ประวัติหลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
 
     
 

พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี (พระราชนิธิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฎ์) ท่านเป็นพระที่มุ่งเน้นศึกษาหลักธรรมะจากครูบาอาจารย์ของท่านคือ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ท่านถือพระอาจารย์เทกส์ เทสก์รังสี เป็นธรรมทายาทของท่าน จากการเป็นที่พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี เป็นที่ยอมรับ จนกระทั่งท่านเป็นเถระชั้นผู้ใหญ่ในสายพระป่า สายธรรมยุติกนิกาย ฝ่ายวิปัสนากรรมฐาน ท่านจาริกและอบรมสั่งสอนศิษย์และประชาชนทั่วไป ด้วยหลักธรรมะล้วน ๆ ไม่ยึดติดกับเครื่องรางของขลัง จากหนังสือธรรมะเล่มหนึ่งชื่อ "สิ้นโลกเหลือธรรม" "โลกคือจิตของคนเรา มาหลอกลวงจิตให้หลงในสิ่งต่าง ๆ ว่าเป็นจริงเป็นจัง แต่แล้วสิ่งเหล่านั้นเป็นเพียงมายาเท่านั้น เกิดมาแล้วก็สลาย แตกดับไปเป็นธรรมดาของมัน" โลกอันนี้ มันหากเป็นอย่างนั้น อย่าถือว่าเป็นของเรา ถือเอาก็ไม่ได้อะไร ไม่ถือก็ไม่ได้อะไร ปล่อยวางเสียให้เป็นของโลกอยู่ตามเดิม" และท่านไม่ติดยึดในเรื่องโชคชะตา ท่านยึดหลักคำสอนและการปฏิบัติเป็นแนวทางเป็นหลัก

พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี เดิมชื่อ เทสก์ นามสกุล เรี่ยวแรง เกิดวันที่ 26 เมษายน 2445 ที่ตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี บิดาชื่อ นายอุส่าห์ เรี่ยวแรง มารดาชื่อ นางครั่ง เรี่ยวแรง มีพี่น้อง 10 คน พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี เป็นคนที่ 9 ได้บรรพชา เป็นสามเณร 5 พรรษา เมื่อปี พ.ศ.2461 ได้ติดตามพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ไป จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อพระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี มีอายุได้ 22 ปี ได้อุปสมบทที่วัดสุทัศน์ จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ.2466 มีพระมหารัฐ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาปิ่น ปัญญาพโล เป็นกรรมวาจาจารย์ พระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี ออกธุดงค์กับอาจารย์ของท่านคือ พระอาจารย์ สิงห์ ขันตยาคโม กับพระมหาปิ่น ปัญญาพโล ซึ่งเป็นน้องชายของท่าน ออกจากจังหวัด อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ อุดรธานี และพบกับพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์เสาร์ กันตสี โลก ที่บ้านค้อ อำเภอบ้านผือ เป็นครั้งแรกในชีวิตของพระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี ที่ได้พบกับพระอาจารย์ทั้งสอง ผ่านมาทางจังหวัดสกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา หนองคาย เชียงใหม่ ประเทศเมียนมา (พม่า) จังหวัดลำพูน จันทบุรี ภูเก็ต พังงา กระบี่ กรุงเทพฯ สิงคโปร์ ออสเตรเลย อินโดนีเซีย เป็นต้น ท้ายสุดของการจาริกท่านได้มาสร้างวัดหินหมากเป้ง อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้อบรมสั่งสอนญาติโยมและสร้างพระอุโบสถ มณฑป ศาลาเทสรังสี หอระฆัง หอสมุด หอกลอง กุฎิเสนาสนะ เป็นต้น และในปี พ.ศ.2537 ได้ทำบุญฉลองอายุครบ 92 ปี บริบูรณ์ ณ วัดถ้ำขาม อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร และอาจารย์เทสก์ เทสรังสี ได้แสดงเจตนารมณ์ให้สาธุชนทั้งหลายได้ทราบด้วยคำปรารถในสัมโมทนียกถาเมื่อคราวทำบุญฉลองอายุ มีความตอนหนึ่งว่า " อาตมาจะขอเล่าเรื่องพระแก่องค์หนึ่ง จำพรรษาอยู่ที่วัดหินหมากเป้ง มาเป็นเวลานาน อยู่ดี ๆ ก็คิดอยากจะมาถ้ำขาม โดยที่ไม่ได้บอกให้ญาติโยมทราบโดยทั่วกัน หนีมาเฉย ๆ อย่างนั้นแหละ ต่อมาชาวจังหวัดสกลนครก็แห่กันมาเยี่ยมพระแก่บนถ้ำขาม ถามถึงเรื่องราวต่าง ๆ ที่มาพอทราบความแล้ว ญาติโยมชาวสกลนครจึงนิมนต์ให้อยู่จำพรรษา ณ วัดถ้ำขาม โดยต่างรับภาระปฏิบัติอุปัฎฐากเป็นอย่างดี มีปัจจัยสี่ เป็นต้น ไม่ให้ลำบากอดอยาก คิดไปแล้วก็น่าเสียดายมาก เมื่อก่อนยังหนุ่มไปมาคล่องแคล่ว ว่องไว ทำไมถึงไม่เห็นมา นี่แก่จนป่านนี้แล้ว อบรมสั่งสอนศีลธรรมแก่ประชาชนไม่ได้แล้ว จึงขึ้นมาอยู่ถ้ำขาม อย่างไรก็ตามคิดเสียว่า เป็นโชคของชาวสกลนครอีกเหมือนกันเพราะพระหนุ่ม ๆ มีถมไป หาดูได้ง่ายในที่ทั่วไป แต่พระแก่เช่นนี้หาดูได้ยาก... เอาเถิดไหน ๆ พระแก่องค์นั้นมาถึงที่นี่แล้ว ขอญาติโยมชาวสกลนครจงเมตตารับไว้ด้วย ดังคำผู้เฒ่าโบราณท่านพูดไว้ว่า "หามผีตกป่าช้าแล้ว ไม่ฝังก็ต้องเผา ที่จะเอากลับคืนไปบ้านอีกเป็นไม่มี เรื่องนี้ขอให้พี่น้องชาวสกลนครจงทนเอาเถิด วันหนึ่งข้างหน้าจะปรากฎความจริงให้เห็น"