ตำนานพงศาวดารเมืองสกลนคร

ฉบับพระยาประจันตประเทศธานี ( โง่นคำ )

วัสดุที่ทำ เขียนด้วยดินสอดำลงในกระดาษฟุลส์แก๊ป

ลักษณะตัวอักษร เป็นภาษาไทยผสมอักษรไทยน้อยเป็นบางคำ

สาระ
โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น ๓ ตอน โดยสรุปดังนี้
ตอนที่ ๑ แยกวงศ์ตระกูลมาจากกรุงอินทปัฐนคร (เขมร)
กล่าวถึงกำเนิดเมืองหนองหารหลวง โดยขุนขอมราชบุตรเจ้าเมืองอินทปัฐนคร ได้พาครอบครัว บ่าวไพร่ มาสร้างเมืองขึ้นที่ริมหนองหารตรงท่านางอาบ ในปัจจุบันขุนขอมมีราชบุตรชื่อ พระยาสุรอุทกกุมาร ในเวลาต่อมาเมื่อเจริญวัยไปกครองบ้านเมืองได้ทะเลาะวิวาทกับธนมูลนาคจนทำรบ พญานาคมีความโกรธแค้นจึงแปลงร่างเป็นฟานเผือกนายพราน ได้ยิงลูกดอกอาบยาพิษจนธนมูลนาคถึงแก่ชีวิตก่อนตายธนมูลนาคได้สาปแช่ง ให้ผู้ที่กินเนื้อตนวิบัติฉิบหาย และฝูงพญานาคได้มาทำลายบ้านเมืองให้ล่มจม หนองหารรวมทั้งพระยาสุรอุทกก็ถึงแก่ความตาย
เมื่อเมืองหนองหารล่มไปนั้น เจ้าภิงคาร เจ้าคำแดง ได้พาไพร่พลว่ายน้ำข้ามฝั่งมาตั้งเมืองใหม่ในบริเวณไม่ห่างจากวัดพระธาตุเชิงชุม สถาปนาเมืองหนองหารขึ้นใหม่ ครั้งนั้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเจ้าได้เสด็จจากเมืองศรีโคตรบูรมาฉันข้าวที่ภูกำพร้า แล้วเสด็จมาที่คูน้ำลอดเชิงชุม ท่ามกลางการต้อนรับจากพระยาสุวรรณภิงคาร พระนางเจงเวง และเจ้าคำแดง ทรงพยากรณ์เหตุการณ์ในอนาคตว่าจะมีสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาประทับรอยพระบาทอีกในอนาคตรวมถึง ๕ พระองค์
เหตุการณ์หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพานแล้ว พระมหากัสสปะเถระได้พาพระอรหันต์ ๕๐๐ รูป ได้เดินทางผ่านเมืองหนองหารหลวงเพื่อไปสร้างที่ประดิษฐานอุรังคธาตุที่ภูกำพร้า ชาวหนองหารหลวงจึงได้แข่งขันสร้างอุโมงค์เจดีย์ ๒ แห่ง คือ พระธาตุภูเพ็ก และพระธาตุเจงเวง เพื่อขอแบ่งอุรังคธาตุ แต่ได้เพียงพระอังคารมาบรรจุที่พระธาตุเจงเวงเท่านั้น
ตอนที่ ๒ แยกตระกูลมาจากเมืองกาฬสินธุ์
เนื้อหาสาระในช่วงนี้จะกล่าวถึงเหตุการณ์ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นซึ่งมีอุปฮาดเมืองกาฬสินธุ์ อพยพครอบครัว มารักษาพระธาตุเชิงชุมอยู่หลายปี พระเจ้าแผ่นดินสยามจึงได้ตั้งให้อุปฮาดเมืองกาฬสินธุ์เป็นพระธานี เปลี่ยนนามจากเมืองหนองหารเป็นเมืองสกลทวาปี
ในปีพุทธศักราช ๒๓๗๐ เจ้าเมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎต่อกรุงเทพ จึงโปรดให้ยกทัพหลวงขึ้นมาปราบปราม แต่เจ้าเมืองสกลทวาปีไม่ได้เตรียมกำลังทหารกระสุนดินดำเป็นการกระทำที่จัดขึ้นอำนาจอาญาศึก จึงเอาตัวพระธานีเจ้าเมืองไปประหารชีวิตที่หนองไชยขาว ไพร่พลจึงอพยพกลับเมืองกาฬสินธุ์ ส่วนเมืองสกลทวาปีจึงร้างจากผู้ปกครองเมืองชั่วคราว
ตอนที่ ๓ แยกวงค์ตระกูลมาจากเมืองนครพนม
ข้อความในตอนนี้กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างพระพรหมราชา (ม้ง) เจ้าเมืองนครพนม เจ้าอนุวงศ์เวียงจันทน์ และกลุ่มพี่น้องเมืองมหาไชยกองแก้ว ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเจ้าอนุวงค์ หนีการจับกุมไปอาศัยอยู่ในเขตเมืองญวน ในการปราบกบฎของพระยาราชสุภาวดี ในเวลาต่อมาอุปฮาดติเจา (คำสาย) ราชวงค์ (คำ) และท้าวอิน น้องชายราชวงค์ (คำ) ได้เข้ามอบตัวขอพึ่งบรมโพธิสมภาร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงแต่งให้ราชวงค์ (คำ) เป็นพระประเทศธานี เจ้าเมืองสกลคนแรก เมื่อเจ้าเมืองสิ้นชีวิต จึงโปรดเกล้าแต่งตั้งพระยาประเทศธานี (ปิด) เป็นเจ้าเมืองคนต่อมา ส่วนราชวงค์ (คำ) ผู้มีความดีความชอบในการส่งเสบียงอาหารช่วยสงครามปราบฮ่อได้โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าเมืองคนสุดท้ายเป็นพระยาประจันตประเทศธานี (โง่นคำ) เป็นต้นตระกูลพรหมสาขา ณ สกลนคร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวโดยสรุป ในช่วงที่ ๓ จะเป็นการบันทึกเหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างย่อ ๆ เรียงตามลำดับเหตุการณ์นั้น ๆ ปีที่เกิดเหตุการณ์ นับว่ามีประโยชน์ต่อความเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตของเมืองสกลนครได้ดีพอสมควร

สภาพของเอกสาร
เอกสารอยู่ในสภาพชำรุดไปตามกาลเวลาโดยเฉพาะตัวอักษรที่เขียนด้วยดินสอดำเลือนลางมาก

สถานที่เก็บรักษา
ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม สถาบันราชภัฎสกลนคร