ประวัติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

Number of View: 512

ประวัติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประวัติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ดินแดนอันเป็นที่ตั้งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ในสมัยหินกลาง (ยุค ๑๐,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปี) มาก่อน เนื่องจากตามบันทึกของนายชิน อยู่ดี ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์ ระบุว่าได้มีการค้นพบเครื่องมือสมัยหินกลาง ที่บริเวณเขื่อนปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ชิน อยู่ดี

  • ในอดีตราวพุทธศตวรรษที่ ๗ มีหลักฐานบันทึกของจีนที่แสดงว่า พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันเปรียบเสมือน “ปากประตู” เชื่อมต่อระหว่างเส้นทางเดินเรือของชาวจีน และชาวอินเดียในการทำมาค้าขายซึ่งกันและกัน และต่อมาปรากฏหลักฐานว่า ในราวพุทธศตวรรษที่ ๑๒ – ๑๓ ต่อเนื่องมาถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เส้นทางที่นิยมใช้ในการติดต่อค้าขายมากที่สุด คือ เส้นทางลัด ข้ามคาบสมุทรมลายูตอนเหนือ ตั้งต้นจากแม่น้ำตะนาวศรี แล้วข้ามทิวเขาตะนาวศรีผ่านด่านสิงขรมายัง อ่าวไทยที่เมืองกุย เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปล้นสะดมจากโจรสลัดในบริเวณช่องแคบมะละกา

  • ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ปัจจุบัน) ได้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งสำคัญ สรุปได้ดังนี้

  • - สมัยรัชกาลที่ ๑ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตกมาขึ้นกับกรมพระกลาโหม (เดิมขึ้นกับกรมท่า) ซึ่งหัวเมืองดังกล่าวรวมถึงเมืองกุย เมืองคลองวาฬ และเมืองปราณ

  • - สมัยรัชกาลที่ ๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองคลองวาฬ ขึ้นมาตั้งที่อ่าวเกาะหลัก พร้อมรับสั่งให้ตั้งเมืองบางนางรมที่ปากคลองอีรม แต่ต่อมาให้ย้ายเมืองบางนางรมไปตั้งที่เมืองกุยบุรี และยังคงใช้ชื่อเมืองบางนางรม

  • - สมัยรัชกาลที่ ๓ ในปี พ.ศ. ๒๓๙๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งเมืองกำเนิดนพคุณ

  • - สมัยรัชกาลที่ ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมเมืองบางนางรม เมืองกุยบุรี และเมืองคลองวาฬ เป็นเมืองเดียวกัน และเรียกชื่อเมืองว่า “เมืองประจวบคีรีขันธ์” ในปี พ.ศ. ๒๓๙๘ แต่ยังคงตั้งที่ว่าการเมืองอยู่ที่บ้านวังยาว เมืองกุยบุรี พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เรียกเมืองเกาะกงว่า “เมืองปัจจันตคีรีเขต” (นี่คือเหตุผลที่คนโบราณเรียก ๒ เมืองนี้ว่าเป็นฝาแฝดกัน) ซึ่งปัจจุบันเป็นจังหวัดเกาะกงอยู่ในประเทศกัมพูชา สมัยรัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนแปลงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่ ในปี พ.ศ. ๒๔๓๕ โดยในส่วนภูมิภาคให้มีการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลขึ้น และให้ยุบเมืองประจวบคีรีขันธ์เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี แต่ยังคงตั้งที่ว่าการเมืองอยู่ที่เมืองกุยบุรี จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๑ จึงได้ย้ายที่ว่าการเมืองมาตั้งอยู่ที่บ้านเกาะหลัก และโอนสังกัดจากกระทรวงกลาโหมมาสังกัดกระทรวงมหาดไทย ในปี พ.ศ. ๒๔๓๙ ได้มีการจัดตั้งมณฑลชุมพร จึงโปรดเกล้าฯ ให้ยกเมืองกำเนิดนพคุณไปขึ้นกับจังหวัดชุมพร และต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๙ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รวมอำเภอกำเนิดนพคุณเข้ากับเมืองปราณบุรี และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จัดตั้งขึ้นเป็น “เมืองปราณบุรี” มีฐานะเป็นเมืองจัตวา ขึ้นกับมณฑลราชบุรี มีที่ว่าการอยู่ที่อ่าวเกาะหลักหรืออ่าวประจวบคีรีขันธ์ปัจจุบัน ส่วนเมืองปราณเดิมนั้นยังคงอยู่ที่ปากคลองปราณ (บ้านปากน้ำปราณในปัจจุบัน) และให้เรียกชื่อว่า “เมืองปราณ” โดยให้ขึ้นอยู่กับเมืองปราณบุรีที่ตั้งใหม่ดังกล่าว

  • - สมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงพิจารณาเห็นว่า การเรียกชื่อเมืองปราณบุรีเก่า กับเมืองปราณบุรีใหม่นั้น สับสนกันอยู่ นานไปอาจเกิดความเข้าใจผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ ดังนั้น ในปี พ.ศ. ๒๔๕๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรีเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์ ส่วนอำเภอกำเนิดนพคุณให้เปลี่ยนเป็นอำเภอบางสะพาน นอกจากนี้พระองค์ยังได้โปรดให้สร้างพลับพลาที่ประทับสำหรับการเสด็จประทับแรม ที่ชายทะเลติดกับเขาช่องกระจก (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์) และเคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์สจี เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๖๖

  • - สมัยรัชกาลที่ ๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชฐานที่ประทับแรม และพระราชทานนามว่า “สวนไกลกังวล” สำหรับเสด็จประพาสชายทะเล ณ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปัจจุบันเรียกว่า วังไกลกังวล และเป็นสถานที่ที่พระองค์ใช้เป็นสถานที่ทดลองด้วยการปฏิบัติจริง การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ในปี พ.ศ. ๒๔๖๙ เรียกว่า “ระบบการปกครองท้องถิ่นของประชาธิปไตย” และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชบัญญัติการจัดบำรุงท้องที่ชายทะเลทิศตะวันตก พุทธศักราช ๒๔๖๙ ซึ่งเป็นที่มาของการกำหนดเป็นพระราชบัญญัติเทศบาลในระยะต่อมา และวังไกลกังวลเป็นสถานที่ ที่มีเหตุการณ์สำคัญซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช เป็นระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย

    วังไกลกังวล หัวหิน

  • - สมัยรัชกาลที่ ๙ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงงานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มากที่สุดกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใด ดังจะเห็นได้จากข้อมูลที่มีการบันทึกของสำนักราชเลขาธิการ พระบรมมหาราชวัง ที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์ และพระบรมวงศานุวงศ์ เพียงห้วงเวลาระหว่างวันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๒ ถึงวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ได้เสด็จในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทั้งสิ้นถึง ๒๒๙ วัน เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ

Related posts:

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>