พิธีซางกะมูด ของเผ่าไทโส้อำเภอกุสุมาลย์  
     
 

เมื่อมีการตายเกิดขึ้นจะมีพิธีแต่งคายเป็นค่าจ้างทำโลงศพ  โดยมีเทียน  ๑ คู่  เหล้า  ๑ ขวด  ไข่  ๑ ฟอง  เศษเหล็ก  เป็นการแก้เคล็ดผู้ทำโลง  ส่วนญาติฝ่ายแม่ผู้ตายจะมาในงานโดยไม่ต้องเชิญ  เพื่อจะได้ทำพิธีซางผี  โดยสมมุติว่าเฒ่าแก่เป็นล่าม  “ผู้ทำพิธี”   ล่ามจะใช้ถ้วย  ๑ ใบ  ดอกไม้  ๑  คู่  เทียน  ๑ คู่  บอกแก่ญาติฝ่ายแม่ผู้ตายว่าผู้ตายนี้ตายโดยไม่มีผู้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด  ถ้าไม่บอกจะถือว่าผิดประเพณีจะมีการปรับไหมกันขึ้น
การแต่งตัวผู้ตายจะสวมกลับทางกับผู้มีชีวิตอยู่  นำเอาข้างหน้าไปไว้ข้างหลังปิดประดุมด้านหลัง และต้องทำให้เสื้อผ้าขาดเสียก่อน  ส่วนกางเกงตามปกติ พร้อมกับเขียนหนังสือใส่กระดาษ  หรือแผ่นทองแผ่นเงินใส่ปากและมือผู้ตาย  เป็นความเชื่ออย่างหนึ่งว่าผู้ตายนำของเหล่านี้ไปจ้างทางขึ้นสวรรค์  ผู้ตายมัดมือพนมระหว่างอก  ใช้เสื่อห่อมัดด้วยฝ้าย  (ด้าย)  ๓   เปลาะ   คือ  ระหว่างศอก  และข้อเท้า  จึงบรรจุเข้าโลงศพประดับโลงให้สวยงาม  และขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นพิธีซางผี     (ซางกะมูด)
พิธีชางกะมูด   เป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ของชาวไทโส้อย่างหนึ่ง  ซาง  แปลว่า  “กระทำ”    กะมูด  แปลว่า  “ผี”   ซางกะมูดมีความหมายถึงการทำให้ผีสุก  อันเป็นมงคลก่อนจะนำไปฝังหรือเผา  หากไม่กระทำผีนั้นก็จะยังเป็นผีดิบ  ซึ่งไม่เป็นมงคล(ผีในที่นี้หมายถึงซากศพ)
คนตายที่มีอายุตั้งแต่  ๒๐  ปีขึ้นไป  จึงจะทำพิธีซางได้  หากซากศพนั้นเป็นซากศพที่ตายปกติการทำพิธีซางจะทำได้เลย  หากเป็นซากศพที่ตายโดยอุบัติเหตุตายโดยผิดปกติธรรมดา  จะซางได้ก็ต่อเมื่อถึงขวบปีผ่านไปแล้วจึงจะทำพิธีซางได้
            ขั้นตอนพิธีซางกะมูด
๑.เมื่อมีการตายเกิดขึ้น  ญาติผู้ตายจะรีบแจ้งข่าวการตายให้น้าบ่าว “นั๊ว”   ให้ทราบทุกคนทั้งชายและหญิง    แจ้งข่าวให้เฒ่าแก่เจ้าฮีดหรือพิธีกรประจำหมู่บ้านเพื่อหาฤกษ์ยาม  ซึ่งการเก็บศพเผาหรือฝังในวันดังต่อไปนี้จะกระทำไม่ได้  คือ
๑.๑ วันอังคาร
๑.๒  วันเก้ากอง  หรือวันผ่านเดือน
บ้านน้าบ่าวเป็นครั้งที่สอง  เพื่อให้ทราบถึงการซางผีหรือซางกะมูด  ซึ่งครั้งแรกนั้นบอกข่าวการตาย  บอกเจ้าฮีด  บอกเขย  หมายถึงจุ้มเขย ทั้งหมด
๒.จัดของต้อนรับน้าบ่าววันแรก  ได้แก่  สำรับกับข้าว  ๒  สำรับ ไข่ไก่สำรับละ  ๒  ใบ  ให้น้าบ่าวเตรียมของออกมาครั้งแรก  คือ บร็องอะทาว (เหล้าไห)  ๑ คู่   ให้พิธีกรหรือยาอีก  ๑  ไห  มอบให้จ้ำผี  ๑  ไห
๓.  พิธีการที่ต้องจัดทำวันที่สองของการตาย
๓.๑ แจ้งให้น้าบ่าวทราบเรื่องการซางกะมูดอีก
๓.๒ น้าบ่าวเตรียมบร็องพลังยอง  ๑  คู่ (เหล่าไห)  มอบให้เจ้าฮีด  ๑  ไห  จ้ำผีที่ตาย  ๑  ไห  มีบทสนทนาดังนี้  น้าบ่าวถามว่า  “จ้ำเท่าไหร่”  ยาฮีด  ตอบว่า  “จ้ำบาตระกวอน”  แปลว่า  ๒  สำรับนิ้ว   เจียตะกวอน  หมายถึงอาหาร  ๔  สำรับ   “ปะละชึงบาท  ตะกลั๊วบาโต”  (เงิน  ๕  บาท  ถ้วย  ๒  ใบ)  อะบวยบาโต(ไก่  ๒  ตัว)  ซึ่งวันแรกนั้นจ้ำมวยตะกวอน  นั๊วบาตะกวอน  ปะละชซึงบาท(หมายความว่า  สำรับกับข้าวนั้นจ้ำผีหรือซากศพ  ๑ สำรับ  ให้น้าบ่าว  ๒ สำรับ  เงิน  ๕ บาท ส่วนวันที่สองของงานศพนั้น  ญาติผู้ตายไปบอกยาฮีด  (พิธีกร)  ยาฮีดจะไปบอกให้น้าบ่าวถือเทียนดอกไม้  ๑ คู่  เหล้า  ๒ ไห  และประกาศต่อเจ้าของบ้านว่า   “ไม้ฮักเพิ่งบ้าน  คานฮักเพิ่งเมือง  ให้ช่วยเหลือกันนำศพไปป่าช้าเน้อ  กอน  เจา  ยิ๊คู  นะ (ลูกหลานทุกคน)
๔.ก่อนการเคลื่อนย้ายศพออกจากบ้าน
๔.๑เจ้าจ้ำบอกผี  (ซากศพ)  ว่าถึงเวลาจะนำไปให้อยู่ในที่เป็นมงคลแล้ว   “ไปอยู่บ่อนฮ่มบ่อนเย็นเด้อ”   พร้อมกับหยิบข้าวสารหว่านไปที่ซากศพนั้น
๔.๒ พิธีซางผีขั้นสุดท้าย  คือ
-ยาฮีด  ถือถ้วยติดเทียนจุดไฟ  ๑  คู่  แล้วลุกขึ้นยืนคนที่  ๑  เดินนำหน้าเวียนขวา
-เขยกกเตะต่อย  เขยน้อยต่อยเปอะทูล  คือ  ถือบั้งหรือไหตบหรือตีแล้วลุกขึ้นยืน  คนที่  ๒ ถือเหล็กเคาะกันแล้วยืน  คนที่  ๓ ถือชามตบตีแล้วลุก
ทั้ง  ๔ คน  เดินแถวเรียงเดี่ยวตามหลังกันเวียนขวา  ๓  รอบ  แล้วเวียนซ้าย  ๓  รอบ  พร้อมกับร้องว่า   เฮะ  เฮะ  เฮะ   เป็นจังหวะเข้ากับเสียงตบไหหรือบั้ง  เคาะเหล็กและตบชาม  ส่วนน้าบ่าวหรือนั๊วนั้นนั่งอยู่ไม่ต้องทำอะไร  เมื่อเวียนขวาเวียนซ้ายเสร็จแล้ว  ทั้ง  ๔  คน  ก็นั่งลงเจ้าฮึดหรือพิธีกรจึงบอกน้าบ่าวว่า  ทำฮีดหรือพิธีเมื่อกี้นี้ถูกต้องหรือยัง น้าบ่าวก็จะตอบว่าถูกต้องแล้ว  เป็นมงคลดีนัก
๕. ขอขมา  จุ้มเขย  ลูกหลาน  จะเข้ามาขอขมาคารวะ  โดยเจ้าฮีดจะถือขันห้าซึ่งมีดอกไม้และเทียน  รวม  ๕ คู่  นำกล่าวว่า  หากผู้ใดได้ล่วงเกินกันในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ก็ขอให้อภัยแก่กัน  ต่อแต่นี้ไปจงแยกกันเดินคนละทาง  และอย่าเป็นห่วงลูกหลาน  ขอให้ผู้ตายไปเป็นสุขตามทางที่จะไปเถิด
๖.ตัดกรรมตัดเวร  เมื่อถึงป่าช้าก่อนจะเผาจะมีพิธีทางศาสนาเมื่อเสร็จพิธีทางศาสนา  ก็จะมีพิธีตัดเวรตัดกรรม  ดังนี้
พิธีกรหรือเจ้าฮีด จะใช้เถาวัลย์มา  ๑  เส้น  ยาวประมาณ  ๑-๒ วา  ปลายข้างหนึ่งจับไว้ที่โลงศพ  อีกข้างหนึ่งจับไว้ที่ลูกหลานและผู้แบกหามศพ  ยาฮีดก็จะกล่าวว่า  “ต่อนี้ตัดญาติขาดมิตรกันเดินทางคนละเส้นทางใครทางมัน   เอ้า   มวย   บา   ไป   ปูน   ซึง   ตาปัด   ตัดติง   เจอพร้อมกับใช้มีดตัดตรงกลางเถาวัลย์เส้นนั้น   แล้วพูดต่อไปอีกว่า   “ทางคนละเส้นตะเวนคนละหน่วย   อย่าเอิ้นว่าลูกหลานอีกต่อไป   โกล   กาล   อาล   ละมือ   เจอ   ละเนอ”   เป็นอันเสร็จพิธีซางกะมูด