ผ้าสุพรรณ

 
 
       ผ้าทอ มีความผูกพันเกี่ยวโยงกับวิถีชีวิต ความเชื่อ และพิธีกรรมของชาวเอเชียมานาน ศาสตร์และศิลป์แห่งการทอผ้านั้น ได้รับการถ่ายทอดและสืบสานต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า กระทั่งถึงปัจจุบัน การทอผ้าในหลายประเทศ หลายท้องถิ่นยังคงรักษารูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนไว้อย่างเหนียวแน่น จึงอาจกล่าวได้ว่า ผ้าทอเป็นมรดกทางสังคมซึ่งสะท้อนเด่นชัดถึงความเป็นมาในอดีต การโยกย้ายความเชื่อของผู้คนในแต่ละแห่ง
        สำหรับในประเทศไทย นอกจากปัจจัยด้านประโยชน์ใช้สอยแล้ว วัฒนธรรมความเชื่อคือปัจจัยสำคัญที่ส่งอิทธิพลถึงการรังสรรค์ผืนผ้า ชาวไทยในหลายภูมิภาคทอผ้าสนองตอบความเชื่อและศรัทธาในศาสนาเพื่อเป็นพุทธบูชา เช่น หลังการเก็บเกี่ยวพืชผล ชาวไทลื้อมีประเพณีการถวายผ้าทันใจ โดยรวมกันทอผ้าไตรจีวรให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งวันเพื่อถวายพระสงฆ์ คล้ายกับงานจุลกฐิน ขณะที่ชาวอีสานมีประเพณีการทอผ้าไว้ใช้ในงานบุญหรือถวายพระสงฆ์ เช่น การทอผ้าห่อคัมภีร์ หนังสือผูกใบลาน และการทอผ้าขนาดยาวสำหรับเขียนภาพพระเวสสันดร ๑๓ กันฑ์ ในงานบุญผะเหวด เป็นต้น
       ผ้าทอ เป็นสิ่งประดิษฐ์หัตถกรรมพื้นบ้าน ที่ชาวบ้านทอไว้สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นสิ่งที่แสดงถึงลักษณะทางชาติพันธุ์ของกลุ่มชนต่าง ๆ ที่มีความแตกต่างกันในด้านการแต่งกาย ประเพณี วิถีชีวิต สะท้อนวัฒนธรรมทางจิตใจขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นสังคมที่แตกต่างกันในทางความหมายของการทอผ้า โดยคณะผู้จัดทำได้นำความหมายของคำว่า ผ้าไทยและผ้าพื้นเมือง มาจาก (เอกสารสืบสานวัฒนธรรมล้ำค่าเรื่อง ผ้าไทย ของอาจารย์ไมตรี เกตุขาว) ดังนี้
      ผ้าไทย มีวิถีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานนับเนื่องมาแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์กว่าจะเป็น “ ผ้าไทย ” ถือกำเนิดเกิดขึ้น ณ จุด ๆ หนึ่งที่เป็นภาษาตระกูลไทยดั้งเดิมเกิดขึ้นพร้อม ๆ ไปกับที่ภาษาตระกูลไทยแตกแขนงออกไปในทิศทางต่าง ๆ “ ผ้าไทย ” ก็ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปมากมายโดยผสมผสานกับกลวิธี การทอผ้า ย้อมผ้าของชาติพันธุ์อื่น ๆ ในเงื่อนไขเศรษฐกิจ สังคมที่ต่างกันไป ผืนผ้ากลายเป็นผลึกของโลกทัศน์ ที่สะท้อนความคิด ความเชื่อ ความใฝ่ฝัน และรสนิยม ผู้คนต่างท้องที่ ต่างสมัยเพราะผ้าที่ผู้คนใช้นุ่งห่ม เป็นวัฒนธรรมทางวัตถุที่สะท้อนวัฒนธรรมทางจิตใจ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ และสังคมที่แตกต่างกันด้วย
     ผ้าพื้นเมือง มีลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละถิ่นแต่ละกลุ่มชนต่าง ๆ กันออกไปแต่มีลักษณะร่วมกันบางอย่างที่ส่อเค้าว่าสืบสายมาจากอารยธรรมโบราณแหล่งเดียวกัน หรือใกล้เคียงกัน แบ่งออกได้เป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ คือ กลุ่มชนที่มีเชื้อสายยวนหรือโยนก ในบริเวณล้านนาหรือภาคเหนือ กลุ่มชนที่มีเชื้อสายลาว ทั้งลาวพวน ลาวคั่ง ลาวโซ่ง หรือผู้ไท เป็นกลุ่มเชื้อสายเขมรในบริเวณภาคอีสาน หรือตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น
     ผ้าซิ่นตีนจก มีทั้งที่เป็นผ้าพื้นเมืองของชาวบ้านทั่วไป และซิ่นตีนจกของชนชั้นสูง หรือเจ้านาย ซึ่งนิยมทอเป็นผ้ายกดอกด้วยไหมต่อตีนซิ่นด้วยจก นิยมทอกันตามคุ้มของเจ้านายทางเหนือ ผ้าลายน้ำไหล ลวดลายผ้าถือเป็นเอกลักษณ์ของผ้าทอเมืองน่านหรือลายน้ำไหล ซึ่งเป็นการ ผสมผสานระหว่างการทอผ้าฝ้ายลายขวางลำตัวซิ่นล้านนากับการทอผ้าด้วยวิธีกลับด้ายหรือย้อนเส้นด้าย แล้วใช้ทั้งฝ้ายและไหมสอดดิ้นมีลักษณะร่วมอย่างเห็นได้ชัดระหว่างซิ่นลัวะ กับผ้าลายน้ำไหล ที่แลดูเหมือนสายน้ำที่กำลังไหลรินเป็นทางยาว
     ผ้าขิด ผ้าฝ้ายลายขิด เป็นผ้าทอชั้นดี ที่ต้องใช้ฝีมือและความประณีตในการทอเป็นอย่างยิ่ง ลายขิดเป็นลายเลขาคณิต ทอยกดอกในตัวแลดูคล้ายการปักลวดลายลงบนพื้นผ้า แต่เดิมผ้าขิดใช้สำหรับตกแต่งกับผ้าอื่น ๆ เช่น แต่งเชิงผ้าซิ่น หมอนอิง

     ผ้าสุพรรณ ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าพื้นเมือง มีความผูกพันเกี่ยวโยงกับวิถีชีวิต ความเชื่อและพิธีกรรม ศาสตร์และศิลป์แห่งการทอผ้านั้น ได้รับการถ่ายทอดและสืบสานต่อกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่า กระทั่งถึงปัจจุบัน บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มชน เฉกเช่นเดียวกันกับท้องถิ่นอีกหลายท้องถิ่น ที่ยังคงรักษา สืบสานรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตนไว้อย่างเหนียวแน่น จึงอาจกล่าวได้ว่า ผ้าทอเป็นมรดกทางสังคม สะท้อนเด่นชัดถึงความเป็นมาในอดีต การโยกย้าย ความเชื่อของผู้คนแต่ละแห่ง ซึ่งวัฒนธรรมความเชื่อคือปัจจัยที่สำคัญที่ส่งอิทธิพลถึงการรังสรรค์ผืนผ้า ที่บ่งบอกความเป็นชาติพันธุ์ของกลุ่มชนต่าง ๆ จากความสำคัญของผ้าทอ ซึ่งบ่งบอกถึงวิถีชีวิตอันดีงามในวัฒนธรรมท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุพรรณบุรี ตระหนักว่า การส่งเสริม สืบสาน และอนุรักษ์ผ้าทอพื้นบ้านให้คงอยู่นั้น เป็นการรักษามรดกทางวัฒนธรรมอันดีงามของชาติไทยไว้ให้อนุชนรุ่นหลัง รวมทั้งเผยแพร่ผ้าไทยให้เป็นที่รับทราบอย่างกว้างขวาง และสร้างค่านิยมเกี่ยวกับภูมิปัญญาคนไทยให้คงอยู่อย่างมั่นคง จึงดำเนินงานส่งเสริมกิจกรรมผ้าทอพื้นเมืองสุพรรณบุรี