระวังไม่ตั้งอยู่ในความไม่ประมาทของเรื่องดังกล่าวต่อไป

                    การจัดงานครั้งนี้  หากมีความขาดตกบกพร่องประการใด  ทางเจ้าภาพลูกหลาน ญาติพี่น้องของ คุณ...................................... จึงขอกราบอภัยเป็นอย่างสูง  มา ณ โอกาสนี้ด้วย

                    ขอขอบคุณ พ่อบ้าน แม่บ้าน บ้าน..............................และบ้านใกล้เรือนเคียง  รวมถึงญาติ ๆ ที่เดินทางมาจาก  จังหวัด......................รถทุก ๆ คัน   ญาติผู้ใหญ่  ผู้ที่เคารพนับถือทุก ๆ ท่าน  ที่กรุณาให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดียิ่ง   ตั้งแต่คุณพ่อเสียชีวิต จนเสร็จสิ้นงานฌาปนกิจศพ ซึ่งได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี  ยังความปราบปลื้มให้กับเจ้าภาพเป็นอย่างยิ่ง

                    การช่วยเหลือ เกื้อกูล ที่ท่านทั้งหลายได้กระทำร่วมกันมาดังกล่าว จงบังเกิดเป็นบุญกุศลในครั้งนี้ทางเจ้าภาพขอให้ทุก ๆ ท่านได้มีส่วนร่วมในความดี ผลบุญ ผลกุศล เสริมส่งให้มีความสุข ความเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นไป  เจ้าภาพจะจดจำบุญคุณของทุก ๆ ท่าน  ในครั้งนี้ตลอดไป  และขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยความปลอดภัย  ขอขอบคุณมาก...

 

 

ในกระแสแห่งสังคมบริโภค (Consumeristic Society) เช่นปัจจุบันนี้ ชาวโลกต่างประสบกับปัญหาอันเนื่องมาจากการบริโภค ทั้งปัญหาทางกาย เช่น การเกิดโรคใหม่ๆ ที่มาจากการบริโภคโดยตรง และปัญหาทางใจ เช่น ความวิตกกังวล ความหวาดระแวง ความท้อแท้สิ้นหวัง ซึ่งสังคมบริโภคได้ใช้วิธีการโฆษณา ชวนเชื่อ ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อสารทุกรูปแบบ ด้วยความเชื่อเบื้องลึกที่ว่า “ความอยากของมนุษย์นั้นจะต้องได้รับการตอบสนอง” ในทำนองที่ว่ามนุษย์จะต้องสร้างสุขให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง และวิธีการที่จะสร้างสุขที่ได้ผลก็คือ การตอบสนองความอยากให้ได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความอยากเพื่อมีวัตถุมาเสพบริโภค หรือความอยากที่จะให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด  วิธีคิดในการสร้างสุขนั้น สนับสนุนความโลภ และเมื่อผู้คนต่างมีความโลภเป็นธรรมในใจ ก็จะนำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรของกันและกัน เอาตัวตนของตนเองเป็นสำคัญ มองไม่เห็นว่าผู้ที่อ่อนแอกว่าจะต้องให้ความช่วยเหลือ เกื้อกูล เอื้อเฟื้อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จึงเกิดปรากฏการณ์แห่งการทอดทิ้งกัน ปล่อยให้ผู้อ่อนแอต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดด้วยตนเอง ปรากฏการณ์ที่ชัดเจนที่เห็นได้ในโลกปัจจุบันคือ ความยากจน ความอยุติธรรมในสังคม ปัญหาสังคม เช่น ยาเสพติด โสเภณี ความรุนแรง สงคราม การทำลายสิ่งแวดล้อม ความเครียด พฤติกรรมที่เบี่ยงเบนในทางตรงกันข้าม พระพุทธศาสนามีวิธีคิดสำคัญอยู่ที่ การกำจัดทุกข์ วิธีคิดดังกล่าวนำมาซึ่งการแสวงหาทางออก หรือทางที่จะกำจัดทุกข์ ซึ่งเป็นที่มาแห่งปัญญาเพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยดี และวิธีการหรือทางออกที่ถูกต้องที่สุดก็คือทางที่จะนำไปสู่การลดความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเมื่อถึงที่สุดดังกล่าวสันติภาพอาจยอแสงในท่ามกลางแห่งกระแสนิยมในโลกปัจจุบันนี้ได้      การแสดงออกในทางปฏิบัติ ชาวพุทธอาศัยประเพณีพิธีกรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างสรรค์ไว้เป็นช่องทางแห่งการเข้าสู่วิถีที่จะนำไปสู่การลดละความโลภ ความโกรธ ความหลง เพราะในพิธีกรรมหนึ่งๆ จะประกอบไปด้วยการแสดงออกโดยการให้ (ทาน) การปฏิบัติต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ที่สร้างสรรค์ดีงาม (ศีล) และการเจริญสติระลึกถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์และการหาตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาหรือศาสนพิธีในปัจจุบัน เหลือไว้แต่เพียงรูปแบบ แต่หาสาระได้ยากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ตัวอย่างการถวายสังฆทานของชาวพุทธในปัจจุบันน่าจะเป็นเครื่องยืนยันถึงวิกฤตความรู้เชิงสาระที่อยู่เบื้องหลังของพิธีกรรมการถวายสังฆทาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเป้าหมายหลักคือการกำจัดความตระหนี่ และเป้าหมายรองคือการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ที่ขาดแคลนวัตถุมากกว่าเรา หรือแม้กระทั่งเรื่องการให้ทานโดยไม่เจาะจงผู้รับซึ่งในทางพระพุทธศาสนาถือว่ามีอานิสงส์มาก   ปัจจุบัน มีความพยายามจากคนจำนวนมากที่มีความเชื่อว่า วัฒนธรรมที่สืบทอดมาแต่บรรพบุรุษจะเป็นทางออกสำคัญของสังคมบริโภค ในการที่จะนำกลับมาทบทวนและปรับประยุกต์ ตลอดถึงสืบสานสู่ลูกหลานต่อไป การสืบสานวัฒนธรรมอย่างเข้าใจจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก มีตัวอย่างนักปราชญ์ทางพระพุทธศาสนาจำนวนไม่น้อย ที่ได้ออกมาเสนอแนะแนวทางในการปรับปรุงวัฒนธรรมในด้านพิธีกรรมให้เหมาะสมสอดคล้องกับสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ดูเหมือนว่าจะยังขาดผู้ที่เอาจริงเอาจังในการจัดการเรื่องนี้ สวนโมกขพลาราม วัดชลประทานรังสฤฏดิ์ วัดสวนแก้ว วัดญาณเวศกวัน น่าจะเป็นวัดที่ประสบความสำเร็จในความพยายามในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพิธีกรรมให้สมสมัย แต่ก็ยังดูจำกัดอยู่ในวงแคบๆเฉพาะวัดในเครือข่ายเท่านั้น ในขณะที่วัดโดยทั่วไปยังคงไม่ค่อยจะขยับสู่การเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก จะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตาม การปรับเปลี่ยนก็น่าจะเกิดขึ้นโดยเร่งด่วนเพื่อรองรับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่นับวันก็ยิ่งรุกอย่างเร็วและรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายตั้งตัวกันไม่ทัน  หากพูดถึงพิธีกรรมทางศาสนาโดยรวมแล้ว ในขณะนี้พิธีกรรมทางศาสนาหลายพิธีได้ถูกหน่วยงานองค์กรทางธุรกิจเข้ามายึดเอาไปดำเนินการแทบจะไม่เหลือแล้ว ไม่ว่าจะเป็นงานวันเกิด งานแต่งงาน หรืออีกหลายๆ งาน ซึ่งถ้าไม่ถูกยึดไปทั้งหมดก็ถูกยึดไปแล้วบางส่วน ดังนั้น ฐานที่มั่นสำคัญในเรื่องพิธีกรรมสำหรับพระสงฆ์ขณะนี้น่าจะอยู่ที่พิธีกรรมงานศพ ที่ยังไม่มีหน่วยงานหรือองค์กรใดมายึดเอาไปครอบครองอย่างเต็มรูปแบบ แม้ว่าบางส่วนของพิธี (การรับเหมาจัดอาหาร นิมนต์พระ จัดเครื่องไทยทาน เป็นต้น) จะถูกยึดไปแล้วในบางพื้นที่ล้านนา ได้ชื่อว่าเป็นภูมิภาคที่ยังคงรักษาจารีตประเพณีไว้อย่างเหนียวแน่น นอกจากจะยังคงมีวิถีปฏิบัติที่มั่งคงแน่วแน่บนแนวทางความเชื่อทางพระพุทธศาสนาแล้ว ยังมีการปรับประยุกต์ให้สอดคล้อง กับความเชื่อท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน ด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง และการปฏิบัติที่เหมาะสม แต่เมื่อกาลเวลาเปลี่ยนไป กระแสบริโภคนิยมโถมกระหน่ำท่วมทับลงมาอย่างแรงเช่นทุกวันนี้ แต่ว่าการยึดถือและวิถีปฏิบัติบางอย่างทำให้พิธีกรรมที่เคยเรียบง่ายมีสาระ กลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยากเป็นภาระไปเสียได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิธีกรรมงานศพที่ถือว่าเป็นเรื่องของความสูญเสีย ความเศร้าโศก การไม่คาดคิดเตรียมการล่วงหน้า นับวันจะยิ่งไหลไปตามกระแสจะอาจจะหันกลับมาเป็นแบบดั้งเดิมได้ยากทุกทีชมชนอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน และชุมชนบ้านดง ตำบลนายาง อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง โดยการนำของนายอิ่นแก้ว เรือนปานันท์ โดยการนำของพระปลัดอภินันท์ อภิปญฺโญ ได้ลุกขึ้นมาตั้งคำถามกับพิธีกรรมงานศพในชุมชนที่ตนเองคุ้นชินในหลายๆประเด็น เช่น ทำไมการจัดพิธีกรรมงานศพจึงต้องตั้งศพบำเพ็ญกุศลกันนานหลายๆ วัน ทำไมการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนามีความแตกต่างกัน ทำไมค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพถึงสูงมากกระทั่งเจ้าภาพถึงมีหนี้สินที่ต้องชำระอีกจำนวนมากหลังเสร็จงาน ทำไมจึงมีการเลี้ยงเหล้าสุราและเล่นการพนันในงานศพทั้งที่เป็นทางแห่งความเสื่อม (อบายมุข) ทำไมจึงมีการเล่นเครื่องเล่นที่เน้นความสนุกสนาน ทำไมจึงมีการวางผ้าบังสุกุลกันมากมายทำไม….ทำไม….และทำไม…….. …??????
                  เมื่อมีข้อสงสัย ชุมชนทั้งสองแห่งจึงคิดกระบวนการให้ได้คำตอบต่อคำถามเหล่านั้น โดยการทำให้เป็นคำถามสาธารณะมากขึ้น จากหนึ่งคน เป็นหนึ่งกลุ่ม กระทั่งเป็นข้อสงสัยที่คนในชุมชนส่วนใหญ่ต้องการคำตอบ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น…????? และคำตอบที่ได้ก็น่าสนใจเป็นยิ่งนัก!!!!!!!

ต่อคำถามว่า “ทำไมการจัดพิธีกรรมงานศพจึงต้องตั้งศพบำเพ็ญกุศลกันนานหลายๆ วัน” คำตอบที่ได้ก็คือ เป็นเพราะชุมชนมีความเชื่อกันมาแต่โบราณในเรื่องฤกษ์ยามในการประกอบกรรมพิธีงานต่างๆ ซึ่งในส่วนของพิธีกรรมงานศพก็จะมีความเชื่อว่าไม่ควรทำฌาปนกิจศพในวันต่างๆ หลายวัน ซึ่งเป็นความเชื่อที่สั่งสมกันมากจากหนึ่งแล้วเพิ่มขึ้นมาตามลำดับ และหากผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามความเชื่อหรือข้อห้ามในการประกอบพิธีกรรมดังกล่าวนั้น ก็จะเกิดอาเพศเหตุร้ายเกิดขึ้นทั้งในครอบครัวและชุมชนแห่งนั้น จึงไม่มีผู้ใดกล้าฝ่าฝืน กระทำนอกกรอบความเชื่อดังกล่าว ดังนั้นเมื่อคำนวณวันเสียที่ไม่ควรทำพิธีฌาปนกิจ ซึ่งบางครั้งไม่ตรงกันก็อาจต้องเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลนานถึง ๕ วัน ถึง ๗ วัน

ด้านเศรษฐกิจในการจัดงานศพแต่ละครั้ง ค่าใช้จ่ายในการจัดงานที่ค่อนข้างสูงเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้ของประชาชน เพราะหลายเรื่องชุมชนไม่ได้ดำเนินการเอง แต่ใช้บริการเหมาจากธุรกิจเช่นอาหาร โลงศพ เครื่องไทยทาน เป็นต้น ผสมผสานกับที่ต้องตั้งศพบำเพ็ญกุศลนานๆ โดยไม่จำเป็น ยิ่งทำให้รายจ่ายพุ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะหากเจ้าภาพเป็นประเภทหน้าใหญ่ ก็อาจถึงกับต้องกู้หนี้ยืมสินมาจัดงานศพให้สมหน้าตา

การที่มีการเลี้ยงเหล้าสุราและเล่นการพนันในงานศพ ก็เพราะความเชื่อที่จะช่วยให้มีคนอยู่ร่วมงานศพ และเป็นเพื่อนเจ้าภาพตลอดเวลา อีกทั้งเพราะมีธุรกิจการพนันที่มักจะมา(ประมูล)รับเหมาจ่ายค่าจัดงานศพให้ โดยที่เจ้าภาพจะได้ผ่อนเบาภาระของตน ในขณะที่เมื่อเจ้าภาพงานศพบางคนได้เคยไปเห็นการนำเอาเครื่องเล่นที่สนุกสนานมาเล่นในงานศพในชุมชนอื่น ก็เลยเลียนแบบนำเอามาเล่นบ้าง เพราะเข้าใจว่าเป็นเรื่องใหม่ที่น่าสนใจ และที่สุดก็คือการวางผ้าบังสุกุลที่บางแห่งใช้เวลามากเพราะมีแขกผู้มีเกียรติไปร่วมงานมาก ซึ่งก็จะต้องให้เกียรติกันให้ทั่วถึงอันเป็นการประกาศตัวตนให้ใหญ่ขึ้น ทั้งๆที่งานศพน่าจะเป็นงานจะเป็นโอกาสของความเข้าใจความจริงที่เป็นสากลแห่งโลกและชีวิต คือ ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และหาตัวตนที่แท้จริงให้ยึดถือไม่ได้

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่เป็นสาระของพิธีกรรมงานศพได้ถูกบิดเบือนและบดบังไปมาก เช่นการเรียนรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ในการประกอบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาในงานศพ จะมีคำกล่าวบูชา อาราธนา คำสวดต่างๆ รวมถึงการเทศนาธรรมเกิดขึ้นทุกขั้นตอนของพิธีกรรม ที่นับว่าเป็นกิจกรรมหลักในพิธีกรรมศพ แต่ประชาชนส่วนมาก (กว่าร้อยละ ๙๕) ไม่รู้ความหมายเนื่องจากเป็นภาษาบาลี การปฏิบัติจึงเป็นการปฏิบัติตามคำชี้นำของพระสงฆ์และมัคนายก เอาความเชื่อเรื่องบุญกุศลเป็นตัวตั้ง ทำให้ไม่เกิดกระบวนการเรียนรู้ไปสู่ปัญญาตามหลักของพระพุทธศาสนา การปฏิบัติดังกล่าวจึงเป็นเพียงการท่องจำและการกระทำสืบๆ กันมา

เมื่อชุมชนเข้าใจปัญหา และสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมงานศพเหล่านี้แล้ว ต่างก็พยายามที่จะช่วยกันแก้ไข

ชุมชนอำเภอนาหมื่นเลือกที่จะเริ่มจากการทบทวนความเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม โดยการระดมนักปราชญ์ท้องถิ่นที่มีตำราร่ำเรียนมาจากครูบาอาจารย์ที่ต่างกัน เพื่อให้มาประชุมปรึกษาหารือหาข้อยุติเกี่ยวกับการกำหนดวันเสียหรือวันที่เชื่อว่าไม่ควรทำพิธีฌาปนกิจเสียใหม่ เพื่อให้เกิดความสบายใจในการนำไปสู่การปฏิบัติต่อไป ซึ่งก็ได้ผลดีเป็นอย่างมาก มีการลดทอนวันเสียลง และนำมาสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดงาน

นอกจากนี้ ชุมชนยังได้แนวทางและรูปแบบพิธีกรรมที่เหมาะสมและเอื้อต่อกระบวนการเรียนรู้ธรรมะ ทำให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ จากเดิมค่าใช้จ่ายในงานศพเฉลี่ยประมาณ ๑๐,๐๐๐ – ๑๒,๐๐๐ บาท/วัน โดยระยะเวลาในการจัดงานศพจากเดิมใช้เวลา ๓ – ๙ วัน ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมคือค่าใช้จ่ายลดลงเหลือวันละ ๗,๐๐๐ – ๘,๐๐๐ บาท ระยะเวลาที่จัดงานศพลดลงอยู่ในช่วงเวลาประมาณ ๓ – ๕ วัน และพิธีกรรมที่จัดก็เน้นความประหยัด เรียบง่าย และถูกต้องตามประเพณี สามารถลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาประกอบพิธี และรูปแบบพิธีกรรม
ดังกล่าวได้ขยายผลไปในอีกหลายชุมชน โดยบางพื้นที่สภาวัฒนธรรมอำเภอได้นำเอาไปใช้ในระดับอำเภอ

ในขณะที่ชุมชนบ้านดงเริ่มต้นโดยการลดการเลี้ยงเหล้าในงานศพในชุมชน พร้อมทั้งชี้แจงเหตุผลให้เกิดความเข้าใจและคิดร่วมกันว่า ถ้าหากว่าผู้ตายเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว ลูกเขาจะเรียนหนังสืออย่างไร ภรรยาเขาจะไปสร้างฐานะอย่างไร ย้ำคำถามเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา เป็นข้อคิดให้ชาวบ้านได้คิดไปทำไป

วันนี้ชุมชนบ้านดง ตำบลนายาง ประกาศตัวเป็นหมู่บ้านปลอดเหล้าในงานศพร้อยเปอร์เซ็นต์ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชนที่สามารถเป็นต้นแบบของวิธีการและรูปแบบการเรียนรู้
ซึ่งมีอีกหลายๆ โครงการที่ต่อยอดวิธีคิดจากงานจัดระเบียบสังคมลดเหล้าในงานศพของหมู่บ้าน เช่นงานด้านสาธารณสุข งานด้านการป้องกันอุบัติภัยจราจร การจัดค่ายพุทธบุตรสำหรับเยาวชนเพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมในระดับตำบล เป็นต้น

นี่เป็นตัวอย่างของความพยายามของชุมชนในการสืบสานวัฒนธรรมโดยใช้ปัญญาเป็นตัวนำ เริ่มต้นการคิดสืบสานด้วยการหยิบยกเอาเรื่องพิธีกรรมงานศพเป็นเครื่องมือแห่งการเรียนรู้ ประสบการณ์ของทั้งสองชุมชนเป็นประสบการณ์ที่น่าไปศึกษาเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นจากการนำของพระสงฆ์และผู้นำที่นับถือพระพุทธศาสนา น่าจะถึงเวลาที่พระสงฆ์และองค์กรชาวพุทธจะหันมาสืบสานพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาด้วยปัญญาอย่างจริงจัง เพื่อให้พิธีกรรมยังคงคุณค่าสาระ เรียบง่าย และประหยัด ดังที่ทั้งสองชุมชนกำลังดำเนินการ ทั้งนี้ก็เพื่อความอยู่ดีของสังคมพุทธ ท่ามกลางสังคมบริโภค
ปัญหา/ที่มาของการศึกษาวิจัย : ในปี พ.ศ.2549 อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่านประกาศใช้นโยบายสาธารณะเรื่องการสูบบุหรี่ บริโภคสุรา เล่นการพนันในสถานที่สาธารณะเพื่อลดอบายมุขต่าง ๆ แต่พบว่าในพื้นที่ยังมีผู้บริโภคสุราทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพและระบบเศรษฐกิจระดับครัวเรือนและชุมชน หากไม่แก้ไขจะส่งผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้นจึงดำเนินการพัฒนานโยบายสาธารณะลดการบริโภคสุราเพื่อใช้เป็นมาตรการควบคุมการบริโภคสุราร่วมกัน
 
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาการพัฒนานโยบายสาธารณะลดการบริโภคสุรา อำเภอนาหมื่น
สถานที่ศึกษา : อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน
 
ตัวอย่างและวิธีการศึกษา : คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจงจากคณะทำงานระดับอำเภอและตำบลแกนนำชุมชนและประชาชน เก็บรวบรวมข้อมูลระหว่าง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ถึง 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2551 โดยการสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม เวทีประชาคม วิเคราะห์เนื้อหา จัดหมวดหมู่และหาความสัมพันธ์ของข้อมูลตามทฤษฎีการใช้นโยบายสาธารณะ
 
ผลการศึกษา : การพัฒนานโยบายสาธารณะลดการบริโภคสุรามีคณะทำงาน 2 ระดับ คือระดับอำเภอและระดับตำบล ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้นำชุมชน พระ ครู อาสาสมัครสาธารณสุข ร่วมกันกำหนดขั้นตอนการพัฒนานโยบาย ซึ่งได้แก่การสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูล จัดเวทีประชาพิจารณ์ การรณรงค์ การประกาศนโยบายสาธารณะระดับอำเภอและเวทีประเมินผล วิธีขับเคลื่อนในแต่ละระดับใช้กระบวนการเวทีประชาคม วิพากษ์นโยบายสาธารณะ ให้ข้อมูลรับรู้สถานการณ์ ผลกระทบของการบริโภคสุราต่อบุคคล ครอบครัว สังคมและประเทศชาติได้แนวทางที่จะนำไปใช้ร่วมกันทั้งอำเภอ 7 ข้อ คือ นโยบายวัดปลอดสุรา โรงเรียนปลอดสุรา องค์กรสำนักงานปลอดสุรา งานกีฬาปลอดสุรา งานศพปลอดสุรา งานบวช (ภาคฤดูร้อน) และงานประเพณีปลอดสุรา ซึ่งประกาศเป็นระเบียบวาระของอำเภอเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 หลังจากจัดกิจกรรมต่าง ๆ 1 ปี พบว่ากิจกรรมที่ดำเนินการได้ดีคือ นโยบายงานศพปลอดสุราและงานประเพณีปลอดสุรา นอกนั้นการดำเนินการได้โดยต้องกำหนดเวลาและสถานที่ดื่มสุรา สรุป : การพัฒนานโยบายสาธารณะลดการบริโภคสุราควรใช้มาตรการทางกฎหมายในเรื่องเวลาจำหน่ายสุราและการควบคุมนโยบายเสรีร่วมกับมาตรการทางสังคมและควรรณรงค์/ประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องทุกช่องทางโดยเฉพาะสื่อท้องถิ่น