:: พระที่นั่งรัตนรังสรรค์

ความเป็นมา
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ประพาสหัวเมืองแหลมมลายู ระยะทางที่เสด็จไปครั้งนั้นทรงเรือสุริยมณฑล (ลำแรก) เป็นเรือพระที่นั่งจากกรุงเทพฯ ไปยังเมืองชุมพร จากนั้นได้เสด็จทรงช้างพระที่นั่งเสด็จทางสถลมารคจากเมืองชุมพร ข้ามแหลมมลายูไปลงเรือที่เมืองตระบุรี เพื่อเสด็จตรวจหัวเมืองชายทะเลในพระราชอาณาเขต ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้เสด็จไปถึงจังหวัดระนอง
โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสาตรศุภกิจ กำหนดแผนที่ทำเรือนไม้บนเขาโดยใช้เครื่องไม้จริง และพระยารัตนเศรษฐี (คอซิมก๊อง) เจ้าเมืองระนองขณะนั้นได้ สร้างพลับพลาถวายเป็นที่ประทับบนยอดเขา ซึ่งได้เสด็จฯ ประทับแรม ณ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ เป็นเวลา ๓ ราตรี ระหว่างวันที่ ๒๓ – ๒๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๓๓


พระที่นั่งรัตนรังสรรค์องค์แรก

พระราชหัตถเลขาเกี่ยวกับพระที่นั่งรัตน์รังสรรค์และเขานิเวศน์
ในคราวเสด็จครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์ เป็นพระราชหัตถเลขาบอกข่าว ทรงเล่าเรื่องที่เสด็จประพาสมายังผู้รักษาพระนคร มีความตอนหนึ่งว่า

... ที่เขานี้ เขาว่าสูงร้อยสิบฟิต แต่เป็นเนินลาด ๆ มีที่กว้างใหญ่โตกว่าเขาสัตนาถ*มาก พลับพลาที่ทำนั้นก็ทำเสาไม้จริง เครื่องไม้จริง กรอบฝาและบานประตูใช้ไม้จริง แต่กรุใช้ไม้ระกำทั้งลำเข้าเป็นลายต่างๆ หลังคานั้นมุงไม้เกล็ดแล้วสองหลัง นอกนั้นมุงจากดาดสี ใช้สีน้ำเงินจะให้เหมือนกันกับหลังคาไม้ซึ่งทาสีไว้ มีท้องพระโรงหลังหนึ่ง ที่อยู่ข้างในใหญ่หลังหนึ่ง ยกเป็นห้องนอนสูงขึ้นไปหลังหนึ่ง ที่อยู่ข้างในใหญ่หลังหนึ่ง มีคอนเซอเวนเตอรี่* ยาวไปจนหลังแปดเหลี่ยมอีกหลังหนึ่ง ที่หลังเล็กซึ่งเป็นที่นอนและที่หลังแปดเหลี่ยม แลดูเห็นเมืองระนองทั้วทั้งเมือง หน้าต่างทุก ๆ ช่อง เมื่อยืนดูตรงนั้นก็เหมือนหนึ่งดูปิกเชอ*แผ่นหนึ่งแผ่นหนึ่ง ด้วยแลเห็นทุ่งนาออกไปจนกระทั้งถึงภูเขาซึ่งอยู่ใกล้ชิด ได้ยินเสียงชะนีร้องเนือง ๆ สลับซับซ้อนกันไป ด้านหนึ่งก็เป็นได้อย่างหนึ่ง ด้านหนึ่งก็เป็นอย่างหนึ่ง ไม่เคยอยู่ที่ใดซึ่งตั้งอยู่ในที่แลเห็นเขาทุ่งป่าและบ้านเรือนคนงามเหมือนอย่างที่นี่เลย

... การตบแต่งประดับประดาและเครื่องที่จะใช้สอยพรักพร้อมบริบูรณ์อย่างปีนัง ตามข้างทางและชายเนินก็มีเรือนเจ้านายและขัาราชการหลังโตๆ มีโรงบิลเลียด โรงทหารพรักพร้อมจะอยู่สักเท่าใดก็ได้ วางแผนที่ทางขึ้นทางลง ข้างหน้าข้างในดีกว่าเขาสัตนาถมาก เสียแต่ต้นไม้บนเนินนั้นไม่มีต้นไม้ใหญ่ ที่เหลือไว้ก็เป็นต้นไม่สู้โต ต้นเล็ก ๆ ที่ตัดก็ยังเป็นตอสะพรั่งอยู่โดยรอบ แต่ในบริเวณพลับพลาปลูกหญ้าขึ้นเขียวสดบริบูรณ์ดีทั่วทุกแห่ง พระยายุทธการโกศลมาคอยรับอยู่ที่เมืองระนองนี้ห้าวันมาแล้ว เดิมคิดว่าต้องมานอนที่เกาะเขมาเกินโปรแกรมวันหนึ่ง จะย่นวันเมืองระนองเข้าอยู่แต่สองคืน แต่ครั้นไปเห็นที่เขาทำไว้ให้อยู่ลงทุนรอนมาก และการต้อนรับนั้นโดยความเต็มใจแข็งแรงจริงๆ จึงได้ผ่อนวันออกไปอีกวันหนึ่ง เวลาเย็นได้ลงดูตามเนินนั้นโดยรอบ แล้วขึ้นเขาเล็กอีกเขาหนึ่งซึ่งอยู่หน้าท้องท้องพระโรง คล้ายเขาหอพระปริตที่เพ็ชรบุรี ปลูกศาลาไว้ในหมู่ร่มไม้เป็นที่เงียบสงัด เวลากลางวันนี้ไม้ร้อนด้วยครึ้มฝน เวลากลางคืนหนาวปรอทถึง ๗๕ องศา ...

หมายเหตุ
* เขาสัตนาถ ปัจจุบันคือวัดเขาวังในจังหวัดราชบุรี
* คอนเซอเวเตอรี่ ( conservatory ) หมายถึง เรือนกระจก
* ปิกเชอ ( picture ) หมายถึง รูปภาพ

พระราชทานชื่อพระที่นั่ง
พระที่นั่งรัตนรังสรรค์ มีความหมายว่า พระที่นั่งที่พระยารัตนเศรษฐีเป็นผู้สร้าง โดยในวันที่ ๒๕ เมษายน ๒๔๓๓ ได้ทรงมีพระราชนิพนธ์ความตอนหนึ่งว่า “ พระยาระนอง (พระยารัตนรังสรรค์ – คอซิมก๊อง) ขอให้ตั้งชื่อพลับพลานี้เป็นพระที่นั่ง ด้วยเขาจะรักษาไว้เป็นที่ถือน้ำพระพิพัฒน์สัจจา และขอให้ตั้งชื่อถนนด้วย จึงได้ให้ชื่อพระที่นั่งว่า รัตนรังสรรค์ เพื่อจะได้แปลกล้ำ ๆ พอมีชื่อผู้ทำเป็นที่ยินดี เขาที่ทำวังนี้ให้ชื่อว่า นิเวศน์คีรี ...”

ลักษณะทั่วไปของพระที่นั่งรัตนรังสรรค์
พระที่นั่งรัตนรังสรรค์มีลักษณะเป็นกลุ่มเรือนไม้ขนาดใหญ่ มีทางเดินเชื่อมต่อกันโดยตลอด องค์พระที่นั่งสร้างด้วยไม้สักและไม้กระยาเลย ส่วนฝาพระตำหนักใช้ไม้ระกำ หลังคาเป็นรูปแปดเหลี่ยมมุงด้วยกระเบื้องไม้ ซึ่ง ลักษณะพิเศษคือเป็นพระที่นั่งที่มีการเข้าสลักไม้แทนตะปู ซึ่งเป็นการนำวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคใต้มาใช้ในงานสถาปัตยกรรม

.

จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ.๑๒๘
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์จดหมายเหตุ โดยใช้พระนามแฝงว่านายแก้ว ทรงบรรยายเกี่ยวกับเขานิเวศน์และพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ครั้งเสด็จฯ ระนองครั้งแรก เมื่อ ร.ศ.๑๒๘ (พ.ศ. ๒๔๕๒)เป็นพระราชหัตถเลขา มีข้อความตอนหนึ่งดังนี้

... เขาวังนี้อยู่ข้างจะชันมาก ม้าที่ใช้ลากรถก็ล้วนแต่ย่อมๆ ถ้าไม่ได้อาศัยคนรุนท้ายรถเห็นจะลากขึ้นมาไม่ไหว ทางขึ้นนั้นได้ตัดให้ค่อย ๆ วกไปวกมา เพื่อให้ขึ้นทีละน้อยอยู่แล้ว แต่กระนั้นก็ยังชันอยู่มาก ยิ่งจวนๆ ถึงยอดเขารถแทบจะขึ้นไม่ไหว พระที่นั่งรัตนรังสรรค์นี้ตั้งอยู่บนยอดเขา และมีต้นไม้ล้อมอยู่รอบทุกด้าน เพราะฉะนั้นเป็นที่น่าสบายอย่างยิ่ง ตัวพระที่นั่งเป็นเรือนตึก ๒ ชั้น รูปยาวไปตามยอดเขา รับลมเย็นสบายดีนัก ...

... เวลาบ่ายทรงรถเสด็จประพาสตามในเมือง และทอดพระเนตรสถานที่ต่างๆ เสด็จที่ว่าการเมืองก่อน ที่ว่าการเมืองตามธรรมดาใช้ชั้นล่างพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ครั้นเตรียมจัดพระที่นั่งเป็นที่ประทับ จึงย้ายลงไปตั้งทำการอยู่ในศาลาชั่วคราว ทำเป็นรูปโรงนาอย่างที่ชุมพร ที่นี้แล้วจะยกพื้นใช้เป็นโรงเรียนต่อไป ...


พระที่นั่งดัดแปลงเป็นศาลากลาง

รับเสด็จฯ สามรัชกาล
ต่อมาพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ได้ชำรุดทรุดโทรมลง ในสมัยพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอยู่หงี่) เป็นเจ้าเมืองระนอง ( พ.ศ.๒๔๓๓ – ๒๔๖๐) จึงได้ร่วมกับสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ปรับปรุงและดัดแปลงพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ใหม่ โดยสร้างเป็นรูปเรือนตึกก่ออิฐถือปูน ๒ ชั้น ทาสีขาว หันหน้ามุขไปทางด้านทิศตะวันตกและประดับตราพระครุฑพ่าห์ ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.๒๔๔๔ แล้วใช้อาคารหลังนี้เป็นศาลากลางเมืองระนองเรื่อยมา พระที่นั่งรัตนรังสรรค์องค์ใหม่นี้ยังได้ใช้เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ และ รัชกาลที่ ๗ อีกสามครั้ง ดังนี้

ครั้งแรก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ เมืองระนองครั้งแรก คราวประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ เสด็จฯ ประทับแรม ๔ ราตรี ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๑๙ เมษายน ๒๔๕๒

ครั้งที่ ๒ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อขึ้นครองราชย์แล้ว คราวเสด็จฯ เยี่ยมหัวเมืองมณฑลปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก เสด็จฯ ประทับแรม ๓ ราตรี ระหว่างวันที่ ๑๗ – ๑๙ เมษายน ๒๔๖๐

ครั้งที่ ๓ พะบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จฯ ประพาสเยี่ยมหัวเมืองชายทะเลฝ่ายตะวันตก เสด็จฯ ประทับแรม ๑ ราตรี ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๔๗๑

มุขหน้าศาลากลาง

การื้ื้อถอน
กระทั่งเดือนพฤษภาคม ๒๕๐๗ สมัยที่ พ.ต.อ.บุญณรงค์ วัฒฑนายน เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด จึงได้รื้อถอนองค์พระที่นั่ง เพื่อสร้างเป็นศาลากลางจังหวัดหลังปัจจุบัน โดยได้วางศิลาฤกษ์ในวันที่ ๙ สิงหาคม ๒๕๐๗ พระที่นั่งรัตนรังสรรค์จึงสูญหายไปจากจังหวัดระนองตั้งแต่บัดนั้น นับเป็นการสูญเสียโบราณสถานอันมีคุณค่าและมีความสำคัญยิ่งของชาวจังหวัดระนอง

ปัจจุบัน
บริเวณที่ตั้งของพระที่นั่งเป็นเนินเขาซึ่งมีชื่อว่าเขานิเวศน์คีรี และมีศิลาสลักประดับไว้เป็นสำคัญ ปัจจุบันอยู่ติดกับศาลากลางจังหวัด โดยยังมีร่องรอยเป็นบันไดและบริเวณให้เห็น ทางจังหวัดได้อนุรักษ์ไว้ และกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๐ (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๙๔ ตอนที่ ๓๙ วันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๒๐)

ในโอกาสฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๒๕ ทางจังหวัดได้ค้นคว้าหลักฐานภาพถ่ายโดยขอความร่วมมือจากกรมศิลปากรให้คำแนะนำเกี่ยวกับรูปแบบความถูกต้อง แล้วจำลองพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ ย่อส่วนขนาด ๑:๑๐๐ ตั้งแสดงไว้บริเวณชั้นล่างของศาลากลางจังหวัดระนอง เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้อนุชนรุ่นหลังได้ชื่นชมพระที่นั่งที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรม และเป็นตราสัญลักษณ์ประจำจังหวัดสืบไป

เรียบเรียงโดย...นายธนกร สุวุฒิกุล


 

...............................................................................................................................................................................................................................................

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดระนอง 55/11 หมู่ 3 ถ.เพชเกษม ต.บางริ้น อ.เมือง จ.ระนอง 85000 โทร.0-7786-2082 RanongCulture@Yahoo.com