วันพืชมงคล  
     
  ความหมาย

          วันพืชมงคล หมายถึง วันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สืบทอดมาแต่โบราณ เพื่อเป็นศิริมงคลแด่พืชพันธ์ธัญญาหารบำรุงขวัญเกษตรกรและเตือนให้เริ่มเพาะปลูกข้าวและพืชไร่
อันเป็นธัญญาหาร หลักในการดำรงชีวิตของชาวไทย


ความเป็นมา

         พระราชพิธีมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในสมัยโบราณคงจะเป็นพิธีที่มีความมุ่งหมายเพื่อบำรุงขวัญและเตือนให้เริ่มเพาะปลูกพืชผลโดยเฉพาะคือการทำนา ซึ่งเป็นธัญญาหารหลักสำคัญยิ่งของการดำรงชีวิตผู้ปกครองหรือผู้เป็นประมุขของประเทศเมื่อถึงฤดูกาลที่ควรจะเริ่มลงมือ
เพาะปลูกพืชผลจึงต้องประกอบกรณียกิจเป็นผู้นำโดยลงมือไถหว่านพืชพันธุ์ธัญญาหารเป็นตัวอย่างเพื่อเตือนว่าถึงเวลาประกอบการเพาะปลูกตามฤดูกาลแล้ว
          ต่อมากาลเวลาได้เปลี่ยนแปลงไป ได้มีการพิธีเรียกว่า จรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งพราหมณ์ผู้เป็นเจ้าลัทธิส่งเสริมให้มีอำนาจและ
ความสวัสดีต่าง ๆ เป็นผู้แนะนำประกอบพิธีตามลัทธิไสยศาสตร์ของพราหมณ์ในพิธีนี้ พระมหากษัตริย์ หรือประมุขของประเทศอาจจะ
ทรงมีพระราชภารกิจอื่นจึงโปรด แต่งตั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดให้ทำแทนพระองค์ เรียกว่า พระยาแรกนา ทำหน้าที่ ไถ หว่าน ธัญญพืช
พระมเหสีหรือชายาที่เคยร่วม การไถ หว่าน   ก็เปลี่ยนเป็นจัดให้นางในท้าวนางในราชสำนักออกไปทำหน้าที่ หาบกระบุงพันธุ์พืชช่วยพระยา-
แรกนาไถ หว่าน เรียกว่า เทพี
          พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญมีมานานนับพัน ๆ ปี และมีเกือบทุก ชาติ เช่น จีน อินเดีย เป็นต้น สำหรับประเทศไทยมีมาตั้งแต่
สมัยสุโขทัยและสืบต่อมาในสมัยอยุธยาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญที่ทำในรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓
เป็นพิธีพราหมณ์ตามแบบในสมัยอยุธยาไม่มีพิธีสงฆ์ประกอบ
          ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๔ ทรงพระราชดำริโปรดให้มีพิธีสงฆ์ ทางพระพุทธศาสนาร่วมประกอบ
ในพิธีด้วย เพื่อเป็นสิริมงคลแก่พืชพันธุ์ธัญญาหารที่นำเข้ามาตั้งในมณฑลพิธีแล้วจึงนำไถหว่านในการแรกนาขวัญ เรียกพระราชพิธีใน
ตอนนี้ว่า พืชมงคล เมื่อรวม ๒ พิธีแล้วเรียกว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นราชประเพณีสืบมาโดยจัดเป็นงาน ๒ วัน
วันแรกเป็นพระราชพิธีพืชมงคลซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ วันรุ่งขึ้นเป็นพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์  
          พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีสิริมงคล เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกร จึงเป็นวันที่มีความสำคัญ โบราณจารย์จึงได้วางหลัก
เกณฑ์ให้ประกอบพิธีในวันที่ดีที่สุดของแต่ละปี ประกอบด้วย ขึ้น แรมฤกษ์ยาม ให้ได้วันอันเป็นอุดมฤกษ์ตามตำราโหราศาสตร์แต่ต้องอยู่ใน
ระหว่างเดือน ๖ โดยที่มีประเพณีต้องหาฤกษ์ตามตำราทางจันทรคติพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จึงไม่ได้กำหนดวันเวลาไว้
้ตายตัว   ตามปกติแล้วจะตกอยู่ในระหว่างเดือนพฤษภาคม การที่ต้องกำหนดให้อยในเดือน ๖   ก็เพราะเดือนนี้เริ่มจะเข้าฤดูฝนเป็นระยะ
เวลาที่ เหมาะสมสำหรับเกษตรกร   ชาวไร่  ชาวนา จะได้เตรียมทำนาอันเป็นอาชีพหลักสำคัญของชาวไทยมาแต่โบราณ   เมื่อโหรหลวง
คำนวนได้วันอุดมมงคลพระฤกษ์ ที่จะประกอบพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแล้ว   สำนักพระราชวังจะได้ ลงไว้ในปฏิทินหลวง
ที่พระราชทานในวันขึ้นปีใหม่ทุกปีและได้กำหนดไว้ว่าวันใดเป็นวันพืชมงคล   วันใดเป็นวันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ   วันแรกนาขวัญเป็น
สำคัญของชาติ   คณะรัฐมนตรีมีมติให้หยุดราชการ ๑ วัน และมีประกาศให้ชักธงชาติตามระเบียบทางราชการ
          พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญได้ปฏิบัติเป็นราชประเพณีตลอดมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๗๙ แล้วได้เว้นว่างไป   ต่อมา  พ.ศ. ๒๔๘๓ทางรัฐบาลสั่งให้กำหนดมีการพระราชพิธีเฉพาะแต่พืชมงคลที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามตามราชประเพณีที่เคยปฏิบัติมา
          พระราชพิธีพืชมงคลเป็นส่วนประกอบเพื่อสิริมงคลแก่พันธุ์พืชสำหรับนำไปใช้ในการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ กำหนด
งานก่อนวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ๑ วัน มีอ่านประกาศถึงความสำคัญที่จะเริ่มพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ   ในประกาศนั้น
อ้างหลักธรรมทางพุทธศาสนาสมัยพุทธกาล  คราวเกิดฝนแล้ง   ด้วยพุทธานุภาพทรงบันดาลให้ฝนตก ทำนา ทำไร่  หว่านพืชผลได้ตามปรกติ
และกล่าวถึงตำนานการสร้างพระคันธารราษฎร์อันเกี่ยวด้วยพุทธานุภาพที่ทรงบันดาลให้ฝนตกจึงได้สร้างขึ้น ณ เมืองคันธาราษฎร์ ครั้งอดีตกาล
แล้วประกาศสดุดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกองค์ปฐมกษัตริย์   ที่ได้ทรงสร้างพระพุทธคันธาราษฎร์ขึ้นไว้   เพื่อ
ประกอบการพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญตามตำนานที่มีมาแต่โบราณกาล  ซึ่งเป็นราชประเพณีที่พระมหากษัตริย์ทรงอนุวัติจัดงาน
พระราชพิธีนี้สืบมาสุดท้ายประกาศถวายพระพรชัยมงคล   และขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาเทพยดาทั้งปวงประสิทธิ
ประสาทให้พืชพันธุ์ธัญญาหารในราชอาณาจักรอุดมสมบูรณ์งอกงามเจริญดี   ตลอดจนขอให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล  จบประกาศแล้วพระสงฆ์
๑๑ รูป เจริญพระพุทธมนต์เป็นคาถาพิเศษสำหรับพืชมงคลโดยเฉพาะเพื่อเสกพืชพันธุ์ต่าง ๆ ที่ได้นำมาตั้งเข้าพิธีมณฑลมีข้าวเปลือกพันธุ์
ต่าง ๆ  ถั่วทุกชนิด ข้าวโพด งา ฟัก แฟง แตงกวา เผือก มัน ฝ้าย เป็นต้น
          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๐๓   เลขาธิการพระราชวังพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่าพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
แต่เดิมจัดเป็น ๒ วันแล้วได้ระงับไปคงได้แต่พิธีพืชมงคลจัดเป็นงานประจำทุกปี   สำหรับปี พ.ศ. ๒๕๐๓ทางรัฐบาลเห็นควรจัดให้มีการ
แรกนาขวัญขึ้นอย่างเดิมเพื่อรักษาบูรพประเพณีอันเป็นมิ่งขวัญของการเกษตรไว้สืบต่อไป   สำนักพระราชวังและกระทรวงเกษตรจึงได้
้กำหนดงานพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ   ตามราชประเพณีเดิมขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ จนถึงปัจจุบันนี้ และพระบาทสมเด็จพระเจ้า
อยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานการพระราชพิธีทุกปีทรงมีพระราชกระแสให้ปรับปรุงพระราชพิธีเพื่อความเหมาะสมตาม
ยุคสมัยด้วยพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญแต่เดิมมาทำที่ทุ่งนาพญาไท   เมื่อได้มีการฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญขึ้นใหม่ จึงจัดให้มีขึ้นที่ท้องสนามหลวง ซึ่งเคยเป็นที่ประกอบพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญในรัชกาลที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓
          ส่วนผู้ที่จะเป็นพระยาแรกนาในสมัยก่อนเคยโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ เป็นพระยาแรกนา
และผู้ที่เป็นเทพีหาบกระบุงทอง กระบุงเงิน บรรจุข้าวเปลือกหว่านนั้นโปรดเกล้าฯ ให้จัดท้าวนางฝ่ายใน       เมื่อเวลาได้เปลี่ยนแปลงหน้าที่
ตำแหน่งไปแล้วเช่นนี้ เมื่อเริ่มฟื้นฟูพระราชพิธีจรดพระมังคัลแรกนาขวัญขึ้นมาใหม่   พระยาแรกนาจึงได้แก่ อธิบดีกรมการข้าวกระทรวง
เกษตร เทพีได้คัดเลือกจากข้าราชการสตรีผู้มีเกียรติในกระทรวงเกษตรในปีต่อมาจนปัจจุบันผู้เป็นพระยาแรกนา ได้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งปลัด
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนเทพีนั้นคัดเลือกจากข้าราชการสตรีโสดในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระดับ ๓ - ๔ คือขั้นโทขึ้นไป
          พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพิธีเพื่อสิริมงคลแก่
พืชพันธุ์ธัญญาหารสนับสนุนส่งเสริมชาวไร่ ชาวนาในการประกอบอาชีพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งได้เสด็จฯ
มาเป็นประธานอธิษฐานของความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารให้แก่ อาณาจักรไทยและได้ทรงปลูกพันธุ์ข้าวทดลองในนาทดลองบริเวณ
สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นพระราชฐานที่ประทับ เมื่อเก็บเกี่ยวแล้วพระราชทานนำมาเข้าในพระราชพิธี ประมาณ ๔๐ - ๕๐ กิโลกรัม
เมล็ดพันธุ์ข้าวที่พระราชทานมาเข้าพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนี้  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้แบ่งไปหว่านที่ลานประกอบพระราชพิธี
จรดพระนังคัลแรกนาขวัญส่วนหนึ่งอีกส่วนหนึ่งจัดบรรจุซองส่งไปยังจังหวัดต่าง ๆ  ทั่วราชอาณาจักรสำหรับแจกจ่ายแก่เกษตรกร เพื่อเป็น
สิริมงคลตามพระราชประสงค์ที่ทรงส่งเสริมการเกษตร

พระราชพิธีพืชมงคล

          ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม   เจ้าหน้าที่เชิญพระปฏิมาชัยวัฒน์รัชกาลปัจจุบันพระพุทธคันธารราษฎร์ของรัชกาลที่ ๑ พระพุทธ
รูปปางสมาธิทรงภาวนาให้ต้นข้าวเกิดงอกงามรอบพุทธบัลลังก์  รัชกาลที่ ๑ ทรงสร้าง พระชัยนวโลหะ รัชกาลที่ ๔ พระชัยนวโลหะ
รัชกาลที่ ๕ พระคันธารราษฎร์ขอฝนแบบจีน   พระบัวเข็ม   เทวรูปพระพลเทพ   พระโคอุศุภราช   ตั้งบนม้าหมู่ในธรรมาสน์ศิลาหน้าฐาน
ชุกชีพุทธบังลังก์บุษบก พระพุทธมหามณีรัตนปฏิกร   ใต้ธรรมาสน์ศิลาตั้งกระบุงทอง   กระบุงเงินอย่างละคู่บรรจุข้าวเปลือกพันธุ์ดีที่เป็นของ
พระราชทานจากนาทดลอง   และมีถุงบรรจุพันธุ์พืชต่าง ๆ คือ ผักกาดกวางตุ้งดอก ผักกาดหอม ข้าวโพดขาว ผักกาดขาวปลี แตงกวา พริกชี้ฟ้า
แตงกวาผสม ละหุ่ง ผักกาดหัว บวบเหลี่ยม มะระจีน คะน้าใบ ผักกาดขาวใหญ่ ถั่วฝักยาว ถั่วแขก ตั้งโอ๋ น้ำเต้า ข้าวโพดเกษตร   ถั่วเหลือง
ถั่วเขียว เมล็ดงา ผักปวยเล้ง กระเจี๊ยบ  ขึ้นฉ่าย  ซุนฉ่าย    ฟักเขียวผักกาดขาวปลี ผักชี ผักกาดเขียวกวางตุ้ง แฟง ผักขมจีน เผือก มัน
แล้ววงสายสิญจน์จากพระพุทธรูปสำคัญโยงไปถวายพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ หน้าธรรมาสน์ศิลาทองเครื่องนมัสการพุ่มพาน
ดอกไม้ธูปเทียนไว้พร้อม
          ก่อนเวลาเสด็จพระราชดำเนิน พระยาแรกนาแต่งกายเครื่องแบบครึ่งยศประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เทพีทั้ง ๔ แต่งกายชุดไหมไทย
ห่มสไบผ้าไหมประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ มายังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม จุดธูปเมียนสักการะบูชาพระพุทธมหามณี
รัตนปฏิมากร แล้วไปนั่งเก้าอี้ที่เฝ้าฯ ตามลำดับ
          เวลา ๑๖ นาฬิกา ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์
พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิตไปยังพระบรมมหาราชวัง เสด็จพระราชดำเนินขึ้นสู่พระอุโบสถ พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงจุดเทียนท้ายที่นั่งบูชาพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร   พระสัมพุทธพรรณี  พระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาท-
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก   พระพุทธรูปฉลองพระองค์พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย   และทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการที่
หน้าธรรมมาสน์ศิลา  ทรงกราบ   ทรงรับการถวายความเคารพของผู้มาเฝ้าฯแล้วประทับพระราชอาสน์   เจ้าหน้าที่กองศาสนูปถัมภ์กรมการ
ศาสนาอาราธนาศีลพระราชาคณะถวายศืล   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศีล เมื่อทรงศีลแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ
ไปที่ธรรมาสน์ ศิลาทรงพระสุร่ายสรงพระพุทธปฏิมาชัยวัฒน์และพระพุทธรูปสำคัญ แล้วทรงประพรมพืชต่าง ๆ ทรงโปรยดอกไม้
มีดอกมะลิและกลีบกุหลาบแล้วถวายพวงมาลัยที่พระพุทธรูปทุกองค์โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ทูลเกล้าฯ ถวาย
แล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนพระคันธารราษฎร์๒ คู่ และทรงจุดเทียนที่พระคันธาราษฎร์จีนอีก ๑ เล่ม ทรงกราบอธิษฐาน
ขอความสมบูรณ์แห่งพืชผลของราชอาณาจักรแล้วประทับพระราชอาสน์หัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคล
          เมื่อหัวหน้าพราหมณ์อ่านประกาศพระราชพิธีพืชมงคลจบพระสงฆ์ ๑๑ รูป มีพระราชาคณะวัดระฆังโฆสิตารามเป็นประธานสงฆ์
และพระเปรียญ ๙ ประโยค จากวัดต่าง ๆ อีก ๑๐ รูป รวมเป็น  ๑๑ รูปเจริญพระพุทธมนต์คาถาพืชมงคล จบ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาแรกนา เข้าเฝ้าฯ คุกเข่าถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงหลั่งน้ำสังข์พระราชทานรด
ที่ศีรษะทรงเจิมแป้งกระแจะที่หน้าผาก พระราชทานใบมะตูนทัดที่ซอกหูขวาและพระราชทานธำรงค์นพเก้าสำหรับสวมที่มือขวา ๑ วง ที่มือซ้าย ๑
วง แล้วพระราชทานพระแสงปฏักที่จะถือใช้วันจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ แล้วลุกขึ้นถวายคำนับ กลับไปนั่งเฝ้าฯ ที่เดิมต่อจากนี้ข้าราชการสตรี
ในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเทพี ๔ คนถวายความเคารพเดินเข้าไปหมอบเฝ้าฯ   พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงหลั่งน้ำสังข์พระราชทานรดที่ศีรษะ ทรงเจิม พระราชทานใบมะตูมทัดที่ซอกหูขวาตามลำดับ ขณะที่พระยาแรกนาและเทพีรับพระราชทาน
น้ำสังข์นั้น พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถาจนเสร็จการพระราชทานน้ำสังข์
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมซึ่งบรรจุในถาดมีคนโทแก้วบรรจุน้ำฝนด้วย   เป็นราชประเพณี
ที่จะต้องจัดภาชนะบรรจุน้ำฝนถวายพระสงฆ์เฉพาะงานพระราชพิธีมงคล ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ทรงพระราชดำริ
ไว้   เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแล้ว ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนาถวายอดิเรก แล้วออกจาก
พระอุโบสถ
          เมื่อพระสงฆ์ออกจากพระอุโบสถแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯไปทรงกราบที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงรับการถวายความ
เคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จพระราชดำเนินกลับ
          หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชดำเนินกลับแล้วคณะพราหมณ์เชิญเทวรูปสำคัญที่ตั้งในมณฑลพิธี คือ พระพลเทพ
พระโคอุศุภราช ไปเข้าเบญจาพิธีมณฑล ณ โรงพิธีพราหมณ์ ที่ท้องสนามหลวง ที่แท่นมณฑลพิธีนี้ พราหมณ์ได้เชิญเทวรูปสำคัญ
จากเทวสถานเสาชิงช้ามาตั้งเข้าพิธีคือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระอุมาพระพรหม และพระพิฆเณศวร์ พร้อมด้วยกระบุงทอง กระบุงเงินบรรจุข้าวเปลือกที่ได้เข้าพิธีในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามรวมทั้งพืชพันธุ์ต่าง ๆและเครื่องพิธีตามลัทธิธรรมเนียมของพราหมณ์คณะพราหมณ์ประกอบพิธีกรรมสวดบูชาพระเวทย์ตลอดคืน

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ
          เวลาประมาณ ๖ นาฬิกา พระยาแรกนาพร้อมด้วยเทพีแต่งการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์   พระยาแรกนาสวมสนับเพลาปลายขอบปัก
ดิ้นทอง ถุงเท้าขาว   รองเท้าหุ้มส้นสีดำไม่ผูกเชือกมีกรอบทำด้วยโลหะสีทองติดคล้ายโบนุ่งผ้าเยียรบับชายพกพับจีบ ไม่จีบโจง ใช้เชือกสานแถบ
รัดเอวสวมเสื้อเยียรบับพื้นเขียว ลายทองแขนยาวแบบราชการ  กระดุม๕ เม็ด  สวมสายสะพายและประดับราชอิสริยาภรณ์คาดเข็มขัดทำด้วย
อิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า   ส่วนเทพีมุ่งจีบหน้านางผ้าเยียรบับหรือผ้าไหมไทยทอยกดอกลายสีทองพื้นสีตามความเหมาะสม   สวมเสื้อไหม
ไทย รัดรูปแขนยาวคาดเข็มขัดทำด้วยโลหะเป็นเกลียว เกี่ยวขัดสีทองห่มผ้าสไบปักทองแล่ง   ประดับอาภรณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ได้
้รับพระราชทาน   สวมถุงเท้าสีเนื้อ   รองเท้าหนังหุ้มส้นสีทองปลายงอนเสร็จแล้วพระยาแรกนาขึ้นรถนต์หลวงออกจากกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ไปยังพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม   เทพีและข้าราชการ(แต่งเครื่องแบบเต็มยศประดับราชอิสริยาภรณ์) เชิญเครื่องยศขึ้นรถตาม
เป็นกระบวน เมื่อเข้าสู่พระอุโบสถแล้วพระยาแรกนาและเทพีจุดธูปเทียนถวายนมัสการบูชาพระพุทธมณีรัตนปฏิมากร   แล้วไปที่ปราสาทพระเทพ
บิดรถวายสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชแล้วไปขึ้นรถยนต์หลวง เป็นกระบวนออกจากวัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยัง
ท้องสนามหลวง
          เวลา ๗ นาฬิกา เจ้าพนักงานจัดคั้งริ้วกระบวนอิสริยยศตามแบบประเพณี โบราณรับพระยาแรกนา   พระยาแรกนาลงจากรถยนต์หลวง
แล้วสวมลอมพอกเดินเข้าประจำที่ในกระบวนพร้อมด้วยคู่เคียง ๒ ข้าง ๆละ ๘ นาย ผู้เชิญเครื่องยศและเทพีจัดเป็นรูปกระบวนยาตราไปยังโรงพิธี
ีพราหมณ์   ประโคมกลองชนะ   สังข์  แตร ตลอดทาง

ริ้วกระบวนอิสริยศพระยาแรกนา

 
 
นำริ้ว ๑ นุ่งผ้าม่วงเชิง เสื้อนอกขาวหมวกทรงประพาสดำ
จ่าปี่ ๒ สวมกางเกงมัสรู่ไหมเหลือง เสื้อเข้มขาบหมวกทรงประพาสโหมดเทศยอดเกี้ยว
กลองชนะ แถวละ ๑๐ คน ๒ แถวสวมกางเกงปักสตูแดงปลายขาขลิบขอบเหลือง
เสื้อปัสตูแดง ปลายแขนขลิบขอบเหลือง หมวกกลีบลำดวนขลิบเหลือง
แตรฝรั่ง ๑๐
แตรงอน ๑๐
สวมกางเกงปัสตูแดงปลายขาขลิบขอบเหลืองเสื้อปัสตูแดงแขนบาน
ขลิบปลายลูกไม้กระจังสีทองหมวกทรงกรายปัสตูแดงขอบขลิบลูกไม้ กระจังยอดจุกขาว
พราหมณ์เป่าสังข์ ๒ พราหมณ์ เดินนำในกระบวน  หน้ากรรชิง
กรรชิง  หน้า ๒
กรรชิง  หลัง ๒
สวมกางเกงมัสรู่ริ้วไหมสีเหลืองพื้นแดง  เสื้อมัสรู่แขนยาวปลายแขนขลิบ
กระจังสีทอง  หมวกหูกระต่ายแดงขลิบขอบเหลือง
คู่เคียง ข้างละ ๘ คน ๒ ข้าง ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ระดับ ๕- ๖แต่งเครื่องแบบเต็มยศ
 
 

พระยาแรกนาเข้ากระบวนเดินอยู่กลางระหว่างคู่เคียง มีพนักงานเชิญบังสูรย์และสัปทนกางกั้น    พนักงานนุ่งผ้าม่วงสีน้ำเงิน เสื้อนอกขาวคาดรัดประคดแดง
หลังพระยาแรกนาข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์   ระดับ ๕ - ๖แต่งเครื่องแบบเต็มยศเชิญเครื่องยศของพระยาแรกนา ซึ่งได้ราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า  มีพานหมากทองคำลงยาเครื่องพร้อม( มี จอกหมาก จอกยาฝอย ซองพลูตลับภู่ มีดเจียนหมากทำด้วยทองคำ)
กระโถนทองคำขอบสลัก กาน้ำทองคำทรงมัน มีพานรอง คนโททองคำมีพานรอง)
          เมื่อพระยาแรกนาเข้าสู่โรงพิธีพราหมณ์   หัวหน้าพราหมณ์เชิญพระยาแรกนาไปที่แท่นเบญจามณฑลพิธี   จุดธูปเทียนบูชาเทวรูปพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเชิญมาประดิษฐานในการประกอบพิธีจรดพระ
นังคัลแรกนาขวัญ   คือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระอุมา พระพรหมพระพิฆเณศวร์ พระพลเทพ พระโคอุศุภราช พระยาแรกนาจุดธูปเทียนสักการะบูชาแล้วไปนั่งพัก ณ เก้าอี้ที่จัดให้พร้อมด้วยเทพีและผู้เชิญเครื่องยศ   หัวหน้าพราหมณ์เข้าไปหลั่งน้ำสังข์ที่มือและให้ใบมะตูมแก่พระยาแรกนาและเทพีทั้ง ๔ ต่อจากนี้หัวหน้าพราหมณ์เชิญโต๊ะเงินใส่ผ้านุ่งสำหรับเสี่ยงทายมีผ้าที่นุ่งอยู่เดิม   ผ้านุ่งเสี่ยงทายมี ๓ ผืนขนาดกว้าง ๔ คืบ ๕ คืบ ๖ คืบ มีคำพยากรณ์ ดังนี้

          ผ้า ๔ คืบ    พยากรณ์ว่า    น้ำจะมากสักหน่อย นาในที่ดอนจะ
                                                  ได้ผลบริบูรณ์ดี   นาในที่ลุ่มอาจจะ
                                                   เสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่
         
ผ้า ๕ คืบ    พยากรณ์ว่า    น้ำในปีนี้จะมีปริมาณพอดี  ข้าวกล้า
                                                  ในนาจะได้ผลสมบูรณ์และผลาหาร
                                                   มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์
          
ผ้า ๖ คืบ    พยากรณ์ว่า    น้ำน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี
                                                   แต่นาในที่ดอนอาจจะเสียหายบ้าง
                                                   ได้ผลไม่เต็มที่
          ครั้นพระยาแรกนานุ่งผ้าเสี่ยงหายทับอีกชั้นหนึ่งแล้วออกมานั่งรอณ ที่เดิม
          เวลา ๘ นาฬิกา   ๓๐ นาที พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระตำหนักจิตรดารโหฐาน
พระราชวังดุสิต มาถึงพลับพลา ณ ท้องสนามหลวง พระบรมวงศานุวงศ์องคมนตรี นายกรัฐมนตรี   ประธานศาลฎีกา ประธานรัฐสภา รัฐมนตรีข้าราชการ ทหารพลเรือน และคณะทูตานุทูต เฝ้าฯ รับเสด็จ นอกจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดที่นั่งไว้ในปะรำ ให้กลุ่มชาวนาเกษตรกรเฝ้าฯ และชมพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญด้วย
          เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ถึงแถวทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์เป่าแตรถวายความเคารพ ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ขึ้นประทับ ณ มุขกลาง
พลับพลา          ส่วนทางโรงพิธีพราหมณ์ตั้งแถวแตรกลองชนะยืนอยู่กับที่ และได้ตั้งกระบวนสำหรับพระยาแรกนาจะเข้าสู่ลานแรกนา   มีราชบัณฑิต๑ (ผู้เป็นเปรียญธรรม) เชิญพระเต้าเทวบิฐบรรจุน้ำพระพุทธมนต์  พระเต้านี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงสร้างขึ้น
และโปรดให้ใช้ประพรมพื้นแผ่นดินในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นราชประเพณีสืบมา   ถัดจากราชบัณฑิตมีพราหมณ์เป่าสังข์ ๑ คู่ พราหมณ์เชิญ พระโคอุศุภราช ๑ คนนำ และมีกรรชิงหน้า ๑ คู่ กรรชิงหลัง ๑ คู่ แล้วถึงพระยาแรกนาถึงพระแสงปฏักที่ได้รับพระราชทาน หลังพระยาแรกนา หัวหน้าพราหมณ์เดิมตาม แล้วเทพีทั้ง๔ หาบกระบุงทอง ๑ คู่ เงิน ๑ คู่ บรรจุข้าวเปลือกตาม   เมื่อถึงพลับพลาที่ประทับพระยาแรกนาส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าพราหมณ์ถือไว้พระยาแรกนาเข้าไปเฝ้าฯ ที่ชานชั้นลดพลับพลาตรงที่ประทับ คุกเข่า ถวายบังคม ๓ ครั้ง   แล้วถอยออกมารับพระแสงปฏักจากหัวหน้า
พราหมณ์เดินเข้าสู่ลานแรกนา ตรงไปที่พระโค ๒ ตัวที่เทียมแอกพระยาแรกนาเจิมคันไถแล้วเจิมพระโคทั้งคู่
          ครั้นได้มงคลอุดมฤกษ์   โหรหลวงบูชาพระฤกษ์และลั่นฆ้องชัยเจ้าพนักงานพิธีย่ำมโหระทึกประโคมแตรฝรั่ง ปี่พาทย์ทำเพลงพร้อมกันพระยาแรกนาจับหางคันไถมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งถือพระแสงปฏัก   บัณฑิต
ถือพระเต้าเทวปิฐสาดพรมน้ำ พระพุทธมนต์ลงในพื้นดิน และพราหมณ์เชิญเทวรูปพระโคอุศุภราชและพระพลเทพ เดินนำหน้าพระโค  พระยา-แรกนาเดินไถดะไปตรอม โดยขวางตรอมแล้วส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าแล้วส่งพระแสงปฏักให้หัวหน้าพราหมณ์ถือไว้ พระยาแรกนาหยิบพันธุ์
ข้าวเปลือกในกระบุงทองกระบุงเงินที่เทพีหาบตามหว่านลงในลานแรกนาจนครบ ๓ รอบ แล้วไถกลบอีก ๓ รอบ เมื่อครบแต่ละรอบโหรหลวงลั่นฆ้องชัย เจ้าพนักงานประโคมแตรงอนแตรฝรั่งส่วนปี่พาทย์และมโหระทึกบรรเลงและย่ำพร้อมกันตลอดเวลา
          ครั้นหว่านกลบเสร็จแล้ว พระยาแรกนารับพระแสงปฏักจากหัวหน้าพราหมณ์กลับเข้าสู่โรงพิธีพราหมณ์พร้อมด้วยเทพีโดย
กระบวนไม่ผ่านหน้าพลับพลา   ราชบัณฑิตเชิญพระเต้าเทวปิฐและพราหมณ์เชิญเทวรูปพระพลเทพ พระโคอุศุภราช ไปตั้งยังแท่นเบญจาตามเดิม พนักงานผู้ทำหน้าที่ดูแลพระโคปลดพระโคออกจาก
แอกแล้วจูงพระโคทั้งคู่ไปยืนที่ขอบลานแรกนาตรงหน้าพลับพลาที่ประทับพราหมณ์ถือถาดวางกระทงบรรจุของเลี้ยงพระโคเป็นการ
เสี่ยงทายถาดละ ๗ สิ่ง คือ ข้าวเปลือก ข้าวโพด ถั่ว งา เหล้า น้ำ หญ้าพระโคกินอะไรพราหมณ์ผู้ถือถาดกระทงอาหารจะได้แจ้งแก่โหรหลวงแล้วโหรหลวงจดรายงานพยากรณ์ให้ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กราบบังคมทูลถึงผ้านุ่งเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง
          เมื่อจบคำกราบบังคมทูลแล้ว รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กราบบังคมทูลเบิกชาวนา ผู้ชนะการประกวดผลผลิตข้าวแต่ละภาค รวม ๔ คน เข้าเฝ้าฯรับพระราชทานรางวัลตามลำดับแล้ว
ต่อจากนี้เบิกเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานสหกรณ์ดีเด่นเข้าเฝ้าฯ รับพระราชทานโล่เกียรติคุณ พระยาแรกนาจะได้ยาตรากระบวนอิสริยยศออกจากโรงพิธีพราหมณ์ผ่านหน้าพลับพลาที่ประทับ เมื่อถึงหน้าพลับพลาพระยาแรกนาเข้าไปคุกเข่ากราบถวายบังคม ๓ ครั้ง แล้วถอยออกมาเข้ากระบวนต่อไป
กระบวนผ่านพลับพลาแล้วพระยาแรกนาขึ้นรถยนต์หลวงไปรอเฝ้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่แปลงนาทดลองในบริเวณสวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต พร้อมด้วยเทพี
          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งออกจากพลับพลาพิธี ณ ท้องสนามหลวง ไปยังแปลงนาทดลองในสวนจิตรลดาอันเป็นพระราชฐานที่ประทับ แล้วโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพันธุ์ข้าวให้พระยาแรกนาหว่านในแปลงทดลองสำหรับนำไปใช้พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญปีต่อไป หลังจากนั้นทรงพระราชปฏิสันถารเกี่ยวกับการเกษตร ประมง ปศุสัตว์ แล้วเสด็จขึ้น

 
     
 
แหล่งข้อมูล : หนังสือวันสำคัญโครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยฯ ของ
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ