หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวด

๑.หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการประกวด  โรงเรียนที่ประสงค์จะส่งนักเรียนเข้าประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ  จะต้องมีการจัดให้นักเรียนได้สวดมนต์โดยพร้อมเพรียงกันทั้งโรงเรียนอย่างน้อยสัปดาห์ละ ๑ ครั้ง  ในส่วนภูมิภาคจะต้องได้รับการรับรองจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหรือได้รับการผ่อนผันจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด  มีสิทธิ์ส่งนักเรียนเข้าประกวด
๒.ประเภทของการประกวด  มีประเภทเดียว คือ ประเภททีม  ๕  คน  แบ่งออกเป็น  ๒  ระดับ  คือ
               ๒.๑  ระดับประถมศึกษา
               ๒.๒ ระดับมัธยมศึกษา/ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.)
๓. ประเภททีมการประกวด
               ๓.๑ ประเภททีมหญิงล้วน
               ๓.๒ ประเภททีมชายล้วน
               ๓.๓ ประเภททีมผสมชาย-หญิง

หมายเหตุ  สถานศึกษาส่งนักเรียนเข้าประกวดได้ระดับละ ๑ ทีมเท่านั้น

คุณสมบัติของโรงเรียนและนักเรียนที่เข้าประกวด

  1. สถานศึกษาต่างๆ (ไม่รวมถึงศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์) ส่งนักเรียนเข้าประกวดได้ระดับละ ๑ ทีมๆ ละ  ๕  คน (สำรองได้  ๒  คน)
  2. เป็นสถานศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาหรือระดับมัธยมศึกษา/ระดับอาชีวศึกษา (ปวช.)
  3. เป็นสถานศึกษาที่มีนักเรียนชายล้วน  หญิงล้วน  หรือสหศึกษา
  4. นักเรียนผู้เข้าประกวดจะต้องเป็นผู้ที่กำลังศึกษาในระดับที่กำหนดของสถานศึกษานั้นๆ
  5. นักเรียนสามารถสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย  ทำนองสรภัญญะ  ได้ทั้ง ๔ บท
  6. นักเรียนจะต้องแต่งกายให้เรียบร้อยตามระเบียบของสถานศึกษานั้นๆ
  7. สถานศึกษาที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในระดับประเทศมาแล้ว  มีสิทธิ์ส่งนักเรียนที่ได้รับรางวัลชนะเลิศเข้าประกวดไม่เกิน ๒ คน ในระดับเดียวกัน โดยนักเรียนดังกล่าวคนใดคนหนึ่งต้องไม่ใช่ผู้นำสวดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศมาแล้ว


บทที่ใช้ในการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย  ทำนองสรภัญญะ

  1. บทสวดนมัสการพระพุทธเจ้า ( นะโม  ตัสสะ  ภะคะวะโต ฯลฯ)
  2. บทสวดพระพุทธคุณ  ภาษาบาลี (อิติปิ  โส ภะคะวา ฯลฯ) ทำนองสังโยค เสร็จแล้วต่อด้วยบทสวดพระพุทธคุณ ภาษาไทย (องค์ใดพระสัมพุทธ ฯลฯ) ทำนองสรภัญญะ
  3. บทสวดพระธรรมคุณ  ภาษาบาลี (สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม ฯลฯ) ทำนองสังโยค เสร็จแล้วต่อด้วยบทสวดพระธรรมคุณ ภาษาไทย (ธรรมะคือคุณากร ฯลฯ) ทำนองสรภัญญะ
  4. บทสวดสังฆคุณ  ภาษาบาลี (สุปะฏิปันโน  ภะคะวะโต ฯลฯ)ทำนองสังโยคเสร็จแล้วต่อด้วยบทสวดพระสังฆคุณ ภาษาไทย (สงฆ์ใดสาวกศาสดา ฯลฯ) ทำนองสรภัญญะ
  5. บทสวดชัยสิทธิคาถา  ภาษาบาลี (พาฟุง สะหัสสะ...ฯลฯ) ทำนองสังโยค  เสร็จแล้วต่อด้วยบทชยสิทธิคาถา  ภาษาไทย (ปางเมื่อพระองค์ปะระมะพุทธ ฯลฯ) ทำนองสรภัญญะ

เกณฑ์การตัดสิน

  1. ความถูกต้องของการกราบพระรัตนตรัย  การทำความเคาระธงชาติ  และพระบรมฉายาลักษณ์
  2. ความถูกต้องของอักขระ  จังหวะ  ทำนอง
  3. ความไพเราะของน้ำเสียงในการสวดมนต์หมู่ฯ
  4. ความพร้อมเพรียง  มารยาทของหมู่คณะ  เช่น การกราบ เป็นต้น
  5. ความถูกต้องของท่าทางขณะสวดมนต์  เช่น  การประนมมือ  เป็นต้น
  6. ผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นอันยุติ

เกณฑ์การให้คะแนน

  1. ความถูกต้องของอักขระ            ๒๐      คะแนน
  2. ความถูกต้องของจังหวะ            ๒๐      คะแนน
  3. ความถูกต้องของทำนอง            ๒๐      คะแนน
  4. ความไพเราะของน้ำเสียง           ๒๐      คะแนน
  5. ความพร้อมเพรียงโดยรวม          ๑๐      คะแนน
  6. มารยาทและท่าทาง                 ๑๐      คะแนน

คำอธิบาย

  1. ความถูกต้องของอักขระ  หมายถึง  การว่าตัวอักษร  คือ  พยัญชนะและสระ  ชัดเจนถูกต้องตามหลักภาษาไทยและภาษาบาลี  ว่าตัวกล้ำ  ตัว ร  ตัว ล  อักษรสูง  อักษรต่ำ  ฑีฆะ  รัสสะ  อัฑฒสระ  ได้ถูกต้องตามระเบียบของภาษา
  2. ความถูกต้องของจังหวะ  หมายถึง  รู้จักวรรคตอน  ว่าตรงไหนควรหยุด  ตรงไหนควรว่าติดต่อกันไป  ตรงไหนควรเอื้อน (จังหวะที่ถือว่าผิด  คือ  จังหวะที่ว่าช้ายืดยาดหรือเร็วจนเกินไป  และหยุดในแต่ละวรรคนานเกินไป)

 

  1. ความถูกต้องของทำนอง  หมายถึง  เมื่อสวดภาษาบาลี  สวดตามสังโยควิธี  เมื่อสวดภาษาไทยสรรเสริญพระพุทธคุณ  พระธรรมคุณ  พระสังฆคุณ  และบทพาหุง  ต้องสวดทำนองสรภัญญะให้ถูกต้องตามบทประพันธ์นั้นๆ (ห้ามสวดทำนองเสนาะ)
  2. ความไพเราะของน้ำเสียง  หมายถึง  เสียงที่เปล่งออกมาเต็มเสียง  ดังชัดเจน  มีกังวานไพเราะเสนะหู  ไม่แหบหรือค่อยจนเกินไป  เสียงกลมกล่อมไม่แตก  ไม่พร่า  การเอื้อนก็เอื้อนได้ไพเราะ
  3. ความพร้อมเพรียงโดยรวม  หมายถึง  ขณะสวดว่าพร้อมกัน  ทั้งอักษร  จังหวะ  ทำนอง  กลมกลืนเหมือนเสียงเดียวกัน  ไม่มีเสียงแตกแยกออกไป  เช่น  หลายคนว่าเสียงสูง  แต่มีบางคนว่าเสียงต่ำ หรือหลายคนสวดเร็วหรือพอดี  แต่บ่างคนสวดช้าและลากเสียง เป็นต้น
  4. มารยาทและท่าท่าง  หมายถึง  การแต่งกาย  ความเรียบร้อยของแต่ละคนและทั้งคณะ  กิริยาที่เข้าไปในสถานที่ประกวดสวดมนต์  การเดินเข้าในที่ประชุม  การเดินเข่า  การนั่งคุกเข่า (อิริยาบถขณะสวดมนต์ต้องนั่งคุกเข่าประนมมือ) การกราบพระรัตนตรัยแบบเบญจางคประดิษฐ์  การทำความเคารพธงชาติ  และการแสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ (ถ้าไม่ได้ตั้งไว้ให้กราบพระรัตนตรัยแล้วเริ่มสวดได้เลย)

 

เกณฑ์การตัดคะแนน

  1. เกณฑ์การตัดสิน “ความถูกต้องของอักขระ” ที่คณะกรรมการพิจารณาตัดคะแนนเกี่ยวกับอักขระ คือ
    1. สวดตัว  ร  เป็น  ล  ตัด  ๑  คะแนน  ทุกครั้งที่ว่าผิด
    2. คำควลกล้ำว่าไม่ควบกล้ำตัด  ๑  คะแนน  ทุกครั้งที่ว่าผิด
    3. สวดผิดคำอื่นนอกเหนือจากนี้  ตัดคำละ  ๑  คะแนน
  2. เกณฑ์การตัดสิน “ความถูกต้องของจังหวะ” ที่คณะกรรมการพิจารณาตัดคะแนนเกี่ยวกับจังหวะ คือ
    1. ขึ้นบทนำผิดแบบ  กล่าวคือ  ต้องขึ้นนำคำเดียวในบท  นะโม / สวากขาโต / สุปะฏิปันโน / และพาหุง  หากขึ้นมากกว่าคำเดียวให้ตัดบทละ  ๑  คะแนน  ยกเว้นบทพุทธคุณ  ให้ขึ้นว่า  อิติปิ โส
    2. สวดจังหวะไม่เท่ากัน  ช้าบ้าง  เร็วบ้าง  ให้ตัดแห่งละ  ๑  คะแนน
    3. คำคร่อมวรรคที่มีเครื่องหมายยติภังค์  ต้องเอื้อน (เอื้อนให้เสียงต่อเนื่องไปถึงคำในวรรคถัดไปโดยมิให้เสียงขาด) หากไม่เอื้อนให้ถือว่าผิดจังหวะ  ให้ตัดแห่งละ  ๑  คะแนน  เว้นแต่วรรค

ก่อนจบให้เอื้อนโดยให้เสียงขาดคำ  หากมิให้เสียงขาดคำให้ตัด  ๑  คะแนน  เช่น  บทสวดพระพุทธคุณภาษาไทยที่ว่า “สัมพุทธการุณ – ญภาพนั้นนิรันดร” ต้องเอื้อนคำว่า “รุญ” ให้เสียงขาดจากคำว่า “-ญภาพนั้น”

    1. สวดเร็วหรือช้าเกินไปทุกบท  ทั้งภาษาบาลีและภาษาไทย  ให้ตัดคะแนนได้  แต่ต้องให้คะแนนไม่เกินระดับพอใช้
  1. เกณฑ์การตัดสิน “ความถูกต้องของทำนอง” ที่คณะกรรมการพิจารณาตัดคะแนนเกี่ยวกับทำนอง คือ
    1. บทนมัสการพระรัตนตรัยไม่สวดเป็นทำนองนำ  คือมีผู้นำ ๑ คน  ที่เหลือให้สวดตามหรือมีผู้นำ ๑ คน แล้วสวดพร้อมกันทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง

 

    1. การสดภาษาบาลี  ตั้งแต่บทนะโม  เป็นต้นไปไม่สวดทำนองสังโยค
    2. การสวดภาษาไทย  ไม่สวดทำนองสรภัญญะตามลักษณะฉันทลักษณ์นั้นๆ
    3. การประกวดในรอบคัดเลือก  รอบชิงชนะเลิศ  บทสวดที่กำหนดไม่ครบและไม่ปฏิบัติตามกติกาที่กำหนด  ให้คะแนนได้ไม่เกินระดับพอใช้
  1. เกณฑ์การตัดสิน “ความถูกต้องของน้ำเสียง” ที่คณะกรรมการพิจารณาตัดคะแนนเกี่ยวกับน้ำเสียง คือ
    1. สวดเสียงดังเกินไป  ไม่กลมกล่อม หรือเบาจนเกินไป  จนฟังไม่ชดเจน
    2. เสียงไม่เข้ากัน  เช่น  เสียงสูง  เสียงต่ำ  เสียงเล็ก  เสียงใหญ่  เป็นต้น
    3. ขึ้นบทนำออกเสียงเหินเกินไป
  2. เกณฑ์การตัดสิน “ความพร้อมเพรียงโดยรวม” ที่คณะกรรมการพิจารณาตัดคะแนนเกี่ยวกับความพร้อมเพรียงโดยรวม คือ
    1. สวดไม่พร้อมเพรียงกัน  เช่น  การรับไม่พร้อมกัน  เป็นต้น
    2. ผู้สวดนำ  ขึ้นบทนำครั้งแรกอาจไม่ชอบใจหรือรู้สึกเพี้ยน  ขึ้นบทนำใหม่เป็นครั้งที่ ๒ แสดงถึงความไม่พร้อม  ให้ตัดคะแนนครั้งละ  ๑  คะแนน
    3. สวดข้ามบท  เช่น  กำหนดให้สวดทุกบท  เมื่อสวดบทพุทธคุณจบแล้ว  ไม่สวดบทธรรมคุณต่อจากบทพุทธคุณ  แต่ข้ามไปสวดบทสังฆคุณ  เป็นต้น  ลักษณะอย่างนี้กรรมการมีสิทธิ์ที่จะพิจารณาใหคะแนนได้ไม่เกินระดับพอใช้
  3. เกณฑ์การตัดสิน “มารยาทและท่าทาง” ที่คณะกรรมการพิจารณาตัดคะแนนเกี่ยวกับมารยาทและท่าทาง  คือ
    1. ไม่เดินเข่าเข้าไปในสถานที่จัดประกวด (หน้าโต๊ะหมู่บูชา)
    2. กราบพระรัตนตรัยไม่พร้อมเพรียงกัน  การทำความเคารพธงชาติ  และพระบรมฉายาลักษณ์ไม่ถูกต้อง (ถ้ากรณีมีการตั้งธงชาติและพระบรมฉายาลักษณ์ไว้)
    3. การนั่ง  การเดินเข่า  และการลุกขึ้น  ไม่พร้อมเพรียงกันทั้งคณะ
    4. ไม่สงบนิ่งในขณะสวด  มีอาการไม่สำรวม  เช่น  มองซ้าย – ขวา  เป็นต้น
    5. ความไม่พร้อมอย่างอื่น  เช่น  การแต่งกายไม่เรียบร้อยทั้งที่อยู่โรงเรียนเดียวกัน  เป็นต้น  ให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการ  หากปรากฏว่าไม่พร้อม  กรรมการมีสิทธิ์ให้คะแนนไม่เกินกว่าระดับพอใช้