วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
 
     
  สถานที่ตั้ง
วัดพระธาตุเชิงชุมตั้งอยู่ริมหนองหารในเขตเทศบาลสกลนคร มีพื้นที่ ๑๘ ไร่ งาน ๒๗ ตารางวา อยู่ปลายสุดของถนนเจริญเมือง มีอาณาเขตดังนี้
ทิศเหนือและทิศตะวันออก ติดกับหนองหารหลวงและบ้านเรือนชาวคุ้มทิศตะวันตก ติดกับถนนเรืองสวัสดิ์ ทิศใต้ ติดกับถนนเจริญเมือง

ประวัติความเป็นมา
ตามอุรังนิทาน กล่าวว่า วัดพระธาตุเชิงชุม เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาโปรดชาวเมืองหนองหารหลวง และกล่าวว่าบริเวณนี้เป็นที่บรรจุพระบาทของพระพุทธเจ้า พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กุสันโธ โกนาคมโน กัสสะโป และโคตมะ ซึ่งก่อนจะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน ต้องไปประทับรอยพระบาทไว้ทุกพระองค์ นับว่าพระพุทธเจ้าพระนามว่า ศรีอา-ริเมตรัย องค์ที่ ในภัทกัปป์นี้ก็จะประทับรอยพระบาทไว้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้จึงถือกันว่าวัดพระธาตุเชิงชุม จึงเป็นวัดแรกที่พระยาสุวรรณภิงคาระ พระะนางนารายณ์เจงเวง และเจ้าคำแดง อนุชาพระยาสิวรรณภิงคาร มาสร้างวัดขึ้นเมื่อย้ายราชธานีจากบริเวณซ่งน้ำพุและท่านางอายฝั่งตรงข้ามหนองหาร เมื่อครั้งหนองหารล่มเพราะการกระทำของพญานาค
อย่างไรก็ตาม จากหลักฐานเสมาหินที่พบอยู่รอบ วัดพระธาตุเชิงชุมและหลักฐานแท่นบูชารูปเคารพ ตลอดจนศิลาจารึกตัวอักษรขอมในพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ ซึ่งอยู่ติดผนังทางเข้าภายในอุโมงค์พระธาตุเชิงชุม (ชั้นใน ) ซึ่งก่อเป็นพระธาตุหรือสถูปขนาดเล็ก หลักฐานเหล่านี้บ่งบอกว่า บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมได้มีชุมชนเกิดขึ้นต่อเนื่องกันมา โดยเฉพาะศิลาจารึกที่กรอบประตูทางเข้าปรางค์ขอมหรือสถูป ซึ่งมีความกว้าง ๔๙ เซนติเมตร ยาว ๕๒ เซนติเมตร เขียนเป็นตัวอักษรขอมโบราณ เนื้อความกล่าวถึงบุคคลจำนวนหนึ่ง ได้พากันไปชี้แจงแก่โขลญพล หัวหน้าหมู่บ้าน พระนุรพิเนาตามคำแนะนำของกำแสดงว่าที่ดินที่ราษฎรหมู่บ้านพะนุรพิเนามอบให้โบลูญพลนี้มี ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นที่ดินในหลักเขต ให้ขึ้นกับหัวหน้าหมู่บ้านพะนุรพิเนา นอกจากเรื่องการมอบที่ดินแล้ว ข้อความตอนท้ายของจารึกได้กล่าวถึงการกัลปนาของโขลญพลที่ได้อุทิศตน สิ่งของที่นา แด่เทวสถานและสงกรานต์
กล่าวโดยสรุปในช่วงพุทธศตวรรษที่ ๑๕ - ๑๖ บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมคงถูกปกครองโดยคนกลุ่มขอมที่พากันสร้างวัด โดยอุทิศที่ดิน บริวาร ข้าทาส ให้ดูแลวัด หรือศาสนสถานแห่งนี้ ซึ่งอาจเป็นศาสนสถานตามคติพราหมณ์หรือพุทธมหายานก็ได้

ความสำคัญต่อชุมชน
หลักฐานการตั้งชุมชนบริเวณวัดพระธาตุเชิงชุมในสมัยรัตนโกสินทร์ค่อนข้างเด่นชัด โดยเฉพาะพงศาวดาร ฉบับพระยาประจันประเทศธานี (โง่คำ) กล่าวว่าในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โปรดเกล้าฯ ให้อุปฮาเมืองกาฬสินธุ์ พร้อมไพร่พลตัวเลกมาตั้งเมืองรักษาพระธาตุเชิงชุม เมื่อมีผู้คนมากขึ้นก็โปรดเกล้าฯ ให้ยกบ้านธาตุเชิงชุม ขึ้นเป็นเมืองสกลทวาปี เมื่อปี พ.ศ. ๒๓๒๙ อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดศึกเจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์เป็นกบฏใน พ.ศ. ๒๓๗๐ เมืองสกลนครต้องโทษเป็นกบขัดขืนอาญาศึก เจ้าเมืองฝักใฝ่กับเจ้าอนุวงค์ไม่ได้เตรียมกำลังไพร่พล กระสุนดินดำ เว้ให้ทัพหลวงตามคำสั่ง พระธานีเจ้าเมืองสกลทวาปีถูกประหารชีวิต ญาติพี่น้องเจ้าเมืองถูกกวาดต้อนไปอยู่เมืองบิลประจันคาม จึงทำให้บริเวณวัดพระธาตุเชิงชุม ซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองถูกทิ้งร้างชั่วคราวปล่อยให้หมู่บ้านรอบ ๑๐ หมู่บ้านเป็นข้าพระธาตุดูแลวัดแห่งนี้
หลังการกบของเจ้าอนุวงศ์ ราชวงศ์ (คำ) แห่งเมืองมหาชัยกองแก้วได้เข้ามาพึ่งบรมโพธิสมภาร โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นพระประเทศธานี(คำ) เจ้าเมืองและให้ราชวงศ์เมืองกาฬสินธุ์มาดำรงตำแหน่งอุปฮา ให้ท้าวอินน้องชายราชวงศ์(คำ)เป็นราชวงศ์ ให้ท้าวบุตรเมืองกาฬสินธุ์เป็นราชวงศ์ มีการสร้างกุฏิ ศาลาการเปรียญตั้งแต่นั้นมาวัดพระธาตุเชิงชุมก็เจริญขึ้นตามลำดับ
จึงถือว่าวัดพระธาตุเชิงชุมเป็นศูนย์กลางของเมืองสกลนครมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม
วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร มีโบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญ นับแต่องค์พระธาตุเชิงชุม หลวงพ่อพระพุทธองค์แสน พระอุโบสถ พระวิหาร หอจำศีล (สิมหลังเล็ก) ๙๐ ไตร ฯลฯ
พระธาตุเชิงชุมเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนสี่เหลี่ยม สูง ๒๔ เมตรเศษ มีซุ้มประตู ด้าน คือ ด้านตะวันตก ด้านเหนือ ด้านใต้ ลักษณะประตูเป็นประตูปิด - เปิดได้ แต่เปิดไม่ได้มากเพราะติดองค์สถูปภายใน ซึ่งเจดีย์องค์ใหม่สร้างครอบไว้ ส่วนด้านตะวันออกเป็นประตูทางเข้าสถูปภายในวิหาร
ทรวดทรงของพระธาตุเชิงชุม เป็นทรงเจดีย์สี่เหลี่ยมลดชั้นจากฐานขึ้นไปสู่ยอดเป็นช่วง ช่วง จึงถึงเต้าระฆัง และรับด้วยดวงปลีที่ทำเป็นทรงบัวเหลี่ยมปักยอดฉัตรทองคำ ลักษณะการลดชั้นเจดีย์รับด้วยดวงปลีทรงบัวเหลี่ยม ทำให้องค์พระธาตุเชิงชุมมีความสวยงามกระทัดรัดไม่เทอะทะ เช่น เจดีย์ทรงฐานกว้างเตี้ย นอกจากนี้สถาปนิกยังสร้างให้ซุ้มประตู ด้าน เพื่อให้ประชาชนเห็นองค์พระธาตุ(สถูป) เดิมภายใน ต่อมาได้มีการนำพระพุทธรูปปางห้ามญาติ อิทธิพลล้านช้าง มาติดไว้ในซุ้มทั้ง ด้าน นับว่าเป็นส่วนประกอบองค์สถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ และเป็นประติมากรรมแบบล้านช้างที่แท้จริง
องค์ประกอบสำคัญขององค์พระธาตุเชิงชุมคือ ซุ้มประตูโขงทรงหอแก้วดอเป็นลักษณะหอแก้วเฟื่อง คือ มีขนาดพองาม และในพื้นที่ครึ่งหนึ่งของปริมณฑล ทำให้พื้นที่บริเวณฐานเจดีย์องค์พระธาตุสวยงาม ในส่วนรายละเอียดของซุ้มประตูนั้นเป็นงานสถาปัตยกรรมฝีมือช่างชั้นครู โดยเฉพาะลายของก้นหอยซึ่งทำขนาดใหญ่น้อยเรียงกันไป เพียงแต่มีปูนขาวทาบทับปิดบังความคมชัดของลายก้นหอยอันวิจิตรบรรจง

เส้นทางเข้าสู่วัดพระธาตุเชิงชุมวรวิหาร
อยู่ในเขตเทศบาลเมืองสกลนคร ไปตามถนนเจริญเมือง ติดกับหนองหารหลวงมีถนนสะดวกต่อการเดินทาง