|
การนำภูมิปัญญาไทยมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน วิชาประวัติสังคมและวัฒนธรรมไทย |
![]() |
|||||||||||||||||
นพพล สำเภาเงินโรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรี |
|||||||||||||||||||
ความเป็นมา |
|||||||||||||||||||
| การส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน สำหรับนักเรียน ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย เป็นนโยบายที่สำคัญยิ่งอีกประการหนึ่งของ กรมสามัญศึกษาเป็นไปตามแผนพัฒนาวัฒนธรรมแห่งชาติ เป็นการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน เพื่อใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนาผู้เรียนและสังคมไทยต่อไป หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2524 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2538) กลุ่มวิชาสังคมศึกษา ได้กล่าวไว้ในจุดประสงค์ของหลักสูตรไว้เช่นกันว่า เพื่อให้สามารถปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มุ่งมั่นในการทำประโยชน์ให้กับสังคม มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และเสริมสร้างศิลปวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อมของประเทศ | |||||||||||||||||||
| ในปีการศึกษา 2541 และปีการศึกษา 2542 ข้าพเจ้าได้รับผิดชอบให้ทำการสอนวิชา ส 0210 ประวัติสังคมและวัฒนธรรมไทย ปีการศึกษาละ 2 ห้อง หลังจากไดศึกษาหลักสูตรและคำอธิบายรายวิชาพบว่า หลักสูตรมีจุดประสงค์ให้ศึกษาศิลปวัฒนธรรมไทยในเรื่อง รากฐาน เอกลักษณ์ พัฒนาการและแนวโน้ม ตลอดจนให้ผู้เรียนมีความเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมไทย เห็นคุณค่าในมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิใจในเอกลักษณ์ของชาติและมีส่วนร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย | |||||||||||||||||||
วัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน |
|||||||||||||||||||
| 1. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นของตน 2. นักเรียนเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาไทย |
|||||||||||||||||||
แนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง |
|||||||||||||||||||
| คำว่าภูมิปัญญา ตรงกับคำศัพท์ภาษาอังกฤษว่า wisdom ซึ่งมีความหมายว่า ความรู้ ความสามารถ ความเชื่อ ความสามารถทางพฤติกรรม และความสามารถในการแก้ไขปัญหาของมนุษย์ ภูมิปัญญาไทยนั้น หมายถึง ความรู้ในด้านต่าง ๆ ของการดำรงชีวิตของคนไทยที่เกิดจากการสะสมประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ประกอบกับแนวคิดวิเคราะห์ในการแก้ไขปัญหาที่เป็นลักษณะของตนเอง ที่สามารถพัฒนาความรู้ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับกาลสมัยในการดำรงชีวิต (เสรี พงศ์พิศ 2534 : 39) ภูมิปัญญาท้องถิ่น (Local Wisdom)หรือภูมิปัญญาชาวบ้านหมายถึง พื้นเพรากฐานของความรูชาวบ้าน ความเหมือนกันของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น คือ เป็นองค์ความรู้และเทคนิคที่นำมาใช้ในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจซึ่งได้รับการถ่ายทอดและเชื่อมโยงมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความต่างกันของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น คือภูมิปัญญาไทย เป็นองค์ความรู้และความสามารถโดยส่วนรวม เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ ส่วนภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นองค์ความรู้และความสามารถระดับท้องถิ่นซึ่งมีขอบเขตจำกัดในแต่ละท้องถิ่น อย่างไรก็ตามภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น ย่อมมีความสัมพันธ์กันเพราะภูมิปัญญาท้องถิ่นนั้นถือว่าเป็นรากฐานหลักแห่งภูมิปัญญาไทย โดยเกิดจากการสืบทอดถ่ายทอดองค์ความรู้ที่มีอยู่เดิมในชุมชนท้องถิ่นต่างๆแล้วพัฒนาเลือกสรรค์ปรับปรุงองค์ความรู้เหล่านั้นจนเกิดทักษะและ ความชำนาญที่สามารถแก้ปัญหาและพัฒนาชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับยุคสมัยแล้วเกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ ที่จะสืบทอดพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง จากผลการวิจัยของกรมวิชาการ เรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการจัดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เมื่อปีการศึกษา2539 ได้สรุปแนวทางการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นไปใช้ในการเรียนการสอนดังนี้ (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ 2541 : 81) 1. ลักษณะของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะนำไปสู่การเรียนการสอน ควรเป็นองค์ความรู้และประสบการณ์ที่มีส่วนของคุณธรรม จริยธรรมสอดแทรกอยู่ด้วยและเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ประโยชน์สุขให้แก่ผู้เรียนและสังคมอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 2. กระบวนการการเรียนการสอน เป็นการผสมผสานระหว่างความรู้สากลกับความรู้ท้องถิ่นให้ผู้เรียนได้คิดอย่างเป็นอิสระ คิดได้หลายมุมและสรุปเป็นความรู้และประสบการณ์ที่จะใช้ในการดำรงชีวิต 3. การจัดการเรียนการสอนอาจจะให้ครูเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมโดยนำความรู้และประสบการณ์ของปราชญ์ท้องถิ่นมาจัดกิจกรรมการเรียนการสอน หรืออาจให้ปราชญ์ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนแทนครูผู้สอนและทำหน้าที่ประเมินผลด้วย ส่วนสถานที่เรียนอาจจะเป็นโรงเรียนหรือให้นักเรียนไปเรียนที่บ้านนักปราชญ์ท้องถิ่น 4. บทบาทของหน่วยงานหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารและครูผู้สอน ควรเห็นความสำคัญในคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น และตระหนักในตนเองว่า ไม่ใช่ผู้ที่จะรู้อะไรหมดทุกอย่างแต่เป็นผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้ และควรนำผู้รู้ในท้องถิ่นหรือปราชญ์ท้องถิ่นมาร่วมพัฒนาหลักสูตร หน่วยศึกษานิเทศก์กรมสามัญศึกษา (2535 : 123) ได้กล่าวถึง แนวทางในการดำเนินงานการส่งเสริมอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาชาวบ้านในโรงเรียนไว้ดังนี้ 1. ให้ความรู้เกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญของศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านเพื่อสร้างความตระหนักในคุณค่า เกิดเจตคติที่จะร่วมกันรับผิดชอบ ในฐานะเป็นสมบัติของทุกคนที่จะร่วมกันอนุรักษ์ให้คงอยู่ ฟื้นฟูและพัฒนาอย่างเหมาะสม 2. ปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน กิจกรรมนักเรียนและกิจกรรมโรงเรียนให้นักเรียนมีโอกาสร่วมปฏิบัติในเชิงอนุรักษ์ ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยเชื่อมโยงและร้อยรัดกับสภาพที่มีในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความรู้และประสบการณ์ในการอนุรักษ์ที่ถูกต้อง 3. จัดสถานการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า วิเคราะห์ ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความภูมิใจในมรดกทางความคิด การสร้างสรรค์ สามารถเลือกสรรค์นำไปพัฒนาและสืบทอดได้อย่างงามสมัยได้ 4. ส่งเสริมโดยการรณรงค์อย่างกว้างขวาง ในการนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้และพัฒนาอย่างเหมาะสมในโรงเรียน เพื่อพัฒนาวิถีชีวิตของตนและชุมชนในท้องถิ่น 5. ปลูกฝังความรักความหวงแหนในคุณค่าและเอกลักษณ์ของศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้สามารถปรับปรนและตอบสนองกระแสกับวัฒนธรรมอื่น ๆ ที่มีอิทธิพลได้อย่างชาญฉลาด 6. สร้างและประสานเครือข่ายทางศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาชาวบ้านกับองค์กรนอกโรงเรียนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อแลกเปลี่ยนข้อสนเทศองค์ความรู้เรื่องต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนหรือร่วมกิจกรรมการอนุรักษ์และเผยแพร่อย่างกว้างขวาง เพื่อให้สอดคล้องกับบทเรียนและให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว ควรให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยการสร้างความรู้เอง (Construct) ด้วยกระบวนการคิด (Thinking Process) และกระบวนการกลุ่ม (Group Process) เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเองรวมทั้งเรียนด้วยบรรยากาศของการมีส่วนร่วมเรียนรู้โดยใช้วิธีการสอนที่ใช้แหล่งวิทยาการของชุมชน การสอนโดยใช้แหล่งกิจกรรมของชุมชน (The use of Community Activity) เป็นการสอนที่ให้ผู้เรียนได้สัมผัสกับของจริง สถานการณ์จริงจากชุมชนหรือท้องถิ่นใกล้ ๆ บริเวณโรงเรียน โดยผู้เรียนได้ศึกษาและปฏิบัติกิจกรรมตามที่ได้ร่วมกันวางแผนระหว่างครูและนักเรียน เช่น ให้ได้สัมผัสกับบุคคล สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะเรียน โดยใช้กิจกรรมศึกษานอกศึกษาการเชิญวิทยากรในชุมชนท้องถิ่นเพื่อให้ความรู้ การสัมภาษณ์บุคคลที่เป็นแหล่งความรู้และการนำวัสดุอุปกรณ์ในชุมชนหรือท้องถิ่นมาประกอบการสอน ภาสินี เปี่ยมพงศ์สานต์ (2536:45-46) ได้เสนอการจัดการเรียนการสอนโดยใช้แหล่งวิทยากรชุมชนไว้ว่า หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างในชุมชนที่นำมาใช้เป็นตัวอย่างให้เกิดแนวคิด ข้อสรุปค่านิยมแก่ผู้เรียน แหล่งวิทยาการประเภทนี้ จึงรวมไปถึงสถานการณ์ของชุมชนทุกรูปแบบซึ่งนักเรียนสามารถนำมาศึกษาเป็นการฝึกสติปัญญา ความคิดหรือฝึกทักษะทางสังคมด้านต่างๆ ตลอดจนประสบการณ์ทุกอย่างที่จะช่วยให้เขาสามารถแสดงความรูสึกนึกคิดของตนออกมาได้ |
|||||||||||||||||||
การดำเนินงาน |
|||||||||||||||||||
| การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนประกอบไปด้วย 1. ขั้นนำ เริ่มด้วย การสนทนาซักถามผู้เรียนเกี่ยวกับพื้นฐานความรู้ ความสนใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น 2. ขั้นกำหนดจุดประสงค์ ครูและนักเรียนร่วมกันกำหนดกิจกรรมและวัตถุประสงค์ในการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเพชรบุรีและท้องถิ่นของตน 3. ขั้นวางแผน ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผนการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นตามขั้นตอนดังนี้ 3.1 แบ่งกลุ่มศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่นตามความสนใจของนักเรียน 3.2 ศึกษาข้อมูลพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่จะทำการศึกษา 3.3 เตรียมคำถาม อุปกรณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาข้อมูล 3.4 นำข้อมูลมาเสนอในชั้นเรียน 3.5 ร่วมกันวิเคราะห์ถึงคุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถนำมาใช้ในการดำเนินชีวิตของนักเรียน 3.6 สรุปผลจะจัดทำรายงาน 4. ขั้นดำเนินงาน การปฏิบัติตามขั้นตอนที่วางไว้ 5.ขั้นประเมินผล ประเมินผลการดำเนินงานของนักเรียนด้วยแบบประเมินและแบบสังเกต การจัดกิจกรรม |
|||||||||||||||||||
ผลการดำเนินงาน |
|||||||||||||||||||
| การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภูมิปัญญาไทย ผู้สอนได้ทำการสอนในภาคเรียนที่1ปีการศึกษา 2542 นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศจังหวัดเพชรบุรีที่เรียนวิชา ส 0210 ได้จัดการสาธิตวัฒนธรรม โดยได้จัดกิจกรรมในหน่วยการเรียน ภูมิปัญญาไทย แล้วมอบหมายเป็นโครงงานศึกษา แหล่งวิทยาการภายในชุมชนเวลา 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นนำผลมาวิเคราะห์ในชั้นเรียน ผลของการดำเนินงานมีดังนี้ | |||||||||||||||||||
| 1.ด้านความรู้ความเข้าใจภูมิปัญญาไทย จากการศึกษาทางด้านเอกสารนักเรียนสามารถจัดกลุ่มเนื้อหาของภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่นในประเทศไทยได้ 4 ประเภท คือ 1.1 เป็นเรื่องเกี่ยวกับคดี ความคิด ความเชื่อและหลักการ ที่เป็นพื้นฐานขององค์ความรู้ที่ถ่ายทอดกันมา 1.2 เป็นเรื่องของศิลปะ วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียม ประเพณี 1.3 เป็นเรื่องของการประกอบอาชีพในแต่ละท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับสมัย 1.4 เป็นเรื่องของแนวคิดหลักปฏิบัติ และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ชาวบ้านนำมาใช้ในชุมชน ซึ่งเป็นอิทธิพลของความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นอิทธิพลของความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภูมิปัญญาทั้ง 4 กลุ่ม ปรากฏให้เห็นในเรื่องการประกอบอาชีพ ศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ที่ถ่ายทอดให้แก่เยาวชนรุ่นหลัง |
|||||||||||||||||||
| จากการศึกษาครั้งนี้นักเรียนได้กำหนดกรอบในการศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยใช้คำขวัญของจังหวัดเพชรบุรีที่ว่า เขาวังคู่บ้าน ขนมหวานเมืองพระ เลิศล้ำศิลปะ แดนธรรมะ ทะเลงาม เป็นแนวศึกษา ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ศึกษา ได้แก่ 1.ภูมิปัญญาทางด้านการทำตาลโตนด 2.ภูมิปัญญาช่างเมืองเพชร 3.ภูมิปัญญาขนมหวานเมืองเพชร 4.ภูมิปัญญาหนังตะลุง 5.ภูมิปัญญาการจักสาน การกลึงไม้ 6.ภูมิปัญญาด้านการทำพลุ ดอกไม้เพลิง |
|||||||||||||||||||
| 2. ด้านการวิเคราะห์คุณค่าและคุณธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่น หลังจากนำเสนอข้อมูลของภูมิปัญญาไทยที่นักเรียนได้ศึกษามาแล้ว นักเรียนได้ร่วมกันวิเคราะห์ถึงคุณค่าของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และคุณธรรมของภูมิปัญญาท้องถิ่นตลอดจนแนวทางที่สามารถใช้ในการดำเนินชีวิตของนักเรียน ซึ่งผู้เรียนได้ร่วมกันวิเคราะห์สรุปผลได้ดังนี้ | |||||||||||||||||||
ตารางที่ 1 แสดงผลการวิเคราะห์คุณค่าของภูมิปัญญาท้องถิ่น |
|||||||||||||||||||
|
|||||||||||||||||||
สรุป |
|||||||||||||||||||
| จากผลการประเมินการจัดการเรียนการสอนภูมิปัญญาไทย พบว่าการที่นักเรียนได้มี ส่วนร่วมในการเรียนการปฏิบัติจริงด้วยกระบวนการกลุ่ม สามารถทำให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภูมิปัญญาไทย เห็นคุณค่าในการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย คุณธรรมในการดำเนินชีวิต การเรียนรู้วิธีนี้ จึงเป็นรูปแบบกิจกรรมที่สามารถนำไปใช้สอนในรายวิชาที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัฒนธรรมการปลูกฝังความเป็นไทยได้ | |||||||||||||||||||
เอกสารอ้างอิง |
|||||||||||||||||||
ภาสินี คูสกุล. สิ่งแวดล้อมศึกษาแนวการสอนและแบบฝึกปฏิบัติการ. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,2536.วิชาการ, กรม, วิชากร. สรุปผลการประชุมสัมมนาเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นกับหลักสูตรที่พึงประสงค์. กรุงเทพมหานคร. ศูนย์พัฒนาหลักสูตร กรมวิชาการ, มปป. สามัญศึกษา, กรม. คู่มือการพัฒนาการเรียนการสอนตามหลักสูตร 2533. กรุงเทพมหานคร : บริษัทมิตรภาพการพิมพ์และสติวดิโอ. จำกัด, 2535เสรี พงศ์พิศ. เกษตรพึ่งตนเอง ใน พัฒนาคุณภาพชีวิต 25312533 แนวคิดและกิจกรรม . ม.ป.ท., 2534. |
|||||||||||||||||||