ประวัติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประวัติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ประวัติจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • ดินแดนอันเป็นที่ตั้งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบัน  เคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ ในสมัยหินกลาง  (ยุค ๑๐,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปี)  มาก่อน  เนื่องจากตามบันทึกของนายชิน  อยู่ดี  ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีและประวัติศาสตร์  ระบุว่าได้มีการค้นพบเครื่องมือสมัยหินกลาง  ที่บริเวณเขื่อนปราณบุรี  อำเภอปราณบุรี  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

    ชิน อยู่ดี

  • ในอดีตราวพุทธศตวรรษที่ ๗  มีหลักฐานบันทึกของจีนที่แสดงว่า  พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในปัจจุบันเปรียบเสมือน “ปากประตู” เชื่อมต่อระหว่างเส้นทางเดินเรือของชาวจีน            และชาวอินเดียในการทำมาค้าขายซึ่งกันและกัน  และต่อมาปรากฏหลักฐานว่า ในราวพุทธศตวรรษที่  ๑๒ – ๑๓  ต่อเนื่องมาถึงพุทธศตวรรษที่  ๑๙  เส้นทางที่นิยมใช้ในการติดต่อค้าขายมากที่สุด  คือ เส้นทางลัด       ข้ามคาบสมุทรมลายูตอนเหนือ  ตั้งต้นจากแม่น้ำตะนาวศรี แล้วข้ามทิวเขาตะนาวศรีผ่านด่านสิงขรมายัง     อ่าวไทยที่เมืองกุย  เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปล้นสะดมจากโจรสลัดในบริเวณช่องแคบมะละกา

  • ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  (พ.ศ. ๒๓๒๕ – ปัจจุบัน)  ได้มีเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นและเกี่ยวข้องกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ครั้งสำคัญ  สรุปได้ดังนี้

  • - สมัยรัชกาลที่  ๑  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้แบ่งหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตกมาขึ้นกับกรมพระกลาโหม  (เดิมขึ้นกับกรมท่า)  ซึ่งหัวเมืองดังกล่าวรวมถึงเมืองกุย  เมืองคลองวาฬ  และเมืองปราณ

  • - สมัยรัชกาลที่  ๒  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ    ให้ย้ายเมืองคลองวาฬ     ขึ้นมาตั้งที่อ่าวเกาะหลัก     พร้อมรับสั่งให้ตั้งเมืองบางนางรมที่ปากคลองอีรม  แต่ต่อมาให้ย้ายเมืองบางนางรมไปตั้งที่เมืองกุยบุรี  และยังคงใช้ชื่อเมืองบางนางรม

  • - สมัยรัชกาลที่  ๓ ในปี  พ.ศ. ๒๓๙๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้ตั้งเมืองกำเนิดนพคุณ

  • - สมัยรัชกาลที่  ๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้รวมเมืองบางนางรม  เมืองกุยบุรี  และเมืองคลองวาฬ  เป็นเมืองเดียวกัน  และเรียกชื่อเมืองว่า  “เมืองประจวบคีรีขันธ์”  ในปี  พ.ศ. ๒๓๙๘ แต่ยังคงตั้งที่ว่าการเมืองอยู่ที่บ้านวังยาว   เมืองกุยบุรี   พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯ   ให้เรียกเมืองเกาะกงว่า  “เมืองปัจจันตคีรีเขต”  (นี่คือเหตุผลที่คนโบราณเรียก ๒ เมืองนี้ว่าเป็นฝาแฝดกัน) ซึ่งปัจจุบันเป็นจังหวัดเกาะกงอยู่ในประเทศกัมพูชา    สมัยรัชกาลที่  ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้เปลี่ยนแปลงระเบียบบริหารราชการแผ่นดินใหม่    ในปี   พ.ศ. ๒๔๓๕    โดยในส่วนภูมิภาคให้มีการจัดตั้งมณฑลเทศาภิบาลขึ้น    และให้ยุบเมืองประจวบคีรีขันธ์เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี  แต่ยังคงตั้งที่ว่าการเมืองอยู่ที่เมืองกุยบุรี จนถึงปี พ.ศ. ๒๔๔๑  จึงได้ย้ายที่ว่าการเมืองมาตั้งอยู่ที่บ้านเกาะหลัก  และโอนสังกัดจากกระทรวงกลาโหมมาสังกัดกระทรวงมหาดไทย    ในปี  พ.ศ. ๒๔๓๙  ได้มีการจัดตั้งมณฑลชุมพร จึงโปรดเกล้าฯ  ให้ยกเมืองกำเนิดนพคุณไปขึ้นกับจังหวัดชุมพร  และต่อมาในปี  พ.ศ. ๒๔๔๙  ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ    ให้รวมอำเภอกำเนิดนพคุณเข้ากับเมืองปราณบุรี  และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์  จัดตั้งขึ้นเป็น “เมืองปราณบุรี”  มีฐานะเป็นเมืองจัตวา  ขึ้นกับมณฑลราชบุรี มีที่ว่าการอยู่ที่อ่าวเกาะหลักหรืออ่าวประจวบคีรีขันธ์ปัจจุบัน  ส่วนเมืองปราณเดิมนั้นยังคงอยู่ที่ปากคลองปราณ     (บ้านปากน้ำปราณในปัจจุบัน)      และให้เรียกชื่อว่า    “เมืองปราณ”      โดยให้ขึ้นอยู่กับเมืองปราณบุรีที่ตั้งใหม่ดังกล่าว

  • - สมัยรัชกาลที่ ๖ ทรงพิจารณาเห็นว่า  การเรียกชื่อเมืองปราณบุรีเก่า  กับเมืองปราณบุรีใหม่นั้น สับสนกันอยู่   นานไปอาจเกิดความเข้าใจผิดพลาดทางประวัติศาสตร์  ดังนั้น  ในปี  พ.ศ. ๒๔๕๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ     ให้เปลี่ยนนามเมืองปราณบุรีเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์     ส่วนอำเภอกำเนิดนพคุณให้เปลี่ยนเป็นอำเภอบางสะพาน  นอกจากนี้พระองค์ยังได้โปรดให้สร้างพลับพลาที่ประทับสำหรับการเสด็จประทับแรม     ที่ชายทะเลติดกับเขาช่องกระจก     (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์)  และเคยเสด็จพระราชดำเนินมาประทับแรมพร้อมสมเด็จพระนางเจ้าอินทรศักดิ์สจี  เมื่อปี  พ.ศ. ๒๔๖๖

  • - สมัยรัชกาลที่  ๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้สร้างพระราชฐานที่ประทับแรม และพระราชทานนามว่า  “สวนไกลกังวล”  สำหรับเสด็จประพาสชายทะเล  ณ  อำเภอหัวหิน  จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ปัจจุบันเรียกว่า  วังไกลกังวล  และเป็นสถานที่ที่พระองค์ใช้เป็นสถานที่ทดลองด้วยการปฏิบัติจริง การปกครองตามระบอบประชาธิปไตย  ในปี  พ.ศ. ๒๔๖๙ เรียกว่า  “ระบบการปกครองท้องถิ่นของประชาธิปไตย”  และได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ  ให้มีพระราชบัญญัติการจัดบำรุงท้องที่ชายทะเลทิศตะวันตก    พุทธศักราช    ๒๔๖๙     ซึ่งเป็นที่มาของการกำหนดเป็นพระราชบัญญัติเทศบาลในระยะต่อมา  และวังไกลกังวลเป็นสถานที่  ที่มีเหตุการณ์สำคัญซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช  เป็นระบอบประชาธิปไตย กล่าวคือ  เป็นสถานที่ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว    ทรงพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว   พุทธศักราช   ๒๔๗๕  ซึ่งถือว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกของประเทศไทย

    วังไกลกังวล หัวหิน

  • - สมัยรัชกาลที่  ๙ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ได้เสด็จพระราชดำเนินเพื่อทรงงานในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มากที่สุดกว่าพระมหากษัตริย์องค์ใด  ดังจะเห็นได้จากข้อมูลที่มีการบันทึกของสำนักราชเลขาธิการ  พระบรมมหาราชวัง  ที่เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระองค์  และพระบรมวงศานุวงศ์  เพียงห้วงเวลาระหว่างวันที่  ๒๐  เมษายน  พ.ศ. ๒๕๐๒  ถึงวันที่  ๑๘  กรกฎาคม  พ.ศ๒๕๔๑  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์  ได้เสด็จในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทั้งสิ้นถึง  ๒๒๙  วัน  เพื่อทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ

You can follow any responses to this entry through the RSS 2.0 feed. You can leave a response, or trackback from your own site.

ใส่ความเห็น

อีเมล์ของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

คุณอาจจะใช้ป้ายกำกับและคุณสมบัติHTML: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>