วันวิสาขบูชา
       
  ความหมาย

          วันวิสาขบูชา   หมายถึง   การบูชาในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ หรือเดือน ๖ เนื่องในโอกาสคล้ายวันพระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน

ความสำคัญ
         
พระพุทธเจ้าประสูติ   ตรัสรู้ และเสด็จดับขันธปรินิพพาน เวียนมาบรรจบในวันและเดือนเดียวกัน คือ วันเพ็ญเดือนวิสาขะ จึงถือว่าเป็นวันที่สำคัญของพระพุทธเจ้า หลักธรรมอันเกี่ยวเนื่อง จากการประสูติ ตรัสรู้และเสด็จดับขันธปรินิพพาน คือ ความ กตัญญู  อริยสัจ ๔ และความไม่ประมาท

 
 

ประวัติความเป็นมา
          ๑.   ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
               พระพุทธเจ้าประสูติ ณ สวนลุมพินีวัน อยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ แคว้นสักกะ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองลุมมินเด ประเทศเนปาล) เมื่อเช้าวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี
ต่อมาพระองค์ได้เสด็จออกผนวชและทรงบำเพ็ญเพียรอย่างหนักจนได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ    ณ  ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ (ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองพุทธคยา แคว้นพิหาร ประเทศอินเดีย)
เมื่อเช้ามืด วันพุธ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีระกา ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปีหลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจโปรดผู้ควรแนะนำสั่งสอนให้ได้บรรลุมรรคผลจนนับไม่ถ้วน   และเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อวันอังคารขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปีมะเส็ง   ณ   สาลวโนทยานของ
มัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา   แคว้นมัลละ  (ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองกุสีนคระ)  แคว้นอุตตรประเทศ   ประเทศอินเดีย   สิริรวมพระชนมายุได้๘๐ พรรษา

๒.   การถือปฏิบัติวันวิสาขบูชาในประเทศไทย
                การประกอบพิธีวิสาขบูชาในเมืองไทยเริ่มทำมาแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี   ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะได้รับแบบอย่างมาจากลังกากล่าวคือ เมื่อประมาณ  พ.ศ. ๔๒๐   พระเจ้าภาติกราช กษัตริย์แห่งลังกาได้ประกอบพิธีสาขาบูชาอย่างมโหฬาร   เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา   กษัตริย์ลังกาในรัชกาลต่อ ๆ มา ก็ทรงดำเนินรอยตาม แม้ปัจจุบันก็ยังถือปฏิบัติ
                ในสมัยสุโขทัยนั้น   ประเทศไทยกับประเทศลังกา   มีความสัมพันธ์กันทางด้านพระพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิดมากเพราะพระสงฆ์
ชาวลังกาได้เดินทางเข้ามาเผยแพร่พระพุทธศาสนา   และเชื่อว่าได้นำการประกอบพิธีวิสาขบูชาปฏิบัติในประเทศไทยด้วย   ในหนังสือนางนพมาศ   ได้กล่าวถึงบรรยากาศการประกอบพิธีวิสาขบูชา   สมัยสุโขทัยไว้พอสรุปใจความได้ว่า

 
 

"เมื่อถึงวันวิสาขบูชา   พระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพารทั้งฝ่ายหน้าฝ่านใน ตลอดทั้งประชาชนชาวสุโขทัย ทั่วทุกหมู่บ้านทุกตำบล
ต่างช่วยกันทำความสะอาด   ประดับตกแต่งพระนครสุโขทัยเป็นการพิเศษด้วยดอกไม้ของหอมจุดประทีปโคมไฟแลดูสว่างไสวไปทั่วทั้ง
พระนคร   เป็นการบูชาพระรัตนตรัยเป็นเวลา   ๓  วัน ๓  คืน  พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ทรงศีลและทรงบำเพ็ญพระราชกุศล
ต่าง ๆ   ครั้นตกเวลาตอนเย็นก็เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์   และนางสนองพระโอษฐ์   ตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายหน้า
ฝ่ายใน   เสด็จไปยังพระอารามหลวง   เพื่อทรงเวียนเทียนรอบพระประธาน   ส่วนชาวสุโขทัยต่างชวนกันรักษาศีล ฟังพระเทศนา ถวาย
สลากภัต ถวายสังฆทาน ถวายอาหารแด่พระภิกษุสามเณร   บริจาคทรัพย์แจกเป็นทานแก่คนยากจน   คนกำพร้า  คนอนาถา   คนแก่และคนพิการ
บางพวกก็ชักชวนกันสละทรัพย์ซื้อสัตว์ ๔ เท้า ๒ เท้า และ เต่า ปลาเพื่อไถ่ชีวิตสัตว์ให้เป็นอิสระโดยเชื่อว่าจะทำให้ตนมีอายุยืนยาวต่อไป"

         
ในสมัยอยุธยา    สมัยธนบุรี   และสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ไม่ปรากฎหลักฐานว่าได้มีการประกอบพิธีวิสาขบูชา   จนถึงรัชสมัยพระบาท
สมเด็๋จพระพุทธเลิศหล้านนภาลัย   รัชกาลที่ ๒   แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จึงปรากฎหลักฐานในพระราชพงศาวดารว่า   พระบาทสมเด็จพระพุทธ-
เลิศหล้านภาลัย   มีพระราชประสงค์จะให้ฟื้นฟูการประกอบพระราชพิธ
วันวิสาขบูชาขึ้นใหม่   ให้ปรากฎในแผ่นดินไทยต่อไปกับมีพระประสงค์
จะให้ประชาชนประกอบการบุญการกุศล   เป็นหนทางเจริญอายุและอยู่เย็นเป็นสุขปราศจากทุกข์โศก   โรคภัย  และอุปัทอันตรายต่าง ๆ โดย
ทั่วกัน   ฉะนั้นการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชาในประเทศไทย   จึงได้รื้อฟื้นให้มีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง   ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า-
นภาลัย รัชกาลที่ ๒ และถือปฏิบัติมาจวบจนกระทั่งปัจจุบัน
หลักธรรมที่ควรปฏิบัติ
         
๑.   ความกตัญญู   คือ   ความรู้อุปการคุณที่มีผู้ทำไว้ก่อนเป็นคุณธรรมคู่กับ ความกตเวที คือ การตอบแทนอุปการะคุณที่ผู้อื่นทำไว้นั้น
ผู้ที่ทำอุปการรคุณก่อนเรียกว่า บุพการี ขอยกมากล่าวในที่นี้คือ บิดามารดา และครูอาจารย์
         
บิดามารดา   มีอุปการะคุณแก่บุตร  ธิดา    ในฐานะเป็นผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูจนเติบใหญ่   ให้การศึกษา  อบรมสั่งสอน   ให้ละเว้นจาก
ความชั่ว   มั่นคงในการทำความดี   เมื่อถึงคราวมีคู่ครองได้จัดหาคู่ครอบที่เหมาะสมให้และมอบทรัพย์สมบัติให้ไว้เป็นมรดก
          บุตร   ธิดา   เมื่อรู้อุปการะคุณที่บิดามารดาทำไว้ย่อมตอบแทนด้วยการประพฤติตัวดี   สร้างชื่อเสียงให้แก่วงศ์ตระกูล   เลี้ยงดูท่าน และช่วย
ทำงานของท่าน   และเมื่อล่วงลับไปแล้วก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ท่าน
         
ครูอาจารย  มีอุปการะคุณแก่ศิษย์ในฐานะเปนผู้ประสาทความรู้ให้ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดีสอนศิลปวิทยาให้อย่างไม่ปิดบัง   ยกย่องให้
ปรากฎแก่คนอื่นและช่วยคุ้มครองศิษย์ทั้งหลาย ศิษย์เมื่อรู้อุปการคุณที่ครูอาจารย์ทำไว้ย่อมตอบแทนด้วยการตั้งใจเรียน  ให้เกียรติ   และให้ความเคารพไม่ล่วงละเมิดโอวาทของครู
         
ความกตัญญูและความกตเวทีนี้ถือว่าเป็นเครื่องหมายของคนดีส่งผลให้ครอบครัวและสังคมมีความสุขได้ เพราะบิดามารดาจะรู้จัก
หน้าที่ของตนเองด้วยการทำอุปการคุณให้ก่อน   และบุตร  ธิดา  ก็จะรู้จักหน้าที่ของตนเองด้วยการทำดีตอบแทน   สำหรับครูอาจารย์ก็จะรู้จัก
หน้าที่ของตนเองด้วยการทำอุปการคุณ คือ สอนศิลปวิทยาอย่างเต็มที่และศิษย์ก็จะรู้จักหน้าที่ของตนเอง   ด้วยการตั้งใจเรียน   และให้ความ
เคารพเป็นการตอบแทน   นอกจากจะใช้ในกรณีของบิดามารดากับบุตรธิดา   และครูอาจารย์กับศิษย์แล้ว   คุณธรรมข้อนี้ก็สามารถนำไปใช้ได้
แม้ระหว่าง 
พระมหากษัตริย์กับพสกนิกร   นายจ้างกับลูกจ้าง  เพื่อนกับเพื่อนและบุคคลทั่วไป รวมทั้งมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
          ในทางพระพุทธศาสนา   พระพุทธเจ้าทรงเป็นบุพการีในฐานะที่ทรงสถาปนาพระพุทธศาสนาและทรงสอนทางพ้นทุกข์ให้แก่เวไนย-
สัตว์  พุทธศาสนิกชน   รู้พระคุณอันนี้   จึงตอบแทนด้วยอามิสบูชา  และปฏิบัติบูชา  กล่าวคือ   การจัดกิจกรรมในวันวิสาขบูชา   เป็นส่วนหนึ่งที่
ชาวพุทธแสดงออก   ซึ่งความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์   ด้วยการทำนุบำรุงส่งเสริม  พระพุทธศาสนา   และประพฤติปฏิบัติธรรม เพื่อดำรงอายุพระ
พุทธศาสนาสืบไป
         
๒.   อริยสัจ ๔
               
อริยสัจ  
คือ  ความจริงอันประเสริฐ   หมายถึง ความจริง ที่ไม่ผันแปร เกิดมีได้แก่ทุกคนมี ๔ ประการ  คือ ทุกข์  สมุทัย   นิโรธ  มรรค
               
ทุกข์    คือ  ปัญหาของชีวิต   พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า มนุษย์ทุกคนมีทุกข์เหมือนกันทั้งทุกข์ขั้นพื้นฐานและทุกข์เกี่ยว
กับการดำเนินชีวิตประจำวัน   ทุกข์ขั้นพื้นฐาน  คือ   ทุกข์ที่เกิดจากการเกิด  การแก่  และการตาย   ส่วนทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตประจำวัน
คือ   ทุกข์ที่เกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งที่รัก   ทุกข์ที่เกิดจากการประสบกับสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก   ทุกข์ที่เกิดจากการไม่ได้ตามใจปรารถนา   รวมทั้ง
ทุกข์ที่เกี่ยวกับการดำเนินชีวิตด้านต่าง ๆ
               
สมุทัย    คือ  เหตุแห่งปัญหา   พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า  ทุกข์ทั้งหมด   ซึ่งเป็นปัญหาของชีวิตล้วนมีเหตุให้เกิด
เหตุนั้น  คือ  ตัณหา   อันได้แก่  ความอยากได้ต่าง ๆ ซึ่งประกอบไปด้วยความยึดมั่น
              
นิโรธ    คือ  การแก้ปัญหาได้   พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า  ทุกข์ คือ ปัญหาของชีวิตทั้งหมดนั้นแก้ไขได้   โดยการดับ
ตัณหา  คือ ความอยากให้หมดสิ้น
              
มรรค   คือ  ทางหรือวิธีแก้ปัญหา   พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็เพื่อให้ทราบว่า   ทุกข์คือปัญหาของชีวิตทั้งหมดที่สามารถแก้ไขได้นั้น
ต้องแก้ไขตามมรรคมีองค์ ๘
         
๓.   ความไม่ประมาท
           ความไม่ประมาท   คือ  การมีสติทั้งขณะทำ   ขณะพูดและขณะคิด
          
สติ    คือ  การระลึกรู้ทัน ที่คิด  พูดและทำ   ในภาคปฏิบัติเพื่อนำมา
ใช้ในชีวิตประจำวัน   หมายถึงการระลึกรู้ทันการเคลื่อนไหวอิริยาบถ ๔
คือ เดิน  ยืน  นั่ง  นอน
          
การฝึกให้เกิดสต    ทำได้โดยตั้งสติกำหนดการเคลื่อนไหวอิริยาบถกล่าวคือ   ระลึกรู้ทีนในขณะยืน  เดิน   นั่งและนอน รวมทั้งระลึกรู้ทันใน
ขณะพูดขณะคิด   และขณะทำงานต่าง ๆ

องค์กรสหประชาชาติ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ถือว่าวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากล

 
       
 
แหล่งข้อมูล : หนังสือวันสำคัญโครงการปีรณรงค์วัฒนธรรมไทยฯ ของ
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ