top
logo

m1
รายงานการประชุม ปี ๕๗

ข่าว

จำนวนผู้เข้าชม

35403
ผู้เข้าชมวันนี้ผู้เข้าชมวันนี้10
ผู้เข้าชมเมื่อวานนี้ผู้เข้าชมเมื่อวานนี้17
ผู้เข้าชมสัปดาห์นี้ผู้เข้าชมสัปดาห์นี้77
ผู้เข้าชมเดือนนี้ผู้เข้าชมเดือนนี้204
ผู้เข้าชมทั้งหมดผู้เข้าชมทั้งหมด35403

Please wait while JT SlideShow is loading images...
Photo Title 1Photo Title 2
JT SlideShow Module v1.5.1
โลโก้ PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย Administrator   
วันพฤหัสบดีที่ 09 พฤษภาคม 2013 เวลา 04:13 น.

Logo

วันนี้ 9 พฤษภาคม 2556 นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้มีความเห็นชอบในการใช้แบบโลโก้สำหรับเฉลิม ฉลองในวาระครบรอบ 121 ปี อุดรธานี อย่างเป็นทางการ

โดยทีมงาน"ออนซอนอุดร" ได้รับมอบโอกาสจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ในการให้คิดออกแบบโลโก้ 121 ปี สำหรับการเฉลิมฉลองอุดรธานีในปี 2557 ที่จะถึงนี้

นอกจากนั้นแล้ว ทางทีมงาน"ออนซอนอุดร"ยังเสนอการใช้ฟ๊อนท์"อัจฉราบ้านเชียง" หรือ ฟ๊อนท์ "ออนซอนอุดร" ให้กับทางจังหวัดอุดรธานี ในการจัดทำป้าย หรือ เป็นฟ๊อนท์ประจำจังหวัดต่อไป ซึ่งทางผู้ว่าฯได้ตกลงเห็นชอบด้วย

คอนเซ็ปต์ในการออกแบบ โลโก้ครบรอบ 121 ปี เมืองอุดรธานี
เพื่อแสดงถึงความมีอารยธรรมที่เก่าแก่และเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก ทั้งทางด้านพุทธศาสนาที่อุดรธานีเป็นเมืองแห่งพระอรหันต์ที่สำคัญๆหลายรูป ของประเทศ และยังได้รับการอุปถัมภ์ค้ำชูด้านพระพุทธศาสนาจากพระบรมวงศานุวงศ์ทุก พระองค์อีกด้วย

การออกแบบเน้นไปถึงการเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี ทั้งทางด้านการค้าการลงทุนตามแผนยุทธศาสตร์จังหวัดอุดรธานีฉบับปี 2557-2560 จึงเป็นที่มาของสัญลักษณ์ที่ไม่ยึดติดกับอดีตต่างๆ แต่มุ่งเน้นประยุกต์เพื่อให้เหมาะสมกับอนาคต

ผู้ออกแบบคาดหวังว่า ตลอดทศวรรษที่ 13 ของจังหวัดอุดรธานีนั้นจะใช้โลโก้นี้เป็นสัญลักษณ์ตลอดไป โดยมีการเปลี่ยนแปลงแค่ตัวเลขปีที่ครบรอบจาก 121-130 เท่านั้น

ลายบ้านเชียง เป็นลายเก่าแก่ที่มีอารยธรรมถึง 5,000 ปี แสดงถึงความมีอารยะ และความศิวิไลซ์ สืบต่อมาถึงปัจจุบัน และยังเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกจนได้รับการแต่งตั้งเป็นมรดกโลก แต่เพื่อให้สอดคล้องกับการก้าวสู่อนาคตลายบ้านเชียงเลยมาแบบประยุกต์ โดยจะเป็นเส้นสีขาวพาดกลางตัวเลข ๑๒๑ และ ยังเป็นช่อดอกเล็กๆ อยู่หน้าและหลังอักษรภาษาอังกฤษ "Udon Thani 121st"

ฟ๊อนท์ที่ใช้ในการออกแบบ เป็นฟ๊อนท์เฉพาะที่ถูกออกแบบโดยอาศัยการศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ อารยธรรมบ้านเชียง เพื่อประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นมา เพื่อเป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดอุดรธานี โดยประยุกต์มาจาก อักษรไทน้อย และ อักษรธรรม ชื่อฟ๊อนท์ "อัจฉรา บ้านเชียง"

ความหมายของสิ่งต่างๆที่ใช้ในการออกแบบ
1.สีทอง หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง มั่งคั่ง มั่งมี

2. "ดอกทองกวาว" หรือ ดอกจาน
เป็นชื่อที่สอดคล้องกับพระนามเดิมของพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม พระนามว่า "พระองค์เจ้าทองกอง ก้อนใหญ่" ต้นราชกุล "ทองใหญ่"
และดอกทองกวาวจะบานในช่วงเวลาเดียวกับที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม เคลื่อนทัพจากริมฝั่งโขงมาตั้งบ้านเมืองที่ บ้านหมากแข้ง หรือเมืองอุดรธานีในปัจจุบันพอดี และนอกจากนั้นแล้วยังเป็นดอกไม้ประจำจังหวัดอุดรธานีอีกด้วย

3. "พระบรมธาตุธรรมเจดีย์" มีความสำคัญหลายประการ
3.1ความสำคัญของที่ตั้ง คือ ตั้งอยู่ใน “วัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวง”
ประวัติความเป็นมาของวัดโพธิสมภรณ์ เป็นวัดที่สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ ปลายรัชกาลที่ 5 โดยมหาอำมาตย์ตรีพระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร(โพธิ เนติโพธิ) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้ชักชวนราษฎรในหมู่บ้านหมากแข้งสร้างวัด ซึ่งชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดใหม่ ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ได้ทรงประทานนามว่า “วัดโพธิสมภรณ์” ให้เป็นอนุสรณ์แก่พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตรผู้สร้างวัดนี้ นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์บูรพาจารย์ฝ่ายกัมมัฏฐานด้วย

3.2 ความสำคัญของผู้ก่อตั้งวัดโพธิสมภรณ์ พระยาศรีสุริยราชวรานุวัตร" (โพธิ์ เนติโพธิ์) สมุหเทศาภิบาลมณฑลอุดร ได้พร้อมกับกรมการเมืองข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน จัดพิธีตั้งเมืองอุดรธานี ณ สนามกลางเมือง เมื่อวันที่ 1 เมษายน ร.ศ. 127 พ.ศ. 2450 และยังเป็นที่ตั้งสถูปสำหรับบรรจุอัฐิของท่าน โพธิ์ เนติโพธิ์ อีกด้วย

3.3 ความสำคัญของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ พระบรมธาตุธรรมเจดีย์อยู่ภายในวัดโพธิสมภรณ์ พระอารามหลวงจัดสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บรรจุคำสั่งสอนพระพุทธเจ้า บรรจุอัฐิธาตุพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต และน้อมเกล้าฯถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวโรกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา ในปี 2550

3.4 ความสำคัญของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์กับพระบรมวงศานุวงษ์
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่ พระอุดมญาณโมลี(จันทร์ศรี จนททีโป) เมื่อวันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 เวลา 17.00 น.

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นองค์ประธานงานฉลองสมโภชพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ และทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐาน ณ พระธรรมธาตุเจดีย์ เมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 เวลา 8.30น
พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา เสด็จเป็นองค์ประธานงานฉลองสมโภชพระระเบียง พัชรกิตติยาภา
และทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระพุทธรูป 3 องค์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553 เวลา 15.00 น.

3.5 ความสำคัญของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ กับ สมเด็จพระสังฆราช
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานแก่พระอุดมญาณโมลี (จันทร์ศรี จนททีโป) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม 2538 เวลา 17.00 น.

3.6 ความสำคัญของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์กับ พระธุดงคกรรมฐานสายพระป่า
"พระบรมธาตุธรรมเจดีย์" ยังบรรจุ อัฐิธาตุ ของหลวงปู่เสาร์ กันตะสีโล และ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ด้วย
ภายในบริเวณรอบๆ พระบรมธาตุธรรมเจดีย์นั้น ยังมีรูปเหมือน ของบูรพาจารย์สายวิปัสนาของหลวงปู่มั่น มีมากถึง 21 รูป ถือว่าเป็นมหาสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง

3.7 ความสำคัญของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ กับ ปูชนียวัตถุ
1.ปลียอดฉัตรทองคำและยอดพระเจดีย์สแตนเลส ชั้นที่1
พระอุดมญาณโมลี(จันทร์ศรี จนฺททีโป) เป็นประธานในพิธี บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548
2.ยอดพระเจดีย์สแตนเลส ชั้นที่2
พระอุดมญาณโมลี(จันทร์ศรี จนฺททีโป)เป็นประธานในพิธีบรรจุพระพุทธรูปและสิ่งของมีค่า เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2548
3.พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภาทรงเททองหล่อพระพุทธรูป 3 องค์ เพื่ออัญเชิญไปประดิษฐาน ณ พระบรมธาตุธรรมเจดีย์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2552 ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
พระพุทธโคดม ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
พระพุทธเมตไตรย์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี
พระพุทธกิติธรรมญาณ พระพุทธรูปประจำวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา

4.ที่ชั้น2 มีการประดิษฐาน พระพุทธชินราชจำลอง,พระแก้วมรกตจำลอง,พระพุทธสิหิงค์จำลอง ซึ่งในพระเกศมีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่

3.8 ความสำคัญของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ กับ ความหมายของสิ่งก่อสร้าง
พระบรมธาตุธรรมเจดีย์ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ
1.พระเจดีย์พิพิธภัณฑ์
2.พระระเบียงพระเจดีย์
3.ศาลาธรรมมงคล
1.พระเจดีย์พิพิธภัณฑ์ เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ 3 ชั้น มีสัณฐานรูปแปดเหลี่ยม ส่วนฐานกว้าง 12 เมตร สูง 38 เมตร ตั้งอยู่บรเวณศูนย์กลางของทักษิณ ซึ่งยกสูงขึ้นขากพื้นเดิม 0.90 เมตร ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะผสมผสานสัญลักษณ์ของอีสานตอนบนและสถาปัตยกรรมไทย ประยุกต์ โดยใช้วัสดุและวิธีการทางวิศวกรรมและสถาปัตยกรรมชั้นสูง คำนึงถึงหลักธรรมแห่งพระพุทธศาสนาเน้นสาระธรรม คงความเรียบง่าย มั่นคงถาวร สะดวกในการดูแลรักษา งามสง่าสูงค่าน่าเลื่อมใส ทรงคุณค่าแห่งสาระธรรม ไว้เป็นปูชนียสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานปูชนียวัตถุมหามงคล ให้ลูกหลานได้กราบไหว้สักการะบูชา เป็นขวัญตาขวัญใจสืบไป
ความหมายของส่วนต่างๆมีดังนี้
1.เจดีย์พิพิธภัณฑ์ทรง 8 เหลี่ยม หมายถึง อริยมรรคมีองค์ 8
2.ความสูงจากฐานถึงยอดฉัตร 38 เมตร หมายถึง มงคล 38 ประการ
3.บันไดนาค 4 ตัว หมายถึง อริยสัจ4
4.ห้องโถงพิพิธภัณฑ์ 3 ชั้น หมายถึง ทาน ศีล ภาวนา
5.มาลัยเถา 3 ชั้น หมายถึง อโลภะ อโทสะ อโมหะ
6.ยอดพระเจดีย์ 3 ชั้น หมายถึง พระรัตนตรัย
7.ยอดฉัตรทองคำ 5 ชั้น หมายถึง สร้างเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 ปี ในปี พใศ.2550
8.ปลียอดฉัตรทองคำ หมายถึง พระนิพพาน
อาคารพิพิธภัณฑ์ ชั้น1
ภายนอก
1.ผนังกรุหินแกรนิต จารึกคติธรรม พระธรรมเจดีย์,พระอุดมญาณโมลี,พระบรมธาตุธรรมเจดีย์
และ คำอุทิศมหากุศล
2.บานประตูไม้สัก แกะสลักเรื่องราวประวัติ เหตุการณ์สำคัญ ของพระธรรมเจดีย์,พระอุดมญาณโมลี และพระบรมธาตุธรรมเจดีย์
ภายใน
3.ประดิษฐาน พระพุทธเมตตาธรรมเจดีย์ (พระพุทธเมตตาจำลอง) หน้าตัก 50 นิ้ว แกะสลักจากหิน หยกแม่น้ำโขง ภายในพระเกศประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
รูปเหมือน พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พันธุโล)
รูปเหมือน พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)
4.ตู้พิพิธภัณฑ์ อัฐบริขาร ชีวประวัติสังเขป พระธรรมเจดีย์ (หลวงปู่จูม พันธุโล)
5.ตู้พิพิธภัณฑ์ อัฐบริขาร ชีวประวัติสังเขป พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)
อาคารจัดแสดง ชั้น2
ภายนอก
1.ผนังกรุหินแกรนิต จารึกพุทธโอวาท และ คติธรรมหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล,หลวงปู่มั่นภูริทัตโต
2.บานประตูไม้สัก แกะสลักเรื่องราว เทวดาอารักขาสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
ภายใน
3.ตู้พิพิธภัณฑ์ ประดิษฐานปูชนียสถานดังนี้
พระพุทธมหามณีศรีรัตน์อุดมญานโมลี(พระแก้วมรกตจำลอง) หน้าตัก 29นิ้ว แกะสลักจากหินหยก แม่น้ำโขง ภายในพระเกศ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
พระพุทธชินราชจำลอง ภายในพระเกศ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หน้าตัก 29นิ้ว
พระพุทธสิหิงค์จำลอง ภายในพระเกศ ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ หน้าตัก 29นิ้ว
รูปเหมือน,อัฐิธาตุ หลวงปู่เสาร์กันตสีโล
รูปเหมือน,อัฐิธาตุ หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
4.จิตรกรรมฝาผนัง เรื่องราวปฏิปทาพระธุดงคกรรมฐานสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต
อาคารพิพิธภัณฑ์ ชั้น3
ภายนอก
1.ผนังกรุหินแกรนิต "จารึกพุทธโอวาท" และ "ทศบารมี"
2.บานประตูไม้สัก แกะสลักเรื่องราวพุทธประวัติ

ภายใน
3.ประดิษฐาน พระธรรมธาตุเจดีย์ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลาง รูปทรงแปดเหลี่ยม ฐานกว้าง 4 เมตร สูง 5.40 เมตร ภายในบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุ และพระธรตุอรหันตสาวก
ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานแก่ พระอุดมญาณโมลี
ผอบบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงประทานแก่ พระอุดม ญาณโมลี
4.ผนังด้านบน เป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราว "สังเวชนียสถานทั้ง4" และพระพุทธรูปสำคัญ 4 องค์

"พระบรมธาตุธรรมเจดีย์" ประกอบด้วยห้องโถงจัดแสดงทั้งหมด 3 ห้อง โดยแบ่งเป็น 3 ชั้น ชั้นละ 1 ห้อง และ อาคารบริเวณรอบๆพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ อีก 2อาคาร อยู่บริเวณฝั่งซ้าย และขวาของพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ มีอาคาร "พระระเบียง พัชรกิตติยาภา" และ "พระระเบียง 98 ปี พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)" และยังมีศาลาจัดแสดง ทั้งหมด 4ศาลาอยู่ทั้งหมด 4 มุมของบริเวณรอบๆพระบรมธาตุธรรมเจดีย์โดยเป็นศาลาที่มีรูปเหมือน ประวัติสังเขป และ คติธรรม ของ พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปัณโณ) วัดป่าบ้านตาด, หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล,หลวงปู่ฝั้น อาจาโร วัดป่าอุดมสมพร,หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ วัดป่านิโครธาราม และ ที่บริเวณข้างศาลา มีต้นสาระ(ลังกา)ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงปลูก เมื่อ วันที่ 1 กันยายน 2552 อยู่ด้วย

"พระระเบียงพัชรกิตติยาภา" แบ่งเป็นห้องจัดแสดงทั้งหมด 4 ห้อง
ห้องที่ 1 ห้องจัดแสดง พระกรณียกิจ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา
ห้องที่ 2 ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำวันประสูตรของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ชื่อ "พระพุทธกิติธรรมญาณ"
ห้องที่ 3 ห้องจัดแสดง ประวัติวัดโพธิสมภรณ์ ประวัติการสร้างพระบรมธาตุธรรมเจดีย์
ห้องที่ 4 ห้องจัดแสดง รายนามคณะกรรมการดำเนินงานก่อสร้าง รายนามผู้มีจิตศรัทธาบริจาค
"พระระเบียง 98 ปี อุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จันททีโป)" จัดแสดงประวัติสังเขป และ คติธรรม พระบูรพาจารย์ โดยแบ่งเป็นฝั่งซ้าย และ ฝั่งขวา โดยโถงตรงกลางจัดแสดงรูปเหมือนของ บูรพาจารย์ทั้งหมด 17 องค์
ฝั่งซ้ายจัดแสดง ประวัติสังเขป และคติธรรม พระบูรพาจารย์ จำนวน 8 องค์ดังนี้
1.พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (หลวงปู่มหาจันทร์ สิริจันโท)
2.หลวงปู่เสาร์กันตสีโล
3.หลวงปู่มั่นภูริทัตโต
4.พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล)
5.พระญาณวิศิษฎ์สมิทธีราจารย์ (หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม)
6.พระอาจารย์มหาปิ่น ปัญยาพโล
7.พระราชวุฒาจารย์ (หลวงปู่ดุลย์ อตุโล)
8.หลวงปู่บุญมา ฐิตเปโม
ฝั่งขวาจัดแสดง ประวัติสังเขป และคติธรรม พระบูรพาจารย์ จำนวน 9 องค์ดังนี้
9.พระราชนิโรธรังสีคัมภีรปัญญาวิศิษฎ์ (หลวงปู่เทศก์ เทสรังสี)
10.หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
11.หลวงปู่หลุย จันทสาโร
12.หลวงปู่แหวน สุจิณโณ
13.หลวงปู่กงมา จิรปุญโณ
14.พระครูญาณทัสสี (หลวงปู่คำดี ปภาโส)
15.พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร)
16.พระอุดมสังวรวิสุทธิเถร(พระอาจารย์วัน อุตตโม)
17.พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ
และที่ศาลาด้านนอกยังมีประวัติสังเขป และคติธรรม พระบูรพาจารย์ จำนวน 4 องค์ดังนี้
18.หลวงปู่ฟั่น อาจาโร
19.หลวงปู่ขาว อานาลโย
20.หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ
21.พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปัณโณ)

 

ขอบคุณข้อมูลจาก     facebook.com/OonSonUdon

แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 09 พฤษภาคม 2013 เวลา 05:38 น.
 

GeniusKing

ผู้บริหาร


นายเริงฤทธิ์  พลนามอินทร์
วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธนี

เวลา

แบบสำรวจความพึงพอใจ

ระดับความพึงพอใจของผู้รับบริการ
 
facebook-logo

ราคาน้ำมันวันนี้

เว็บไซต์ลิงค์

aaaaaaaa

585 preview content

 

 


bottom
top

bottom

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี ถนนโพศรี ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ๔๑๐๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๔๒๒๔ ๗๘๐๒,๐ ๔๒๒๑ ๒๕๓๘ Email : cultureudon01@gmail.com