พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร

อาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นพระมีเมตตา จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้า แห่งอีสาน ไม่ว่าท่านจะไปอยู่ ณ ที่ใด ผู้คนก็จะพากันไปกราบนมัสการท่านด้วยความเคารพ และพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร จะต้อนรับทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน ไม่มีเด็กไม่มีผู้ใหญ่ไม่มีคนจนคนรวย ไม่มีข้าราชการผู้ใหญ่ผู้น้อยทุกคนได้รับความเมตตาเอื้ออาทรเสมอหน้ากันทุกคน ท่านไม่เคยต้อนรับใครเป็นพิเศษ ท่านจึงเป็นพระของประชาชน

อาจารย์ฝั้น อาจาโร เดิมชื่อ ฝั้น สุวรรณรงค์ เกิดวันที่ 20 สิงหาคม 2442 ที่ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร บิดาชื่อ เจ้าไชยกุมาร (เม้า สุวรรณรงค์) มารดาชื่อ นางนุ้ย สุวรรณรงค์ มีพี่น้อง 8 คน พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นบุตรคนที่ 4 ได้บรรพชาเป็นสามเณรที่ วัดโพนทอง บ้านบะทอง ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร โดยประมาณปี พ.ศ.2416-2462 พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร มีอายุครบอุปสมบทเป็นพระในฝ่ายมหานิกาย มีพระครูป้อง (ป้อง นนทเสน) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระอาจารย์นวล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์สังข์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ที่วัดสุทธิบังคม ตำบลบ้านไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ท่านได้จำพรรษาอยู่วัดสุทธิบังคม เมื่อออกพรรษาท่านมาอยู่ที่วัดโพนทอง บ้านบะทอง กับพระอาญาครูธรรม บ้านเกิดของท่าน และได้ปฏิบัติฝึกกรรมฐานภาวนาครั้งแรกกับพระอาญาครูธรรม

พระอาจารย์ฝั้น ได้พบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เป็นครั้งแรกในปี 2463 ที่วัดป่าภูไทสามัคคี พร้อมด้วยพระอาญาครูดี และภิกษุกู่ ธัมมทินโน พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร พร้อมทั้งคณะถวายตัวเป็นศิษย์ของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ต่อมาพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และคณะได้พบกับพระอาจารย์ดุลย์ อตุโล ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านม่วงไข่ ตำบลพรรณานิคม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร ได้ศึกษาวิธีฝึกจิตภาวนาเบื้องต้น ต่อมาพระอาจารย์ดุลย์ อตุโล ได้นำพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร และคณะไปพบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ที่บ้านตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านได้ศึกษาอุบายวิธีการ ภาวนาจากพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต อย่างลึกซึ้ง และได้ไปพบกับพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล แนวป่าที่บ้านหนองดินดำ ใกล้บ้านตาลโกน และไปพบพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ที่บ้านหนองหวาย ท่านได้ศึกษาปฏิบัติธรรมพอสมควร พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ออกจาก สำนักของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ออกวิเวกไปยังพระพุทธบาทบัวบก อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี สภาพภูมิประเทศเป็นภูเขา

พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้เปลี่ยนเป็นธรรมยุติกนิกายเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ.2468 ที่วัดโพธิสมภรณ์ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีท่านเจ้าคุณพระธรรมเจดีย์ เป็นอุปัชฌาย์ พระอาจารย์รถ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์มุก เป็นอนุสาวนาจารย์ ในพรรษาที่ 1 ท่านได้เปลี่ยนนิกายญัตติเป็นธรรมยุติ ได้อยู่กับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ที่วัดอรัญญวาสี อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เมื่อออกพรรษาพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ท่านได้เที่ยวบำเพ็ญเพียรแสวงหาความวิเวกตามป่าช้า ป่าชัฎ ตามถ้ำภูเขาลำเนาไพร ไปตามจังหวัดอุดรธานี นครพนมอุบลราชธานี ยโสธร อำนาจเจริญ มุกดาหาร ขอนแก่น นครราชสีมา กรุงเทพฯ เชียงใหม่  หนองคาย เมืองเชียงตุง เป็นต้น ท่านเป็นพระที่มีความเคารพอ่อนน้อมกับพระเถระผู้ใหญ่ที่เป็นครูบาอาจารย์มาก ถ้าท่านไปอยู่กับพระอาจารย์รูปใดหรือหมู่ใดจะไม่ได้รับความหนักใจ ท่านจะปฏิบัติด้วยความเคารพและ เลื่อมใสในพระธรรมวินัย จากใจจริงมั่นคงอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา

อาจารย์ฝั้น อาจาโร เป็นพระที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดองอาจกล้าหาญ ร่าเริงท่ามกลางชุมนุมชนทุกชนชั้นทุกคณะบริษัท ในคืนวันที่ 4 มกราคม 2520 เวลา 19.50 นาที พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ได้มรณภาพที่วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร รวมอายุ 78 ปี ในสมัยที่ท่านมีชีวิตมักสอนศิษย์เสมอ ๆ ทุกคนจะต้องเข้ามหายุทธสงครามสักวันหนึ่ง คือการต่อสู้กับมัจจุราช เมื่อถึงวันนั้นแต่ละคนจะต้องต่อสู้เพื่อตนเอง และสู้โดยลำพัง ผู้ที่สู้ได้ดีจะไปดี คือ ไปสู่สุคติ ผู้ที่เพลี่ยงพล้ำจะไปร้าย คือไปสู่ทุคติ อาวช ที่จะใช้ต่อสู้มีสิ่งเดียวคือสติ ซึ่งจะสร้างสมได้ด้วยจิตภาวนา หลังจากพระราชทานเพลิงศพพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2521 ที่วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เป็นที่เรียบร้อย ต่อมาก็ได้จัดเตรียมสร้างพระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ตรงบริเวณที่พระราชทาน เพลิงศพท่าน
เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร
เจดีย์พิพิธภัณฑ์พระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ตั้งอยู่ที่วัดป่าอุดมสมพร อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร